#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/640210

วันอังคาร ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2565, 19.27 น.
สมาธิมีขั้นเดียว คือสมาธิ มันจะก้าวไประดับไหน ก็คือสมาธิอันเดียว อย่าไปนับขั้นนับตอนอะไร ขอให้มันเป็นสมาธิ เมื่อจิตเป็นสมาธิแล้วเราละบาปได้หรือเปล่า..ศีล ๕ เราบริสุทธิ์หรือเปล่า.. เอากันที่ตรงนี้เป็นเครื่องตัดสิน
เรื่องของสมาธิใครจะไปถึงขั้นใดตอนใดถ้าจิตไม่บริสุทธิ์ไม่มีทาง ในสังคมของพุทธบริษัทที่เราต้องวุ่นวายกันอยู่นี่เพราะศีลมันไม่เสมอกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระเจ้า พระสงฆ์นี่ องค์หนึ่งกินนมตอนเย็นได้แต่อีกองค์หนึ่งกินไม่ได้ พอมาเจอกันเข้าท่านก็เถียงกัน
องค์หนึ่งจับจ่ายใช้สอยด้วยมือตนเองไม่ได้ แต่อีกองค์หนึ่งทำได้มาเจอกันเข้าท่านก็เถียงกัน เพราะฉะนั้น ไม่ว่าการปกครองบ้านเมืองปกครองศาสนาบ้านเมืองกฎหมายรัฐธรรมนูญนั่นแหละเป็นหลักสำคัญทางศาสนาศีลคือวินัยเป็นหลักสำคัญ
กฎหมายก็ดี ศีลคือวินัยก็ดีเป็นหลักที่เราจะปรับความประพฤติให้มีพื้นฐานเท่าเทียมกันถ้าเราไปยิ่งหย่อนกว่ากันแล้วก็มีการปรักปรำกัน แต่ทางกฎหมายปกครองบ้านเมืองในเมื่อมีคดีเกิดขึ้นก็ต้องมีโจทก์มีจำเลย มีหลักฐานพยานแต่ศีลคือวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัตินี่ตัวเองเป็นโจทก์ตัวเอง ตัวเองเป็นจำเลยตัวเองตัวเองเป็นหลักฐานพยานตัวเองคือตัวเองต้องพิจารณาตัวเองว่ามีความบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์
เพราะฉะนั้น เราปฏิบัติสมาธิจิตของเราจะไปถึงสมาธิขั้นใดตอนใด กี่ขั้นกี่ตอนก็ตามผลลัพธ์ก็คือว่าเราละความชั่ว นี่มันอยู่ที่ตรงนี้ ทีนี้หลักการพิสูจน์ว่าเราละความชั่วได้หรือเปล่าถ้าสมมติว่าเรามีครอบครัวเราไม่แอบไปหากำไรนอกบ้าน นั่นแสดงว่า เราบริสุทธิ์แล้ว ดูกันง่ายๆ อย่างนี้ อย่าไปดูให้มันลึกนัก สำคัญที่ปัจจุบัน
…………………………………
พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย) วัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา คัดลอกจาก https://bit.ly/35ZkrZs