#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/676623
วันที่ 25 ก.พ. 2565 เวลา 14:50 น.
ทำไมรัสเซียต้องยึดโรงไฟฟ้าที่เลิกใช้งานแล้ว? ยูเครนหวั่นหายนะนิวเคลียร์ซ้ำรอย
รอยเตอร์สรายงานว่ากองกำลังรัสเซียเข้ายึดโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เชอร์โนบิล ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนราว 130 กิโลเมตร อันเป็นแหล่งกัมมันตรังสี สาเหตุของหายนะนิวเคลียร์ครั้งร้ายแรงที่สุดในโลก ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งในการล่มสลายของสหภาพโซเวียต
“กองกำลังของเรากำลังสละชีวิตเพื่อไม่ให้โศกนาฏกรรมในปี 1986 เกิดขึ้นซ้ำรอย” ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนทวีตก่อนที่โรงไฟฟ้าจะถูกยึดครองโดยกองทัพรัสเซีย
ผู้นำยูเครนยังเตือนว่าหากปล่อยให้รัสเซียยึดเชอร์โนบิลต่อไป อาจเกิดวิกฤตนิวเคลียร์ขึ้นอีกครั้ง และการที่รัสเซียยึดเชอร์โนบิลนั้นถือเป็นการประกาศสงครามกับทั้งยุโรป
ทำไมรัสเซียต้องการโรงไฟฟ้าที่เลิกใช้งานแล้ว?
คำตอบคือ “ภูมิศาสตร์” เชอร์โนบิลตั้งอยู่บนเส้นทางที่สั้นที่สุดจากเบลารุสไปยังเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ซึ่งรอยเตอร์สระบุว่าเป็นเส้นทางตามแผนการโจมตีของกองกำลังรัสเซียในการรุกรานยูเครน
ในการเข้ายึดเชอร์โนบิล นักวิเคราะห์ทางการทหารของตะวันตกกล่าวว่ารัสเซียเพียงแค่ใช้เส้นทางการบุกรุกที่เร็วที่สุดจากเบลารุส ซึ่งเป็นพันธมิตรของรัสเซียและเป็นพื้นที่จัดเตรียมสำหรับกองกำลังทหารรัสเซียไปยังกรุงเคียฟ
แจ็ค คีน อดีตเสนาธิการกองทัพสหรัฐกล่าวว่าเชอร์โนบิล “ไม่มีความสำคัญทางทหารใดๆ “ เพียงแต่ตั้งอยู่บนเส้นทางที่สั้นที่สุดจากเบลารุสไปยังเคียฟ เป้าหมายหลักของรัสเซียเพื่อขับไล่รัฐบาลยูเครน
รายงานจากเอบีซีระบุว่ารัฐบาลรัสเซียไม่ได้ให้ความเห็นอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเจตจำนงที่ยึดครองโรงไฟฟ้าแห่งนี้ แต่แหล่งข่าวด้านความมั่นคงของรัสเซียเผยว่ารัสเซียต้องการเข้ายึดเพื่อ ส่งสัญญาณไปยังนาโต ไม่ให้แทรกแซงทางทหาร
วาดิม ไพรสเตโก เอกอัครราชทูตยูเครนประจำสหราชอาณาจักรมองว่า รัสเซียยึดพื้นที่ดังกล่าวเนื่องจากเป็น จุดอ่อนในการป้องกัน ของยูเครน พื้นที่ตรงนั้นไม่ได้รับการคุ้มกันเพราะมีรังสี และไม่มีใครอาศัยอยู่ที่นั่น
จูลี บิชอป อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลียกล่าวว่า “การยึดเชอร์โนบิลนั้นไม่สมเหตุสมผล เว้นแต่ปูตินจะพยายามเตือนโลกว่ารัสเซียคือพลังงานนิวเคลียร์”
หายนะครั้งร้ายแรงอาจซ้ำรอย
มีไคโล โปโดลยัค ที่ปรึกษาทำเนียบประธานาธิบดียูเครน กล่าวว่า การยึดพื้นที่ดังกล่าวเป็น “ภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในยุโรป”
เนื่องจากโรงไฟฟ้าดังกล่าวเป็นที่ตั้งของกรณีภัยพิบัตินิวเคลียร์ครั้งร้ายแรงที่สุดของโลก จึงทำให้เกิดความกังวลว่าหากสงครามเข้าไปถึงโรงไฟฟ้า อาจทำให้สารกัมมันตรังสีแพร่กระจายขึ้นมาอีก และหากมีการฟุ้งกระจายของสารกัมมันตรังสีขึ้นมาอีกก็อาจเป็นอันตรายไปถึงส่วนอื่นๆ ของยุโรป
ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เชอร์โนบิลก่อตั้งในยุคสหภาพโซเวียต ปี 1972 และเปิดใช้งานในอีก 5 ปีให้หลัง แต่ในปี 1986 หนึ่งในสี่เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในโรงไฟฟ้าเกิดระเบิด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตนับร้อยราย ยิ่งไปกว่านั้นยังมีสารกัมมันตรังสีแพร่กระจายไปทั่วหลายพื้นที่ในยุโรป ผู้คนในประเทศใกล้เคียงได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ
จนกระทั่งปี เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์อีก 3 เครื่องปิดทำงานในปี 2000 แต่ระดับกัมมันตรังสีในพื้นที่ยังคงอยู่ในระดับที่เป็นอันตราย
การประมาณการสำหรับจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งทางตรงและทางอ้อมจากภัยพิบัตินั้นแตกต่างกันไป โดยมีการประมาณการจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกตั้งแต่หลายพันรายไปจนถึง 93,000 รายทั่วโลก
Photo by Sergei SUPINSKY / AFP