#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/676137
วันที่ 20 ก.พ. 2565 เวลา 10:42 น.
การติดเชื้อกลับมาสู่ระดับพีคอีกครั้งจนเกือบจะแซงหน้าการติดเชื้อช่วงเดลตาระบาดหนัก แต่บางประเทศเลิกข้อจำกัดจนหมดสิ้น
สัปดาห์นี้ สวิตเซอร์แลนด์กลายเป็นประเทศล่าสุด ซึ่งตอนนี้มีเพียง 4 ประเทศเท่านั้นในโลก ที่จะยกเลิกข้อกำหนดในการเข้าประเทศทั้งหมด ในขณะที่ประธานาธิบดีของประเทศยอมรับว่าพวกเขากำลังเรียนรู้ที่จะอยู่กับโควิด-19
ในเว็บไซต์รัฐบาลของ Federal Council ระบุว่า “การเปลี่ยนแปลงกฎการเข้าประเทศดังนี้ มาตรการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพสำหรับบุคคลที่เดินทางเข้าประเทศจะถูกยกเลิก ไม่จำเป็นต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีน การฟื้นตัวจากการติดเชื้อ หรือการทดสอบเชิงลบ หรือกรอกแบบฟอร์มการเข้าประเทศอีกต่อไป” โดยสรุปก็คือ ผู้เดินทางไม่ต้องกักกันเมื่อเข้าประเทศสวิสเซอร์แลนด์
ณ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ สวิตเซอร์แลนด์จึงเป็นเพียงประเทศที่ 4 ในโลกที่ใช้มาตรการดังกล่าว ร่วมกับเม็กซิโก เอลซัลวาดอร์ และนอร์เวย์ ซึ่งวงการท่องเที่ยวขานรับการตัดสินใจนี้เพราะเช่อว่าจะนำรายได้เข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้ง
การยกเลิกของสวิตเซอร์แลนด์ค่อนข้างน่าแปลกใจ หากจะลองดูตัวเลขการติดเชื้อที่ยังสูงมากที่ 36,101 คน ณ วันที่ 18 กุมภาพันธ์ แม้ว่าจะลดลงตามลำดับจากช่วงพีควันที่ 31 มกราคม 89,462 ราย แต่การลดลงนี้ก็ยังต่างแบบหน้ามือเป็นหลังมือจากช่วงปีที่แล้วที่ตัวเลขน้อยมากในหลักร้อยคนหรือไม่กี่พันคน (หรือหลักหมื่นไม่กี่วัน) และบางช่วง เช่นในเดือนตุลาคมมีเพียง 0 รายก็ยังมีมาแล้ว
นี่คือการตัดสินใจของอีกหนึ่งประเทศที่จะ “อยู่ร่วมกับโควิด” แบบจริงๆ จังๆ อย่างที่ อิกนาซิโอ แคสซิส ประธานาธิบดีของประเทศกล่าวในงานแถลงข่าวที่กรุงเบิร์นว่า “สวิตเซอร์แลนด์กำลังก้าวไปสู่ความปกติอย่างมีนัยสำคัญและเด็ดขาด ไวรัสยังอยู่ เรากำลังเรียนรู้ที่จะอยู่กับไวรัส”
สาเหตุที่ทำให้พวกเขาต้องการอยู่ร่วมกับโควิดและตัดสินใจเปิดเประเทศแบบไร้เงื่อนไข อาจเป็นเพราะพบว่าอการการติดเชื้อไม่ได้เลวร้ายมากแล้ว โรงพยาบาลในสวิสมีอัตราการเข้าใช้ 81.9% ในสัปดาห์นี้ โดยะมีเพียงประมาณ 8% เท่านั้นที่เกิดจากโควิด-19 ในขณะที่ผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันจากห้องปฏิบัติการโดยเฉลี่ย 7 วันลดลงเหลือ 250 ต่อประเชากร 100, 000 คนตามข้อมูลของรัฐบาล มากกว่า 70% ของประชากรสวิสได้รับวัคซีนอย่างน้อยหนึ่งโดส
นอร์เวย์มีเหตุผลคล้ายๆ กัน สัปดาห์ที่แล้ว นอร์เวย์กลายเป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ในโลกที่เปลี่ยนข้อกำหนดในการเข้าประเทศกลับไปสู่สถานะก่อนเกิดโรคระบาด โดยเหลือเงื่อนไขการเข้าประเทศเพียงเล็กน้อย เช่น แนะนำให้ตรวจเฉพาะผู้ใหญ่ที่มีอาการเท่านั้น
การประกาศเปิดประเทศเกิดขึ้นหลังจากนอร์เวย์ยกเลิกข้อจำกัดที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ในท้องถิ่น เช่น การสวมหน้ากากในที่สาธารณะ ทั้งๆ ที่ตัวเลขการติดเชื้อยังคงสูง ณ วันที่ 18 กุมภาพันธ์ มี 15,248 ราย จากหลักร้อยเกือบตลอดครึ่งปี 2021 และจากหลักพันในดือนธันวาคม 2021 แต่พุ่งขึ้นมาหลังเกิดโอมิครอน
นายกรัฐมนตรี โยนาส กาฮ์ร สโตร์ ของนอร์เวย์กล่าวว่า “เราสามารถผ่อนปรนมาตรการได้ เนื่องจากโอมิครอนไม่ก่อให้เกิดโรคร้ายแรงเท่ากับสายพันธุ์ก่อนหน้านี้ แม้ว่าการติดเชื้อจะเพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนของผู้ป่วยในโรงพยาบาลยังน้อย เราได้รับการคุ้มครองอย่างดีด้วยวัคซีน”
ประเทศในยุโรปดูเหมือนจะมีเหตุให้มั่นใจกับการเปิดประเทศ เพราะเชื่อว่าโอมิครอนไม่ร้ายแรง อัตราการรักษาพยาบาลต่ำ และการฉีควัคซีนครอบคลุม แต่ใน 4 ประเทศที่เพิ่งเปิดประเทศเสรีนี้มีมียุโรปเพียง 2 ประเทศเท่านั้น ส่วนที่เหลือยังคงมีท่าทีไม่มั่นใจแม้แต่การยุติมาตรการควบคุมโรคภายในประเทศตัวเอง
สำหรับเม็กซิโก ได้ยกเลิกข้อกำหนดในการเข้าประเทศของทั้งหมด ณ วันที่ 1 มกราคม 2022 ส่วนเอลซัลวาดอร์เป็นประเทศแรกของโลกที่ยกเลิกข้อกำหนดในการเข้าประเทศในเดือนพฤศจิกายน 2021
แต่เม็กซิโกไม่เหมือนกับประเทศส่วนใหญ่ในโลก ที่ยังคงเปิดพรมแดนตลอดการระบาดใหญ่ จึงทำให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกตั้งแต่ปี 2020 เพียงแต่ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2022 เม็กซิโกยังคงมีแบบสอบถามด้านสุขภาพสำหรับผู้ที่เดินทางมากับเที่ยวบินทั้งหมด รวมทั้งเที่ยวบินระหว่างประเทศและเที่ยวบินภายในประเทศ
แบบฟอร์มดังกล่าวจะถามคำถามเกี่ยวกับสุขภาพ เช่น หากผู้โดยสารได้สัมผัสใกล้ชิดกับใครก็ตามที่มีผลตรวจเป็นบวกในช่วงสองสัปดาห์ก่อนหน้าหรือไม่ แบบสอบถามยังจะถามผู้เดินทางว่ามีอาการไอ มีไข้ และมีอาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 หรือไม่ เมื่อนักเดินทางกรอกแบบฟอร์มดิจิทัลเสร็จแล้ว พวกเขาจะได้รับรหัส QR เพื่อสแกนที่สนามบิน จะช่วยให้ผู้โดยสารผ่านการรักษาความปลอดภัยได้อย่างอิสระ โดยไม่มีการนำตัวตรวจคัดกรองเพิ่มเติม แม้แต่ในกรณีนี้คำตอบในแบบสอบถามขัดแย้งกับมาตรการด้านสุขอนามัยของหน่วยงานที่กำกับดูแล
ตัวเลขการติดเชื้อของเม็กซิโกนั้นอยู่ในช่วงพีค ณ เดือนกุมภาพันธ์เหมือนประเทศส่วนใหญ่ในโลก จาก 0 เคสในเดือนธันวาคม มาเป็นหลัก 30,000 กว่าในช่วงต้นเดือนมกราคม และตอนนี้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20,000 ราย
Photo by Menahem KAHANA / AFP