#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/world/677013
วันที่ 01 มี.ค. 2565 เวลา 19:35 น.
ประธานาธิบดีเชเชนคนใกล้ชิดปูตินถูกโซเชียลล้อเลียนเรื่องสวมรองเท้าบู๊ต Prada
ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับยูเครน การปรากฏตัวของ รามซาน คาดีรอฟ ผู้นำเชเชนที่สวามิภักดิ์กับรัสเซียเรียกความสนใจจากชาวโลกได้ไม่น้อย หลังมีคนตาดีเห็นว่ารองเท้าบู๊ตที่เขาสวมในวันที่ประกาศสนับสนุนรัสเซียบุกยูเครนเป็นร้องเท้าแบรนด์หรูสัญชาติฝรั่งเศสอย่าง Prada คอลเลคชัน Monolith
รองเท้าบู๊ตคู่นี้สนนราคาอยู่ที่ 1,500 เหรียญสหรัฐ หรือราว 48,915 บาท เซเลบสวมกันหลายคน ไม่ว่าจะเป็น เบลลา ฮาดิด นางแบบแถวหน้า, เซเลนา โกเมซ นักร้องชื่อดัง และมอลลี-เม เฮก อินฟลูเอนเซอร์ชาวอังกฤษ

คาดีรอฟถูกชาวชุมชนออนไลน์ล้อเลียนและวิจารณ์กันสนุกปาก ราจิบ ซอยลู ผู้สื่อข่าวในตุรกี แชร์ภาพของคาดีรอฟพร้อมกับรองเท้าบู๊ต Prada Monolith พร้อมแคปชันว่า “Devil indeed wears Prada” (วายร้ายสวม Prada จริงๆ) ซึ่งเล่นคำกับภาพยนตร์เรื่อง Devil wears Prada หรือนางมารสวมปราดา
ผู้ใช้ทวิตเตอร์อีกรายหนึ่งทวีตว่า “คุณที่เป็นพวกต่อต้านการรักร่วมเพศหนักที่สุดในโลกสวม Prada Monolith เนี่ยนะ????” อีกคนหนึ่งบอกว่า “ทรมานชาวเกย์แต่สวม Prada ต้องเป็นการเปิดประตูนรกใหม่แน่”
นอกจากรองเท้าบู๊ตแล้ว ในวันนั้นคาดีรอฟยังเผยว่า เขาได้ส่งนักรบเชเชน 70,000 นายไปยูเครนเพื่อร่วมสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับทหารรัสเซีย ซึ่งคลิปวิดีโอสั้นๆ ของสำนักข่าว RT ของรัสเซียที่ถ่ายไว้เมื่อวันศุกร์ (25 ก.พ.) เผยให้เห็นนักรบเชเชนหลายพันคนรวมตัวกันกลางจัตุรัสในกรุงกรอซนี เมืองหลวงของเชเชน แสดงความพร้อมสำหรับการสู้รบในยูเครน
ทว่าขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่านักรบเชเชนเหล่านี้ซึ่ง RT ระบุว่ามี 12,000 นายไปถึงยูเครนแล้วหรือยัง โดย RT รายงานเมื่อวันศุกร์ว่า พวกเขากำลังรอคำสั่งจากปูติน
สำหรับตัวคาดีรอฟเองมีประวัติไม่ธรรมดา และยังใกล้ชิดกับปูตินจนมีกระแสออกมาว่าเขาอาจเป็นทายาททางการเมืองคนหนึ่งของผู้นำรัสเซีย
คาดีรอฟก้าวขึ้นสู่อำนาจเมื่อปี 2005 ด้วยการสนับสนุนของปูติน หลังจาก อัคมัต คาดีรอฟ ผู้เป็นพ่อซึ่งเป็นผู้นำในภูมิภาคเชเชนถูกลอบสังหารเมื่อปี 2004
สองพ่อลูกคาดีรอฟเคนยืนอยู่ฝ่ายต่อต้านรัสเซียมาก่อนในสมัยที่เกิดเหตุปะทะนองเลือดระหว่างรัสเซียกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในเชเชน ช่วงปี 1994-1996 ก่อนจะเปลี่ยนข้างมาอยู่ฝ่ายรัสเซียในความขัดแย้งระหว่างกันครั้งที่ 2 ในปี 1999
คาดีรอฟมีท่าทีขึงขังดุดันโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฝ่ายตรงข้าม ชื่อของเขาเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนหลายต่อหลายครั้ง รวมทั้งการลักพาตัว การทรมาน และการสั่งฆ่า จนถูกสหรัฐคว่ำบาตรเมื่อเดือน ก.ค. 2020 และสหภาพยุโรปในกรณีวิกฤตยูเครนเมื่อปี 2014
แอนนา โปลิตคอฟสกายา นักข่าวเชิงสืบสวนสอบสวนที่วิจารณ์คาดีรอฟ ถูกยิงเสียชีวิตนอกอพาร์ทเม้นต์ในกรุงมอสโกเมื่อปี 2006 มีผู้ชาย 2 คนถูกจำคุกตลอดชีวิตแม้ว่าจะไม่สามารถตามได้ว่าใครเป็นคนสั่งฆ่า
และในปี 2009 นาตาเลีย เอสเตมิโรวา นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนรัสเซีย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคนที่วิจารณ์คาดีรอฟ ถูกยิงเสียชีวิตในคอเคซัสเหนือ และยังมีการตามสังหารคนใกล้ชิดของคาดีรอฟที่กระด้างกระเดื่อง เช่น อุมาร์ อิสเรรอฟ อดีตบอดีการ์ด ในกรุงเวียนนา และซูลิม ยามาเดเยฟ ในดูไบ
คาดีรอฟยังมีกองทหารส่วนตัวในชื่อ Kadyrovtsy ซึ่งมักจะปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของเขา
ผู้นำเชเชนรายนี้ยังชิงชังคนรักร่วมเพศเข้ากระดูก ถึงขั้นครั้งหนึ่งเคยพูดสนับสนุนให้มีการฆ่าเพื่อรักษาเกียรติ (honour killings) กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) โดยบอกว่า “ถ้าเรามีเกย์อยู่ที่นี่ บอกไว้เลยว่าญาติของเขาจะไม่ปล่อยให้เป็นแน่นอน เพราะศรัทธา ความคิด ขนบธรรมเนียมประเพณีของเรา แม้ว่ามันจะผิดกฎหมาย เราก็จะให้อภัย”
ความสัมพันธ์ระหว่างคาดีรอฟกับปูตินมีมานานหลายทศวรรษ โดยในปี 2007 ปูตินแต่งตั้งให้คาดีรอฟเป็นประธานาธิบดีสาธารณรัฐเชเชน และทั้งคู่ยังชอบศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวเหมือนๆ กันด้วย
ปี 2015 ปูตินเคยมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ขั้นสูงสุดแก่คาดีรอฟสำหรับ “ความสำเร็จในการทำงาน กิจกรรมทางสังคมที่มีพลัง และการช่วยเหลืออย่างเอาใจใส่อย่างยาวนาน”
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูเหมือนจะเป็นไปในทางต่างคนต่างพึ่งพาอาศัยกัน โดยปูตินอาศัยคาดีรอฟช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยในเชเชน โดยปล่อยให้คาดีรอฟปกครองเชเชนได้ตามสบาย และทำเป็นหลับตาข้างเดียวบ้างหากคาดีรอฟจะใช้วิธีของตัวเองจัดการฝ่ายตรงข้าม อาทิ การตามไปจับตัวภรรยาของ ซาอิดี ยานกัลบาเยฟ อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาของเชเชนถึงในแผ่นดินรัสเซีย
ส่วนรัสเซียเข้าไปช่วยออกเงินทุนสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานในเชเชน รวมทั้งถนนและมัสยิดใหม่ในกรุงกรอซนี
คาดีรอฟแสดงท่าทีจงรักภักดีกับรัสเซียสุดๆ และสนับสนุนกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในดอนบัสของยูเครนและการผนวกรวมไครเมียของรัสเซียอย่างแข็งขัน และยืนยันอย่างหนักแน่นว่าเชเชนจะไม่ประกาศตัวเป็นอิสรภาพจากรัสเซีย
ครั้งหนึ่งคาดีรอฟเคยให้สัมภาษณ์ว่า “ถ้าไม่ได้ปูติน เชเชนก็อยู่ไม่ได้”
นอกจากส่งนักรบเชเชนไปยูเครนแล้ว คาดีรอฟเคยส่งนักรบเหล่านี้ไปช่วยปูตินปฏิบัติการทางทหารทั้งในซีเรียและจอร์เจีย
และในช่วงที่ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับยูเครนทวีขึ้นไม่กี่สัปดาห์นี้ ชื่อของคาดีรอฟได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนอีกครั้ง เพราะเขามักจะออกแถลงการณ์ฝากไปยังผู้นำยูเครนโดยตรงหลายครั้ง
อย่างในครั้งล่าสุดที่เจ้าตัวสวมรองเท้า Prada ก็พูดให้ผู้นำยูเครนขอโทษปูตินเพื่อรักษาเคียฟไว้ด้วยความใกล้ชิดและท่าทีเหล่านี้ทำให้เกิดกระแสว่าคาดีรอฟคือผู้สืบทอดตำแหน่งของปูติน
จนเมื่อปลายเดือนที่แล้วคาดีรอฟเปิดใจถึงความเป็นไปได้ในการเป็นประธานาธิบดีรัสเซียในอนาคตผ่าน Telegram ว่า “ผมมักจะพูดเสนอว่าผมไม่เห็นตัวเองในตำแหน่งใดๆ ในรัฐบาลกลาง ไม่ใช่ในฐานะประธานาธิบดี ไม่ใช่ในฐานะรัฐมนตรี และอื่นๆ ที่ของผมคือที่นี่ ในสาธารณรัฐเชเชน ผมจะไม่ไปจากที่นี่”
Photo by Alexey NIKOLSKY / SPUTNIK / AFP