#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/676157
วันที่ 20 ก.พ. 2565 เวลา 14:46 น.
สรุปเนื้อหาจากรายงานของ Financial Stability Board เรื่อง Assessment of Risks to Financial Stability from Crypto-assets
1. คณะกรรมการเสถียรภาพการเงิน หรือ Financial Stability Board (FSB) เป็นหน่วยงานระหว่างประเทศที่คอยตรวจสอบและให้คำแนะนำเกี่ยวกับระบบการเงินทั่วโลก ตั้งขึ้นโดยกลุ่ม G20 ถือกันว่าเป็น “เสาหลักที่สี่” ของธรรมาภิบาลเศรษฐกิจโลก นอกจากองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ธนาคารโลก (World Bank) และองค์การการค้าโลก (WTO)
2. FSB ได้เผยแพร่รายงานเรื่อง “การประเมินความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางการเงินจากสินทรัพย์เข้ารหัส” (คริปโต) หัวใจหลักคือการแสดงความกังวลว่าขนาดและช่องโหว่ของโครงสร้างของตลาดคริปโต กับความเชื่อมโยงที่เพิ่มขึ้นกับระบบการเงินแบบดั้งเดิม จนมีศักยภาพที่จะก่อให้เกิดความวุ่นวายอย่างมากต่อเศรษฐกิจโลก
3. รายงานระบุว่า “ธนาคารที่มีความสำคัญอย่างต่อระบบและสถาบันการเงินอื่นๆ เต็มใจที่จะทำกิจกรรมและรับความเสี่ยงต่อสินทรัพย์คริปโตมากขึ้น ความหลากหลายของกลยุทธ์การลงทุนที่ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งรวมถึงอนุพันธ์และผลิตภัณฑ์ที่ใช้เลเวอเรจอื่น ๆ ที่อ้างอิงสินทรัพย์คริปโตก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
4. ด้วยความพัวพันกับสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมนี่เอง FSB จึงเตือนว่า “หากวิถีการเติบโตในปัจจุบันของขนาดและความเชื่อมโยงระหว่างสินทรัพย์คริปโตกับสถาบันเหล่านี้ยังคงดำเนินต่อไป สิ่งนี้อาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเงินทั่วโลก”
5. รายงานคาดการณ์ว่ามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของสินทรัพย์คริปโตเพิ่มขึ้น 3.5 เท่าในปี 2021 เป็นมูลค่า 2.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยตั้งข้อสังเกตว่าสินทรัพย์เข้ารหัสลับยังคงเป็นส่วนเล็กๆ ของระบบการเงินโดยรวม แต่เปรียบเสมือนความเสี่ยงที่เดกับความเสี่ยงจากการจำนองซับไพรม์ที่จุดชนวนให้เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินในปี 2007 – 2008
6. FSB ระบุว่า “หากสถาบันการเงินยังคงมีส่วนร่วมในตลาดสินทรัพย์คริปโตมากขึ้น เรื่องนี้อาจส่งผลกระทบต่องบดุลและสภาพคล่องของพวกเขาในรูปแบบที่ไม่คาดคิด ในกรณีของวิกฤตซับไพรม์ซับไพรม์ของสหรัฐความเสี่ยงเท่าที่ทราบเพียงจำนวนเล็กน้อยไม่ได้หมายความว่ามีความเสี่ยงเพียงเล็กน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากขาดความโปร่งใสและการครอบคลุมด้านกฎระเบียบไม่เพียงพอ”
7. ความเสี่ยงเหล่านี้มาช่องโหว่ของตลาดสินทรัพย์คริปโต 3 ข้อ คือ 1. ถึงสกุลเงินคริปโตที่ไม่มีการสำรองหนุนไว้ เช่น Bitcoin 2. คริปโตที่มีการสำรองหนุนไว้หรือสเตเบิลคอยน์ เช่น Tether ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสินทรัพย์สำรอง 32. การกระจายอำนาจทางการเงิน (DeFi) และแพลตฟอร์มการซื้อขายสินทรัพย์คริปโตทั้งหมดมีอยู่ทางออนไลน์เท่านั้น ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ได้ควบคุมโดยหน่วยงานที่รวมศูนย์ เช่น ธนาคารกลางหรือหน่วยงานรัฐ
8. ในส่วนของข้อจำกัดที่ผูกมัดกับระบบออนไลน์เท่านั้น รายงานระบุว่า “ความเสี่ยงเหล่านี้บางส่วนเริ่มปรากฏชัดเจน เช่น ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในแง่ของโปรโตคอลและเทคโนโลยีที่ใช้ภาคส่วนนี้ เห็นได้จากเหตุการณ์ด้านปฏิบัติการและความปลอดภัยทางไซเบอร์มาแล้วมากมาย และความล้มเหลวในการกำกับดูแล การแฮ็กที่เกี่ยวข้องกับ DeFi คิดเป็นมากกว่า 75% ของปริมาณการแฮ็กและการขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลที่ทราบทั้งหมด 481 ล้านดอลลาร์จนถึงเดือนกันยายน 2021”
9. รายงานสรุปว่า “ตลาดสินทรัพย์เข้ารหัสลับมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและสามารถถึงจุดที่พวกมันเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงทางการเงินทั่วโลกเนื่องจากขนาด ความเปราะบางของโครงสร้าง และความเชื่อมโยงที่เพิ่มขึ้นกับระบบการเงินแบบดั้งเดิม วิวัฒนาการอย่างรวดเร็วและลักษณะระดับสากลของตลาดเหล่านี้ยังเพิ่มศักยภาพสำหรับช่องว่างด้านกฎระเบียบ การกระจายตัว หรือการเก็งกำไร … ความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางการเงินอาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการประเมินการตอบสนองนโยบายที่เป็นไปได้ในเวลาที่เหมาะสม”
10. รายงานชี้ถึงแนวโน้มของการควบคุมตลาดคริปโต โดยระบุว่า “ในปี 2022 FSB จะสำรวจผลกระทบด้านกฎระเบียบและการกำกับดูแลที่อาจเกิดขึ้นของสินทรัพย์เข้ารหัสลับที่ไม่ได้สำรอง ซึ่งรวมถึงประเภทของการกระทำที่เขตอำนาจทางการกฎหมายของสมาชิก FSB ได้ดำเนินการหรือวางแผนที่จะดำเนินการ เพื่อจัดการกับภัยคุกคามด้านความมั่นคงทางการเงินที่เกี่ยวข้อง” นั่นหมายความว่าจะต้องจับตาว่าสมาชิก FSB หรือนัยหนึ่งคือ G20 จะเข้ามาจัดการตลาดคริปโตอย่างไรในปีนี้
REUTERS/Dado Ruvic/File Photo