จีนจี้กรณียูเครน ต้องเลิกทำให้ตื่นตระหนก-ปั่นสงครามเกินจริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/676144

วันที่ 20 ก.พ. 2565 เวลา 12:01 น.จีนจี้กรณียูเครน ต้องเลิกทำให้ตื่นตระหนก-ปั่นสงครามเกินจริง

รมว.กต.จีน เรียกร้องทุกฝ่าย มุ่งทำงานเพื่อสันติภาพในประเด็นยูเครน

ปักกิ่ง, 20 ก.พ. (ซินหัว) — เมื่อวันเสาร์ (19 ก.พ.) หวังอี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน เรียกร้องให้ทุกฝ่ายแบกรับความรับผิดชอบและพยายามมุ่งสู่สันติภาพในประเด็นยูเครน แทนที่จะเป็นการเพิ่มความตึงเครียด สร้างความตื่นตระหนก หรือกระทั่งย้ำถึงภัยสงครามมากเกินจริง

หวังอี้กล่าวคำปราศรัยข้างต้น ผ่านทางวิดีโอลิงก์ ขณะตอบคำถามเรื่องการขยายขอบเขตสู่ตะวันออกขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) หรือ นาโต รวมถึงเรื่องความมั่นคงของยุโรป และประเด็นสถานการณ์ในยูเครน ระหว่างร่วมการประชุมความมั่นคงมิวนิก (MSC) ครั้งที่ 58 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี

สำหรับประเด็นการขยายอาณาเขตของนาโต หวังอี้ระบุว่ามิตรสหายชาวยุโรปควรไตร่ตรองอย่างจริงจัง ว่าการขยายตัวสู่ฝั่งตะวันออกอย่างต่อเนื่องของนาโตนั้น จะเป็นการดีต่อการรักษาและสร้างสันติภาพและความมั่นคงที่ยั่งยืนในยุโรปหรือไม่

สำหรับประเด็นยูเครน หวังอี้กล่าวว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องกลับสู่ข้อตกลงกรุงมินสก์ ฉบับที่ 2 โดยเร็วที่สุด เนื่องจากข้อตกลงนี้มีผลผูกพันผ่านการเจรจาระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และได้รับการอนุมัติจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งเป็นทางออกเดียวในการแก้ปัญหายูเครน

หวังอี้เรียกร้องให้ฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมหารือกันอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงจัดทำแผนงานและกำหนดการสำหรับการดำเนินการตามข้อตกลงข้างต้น พร้อมเสริมว่ายูเครนควรจะเป็นสะพานเชื่อมการสื่อสารระหว่างตะวันออกกับตะวันตก มิใช่แนวรบเพื่อการเผชิญหน้าระหว่างมหาอำนาจ

ส่วนประเด็นความมั่นคงของยุโรป หวังอี้กล่าวว่าทุกฝ่ายสามารถหยิบยกข้อกังวลของตนเองขึ้นมากล่าวได้ และข้อกังวลด้านความมั่นคงอันชอบด้วยกฎหมายของรัสเซียนั้น ควรได้รับการเคารพและดำเนินการอย่างจริงจัง

“จีนหวังให้ทุกฝ่ายหาทางแก้ที่เอื้อต่อการพิทักษ์ความมั่นคงของยุโรปอย่างแท้จริง ผ่านการเจรจาและการปรึกษาหารือกัน” หวังอี้กล่าวเสริม

เนื้อหาข่าวด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

Photo by ISHARA S. KODIKARA / AFP

Leave a comment