#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/676819
วันที่ 28 ก.พ. 2565 เวลา 11:50 น.
สมาชิกรัฐสภายุโรปเผยการบุกยูเครนไม่เป็นไปตามแผนของปูติน
ริโฮ เทอร์ราส (Riho Terras) สมาชิกรัฐสภายุโรปและอดีตผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันประเทศเอสโตเนีย สมาชิกนาโต กล่าวผ่านทวิตเตอร์เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ระบุว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียโมโหอย่างมากที่การรุกรานยูเครนไม่ใช่เรื่องง่าย หลังจากที่กองกำลังรัสเซียไม่สามารถยึดครองเมืองใหญ่ได้แม้แต่เมืองเดียวหลังเปิดปฏิบัติการทหารมาได้ 3 วัน
“ปูตินโกรธจัด เขาคิดว่าสงครามทั้งหมดจะเป็นเรื่องง่าย และทุกอย่างจะเสร็จสิ้นภายใน 1-4 วัน” เทอร์ราสกล่าว “รัสเซียไม่มีแผนยุทธวิธี สงครามนี้มีค่าใช้จ่ายประมาณ 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อวัน มีจรวดใช้อย่างมาก 3-4 วัน พวกเขาต้องใช้เท่าที่จำเป็น พวกเขาขาดแคลนอาวุธ ปืนไรเฟิลและกระสุนคือสิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้มากที่สุด”
เทอร์ราสยังกล่าวว่าอาวุธชุดต่อไปของรัสเซียสามารถผลิตได้ภายใน 3-4 เดือน แต่พวกเขาก็อาจประสบปัญหาในการจัดหาวัตถุดิบ เนื่องจากก่อนหน้านี้สินค้าถูกส่งมาจากสโลวีเนีย ฟินแลนด์ และเยอรมนีเป็นหลัก ซึ่งตอนนี้หลายประเทศจำกัดการส่งออกสินค้าไปยังรัสเซียแล้ว
เทอร์ราสกล่าวว่าหากยูเครนสามารถประคองสถานการณ์ไปได้ถึง 10 วัน รัสเซียจะต้องยอมเข้าสู่กระบวนการเจรจา เนื่องจากงบประมาณ อาวุธ และทรัพยากรอื่นๆ ในการสู้รบของรัสเซียจะหมดลง อย่างไรก็ตามรัสเซียไม่สนใจกับมาตรการคว่ำบาตร
“Alpha หน่วยปฏิบัติการพิเศษของรัสเซียเข้าประชิดกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ. เพื่อยึดครองเคียฟและติดตั้งระบอบหุ่นเชิด พวกเขาสร้างความตื่นตระหนกและหวาดกลัวในหมู่ประชาชนชาวยูเครน โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็ก นี่คือไพ่ของรัสเซีย” เทอร์ราสกล่าว
โดยเสริมว่าแผนของรัสเซียคืออาศัยความตื่นตระหนก เพื่อให้พลเรือนและกองกำลังติดอาวุธยอมจำนน และเพื่อให้โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนหนีออกจากประเทศไป โดยรัสเซียคาดหวังให้เมืองคาร์คิฟยอมจำนนก่อน จากนั้นเมืองอื่นๆ ก็จะปฏิบัติตามเพื่อหลีกเลี่ยงการนองเลือด แต่แล้วรัสเซียจึงต้องตกตะลึงเมื่อเห็นการต่อต้านอย่างดุเดือดจากยูเครน
เทอร์ราสทิ้งท้ายว่า “ชาวยูเครนต้องไม่ตื่นตระหนก ขีปนาวุธพวกนั้นมีไว้เพื่อข่มขู่ รัสเซียจะสุ่มยิงอาคารที่อยู่อาศัยเพื่อให้การโจมตีอยู่ใหญ่กว่าที่เป็นจริง ชาวยูเครนต้องเข้มแข็ง และพวกเราต้องให้ความช่วยเหลือ” พร้อมติดแฮชแท็ก #StandWithUkraine
Photo by Ramil SITDIKOV / SPUTNIK / AFP