รัสเซียเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ เตือนกระทบถึงจีน-ตลาดเกิดใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/677681

วันที่ 09 มี.ค. 2565 เวลา 11:10 น.รัสเซียเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ เตือนกระทบถึงจีน-ตลาดเกิดใหม่

เศรษฐกิจรัสเซียมีความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้ หลังถูกคว่ำบาตรจากนานาชาติ

ก่อนหน้านี้สถาบันการจัดอันดับระดับโลกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินของรัสเซีย โดยชี้ว่าเศรษฐกิจรัสเซียมีความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้

ขณะที่ตะวันตกได้เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียอันเป็นผลมาจากการรุกรานยูเครน รวมถึงการระงับการถือเงินตราต่างประเทศของธนาคารกลาง การระงับการซื้อขายหุ้นรัสเซียที่สำคัญ และการตัดรัสเซียออกจากระบบการชำระเงินระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Business Insider อ้างบทสัมภาษณ์ของสตีเฟน โรช อาจารย์เศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเยล อดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Morgan Stanley ประจำเอเชียที่กล่าวต่อ Squawk Box Asia ว่าหากรัสเซียผิดนัดชำระหนี้จะมีผลกระทบเป็นวงกว้างต่อหนี้สาธารณะในตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก และอาจกระทบไปถึงจีนด้วย

โรชกล่าวว่าจีนไม่สามารถอยู่ข้างรัสเซียได้ในขณะที่รัสเซียยังคงเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารในยูเครน “ยิ่งจีนถอยห่างจากรัสเซียได้เร็วเท่าไรยิ่งดีเท่านั้น และเราจะต้องรอดูและจับตาดูอย่างใกล้ชิด”

ก่อนหน้านี้นักยุทธศาสตร์การตลาดของ JPMorgan คาดการณ์ว่ามาตรการคว่ำบาตรจากตะวันตกและทั่วโลกต่อรัสเซียเพิ่มโอกาสที่รัสเซียจะผิดนัดชำระหนี้ หลังจากที่เคยผิดนัดชำระหนี้ครั้งล่าสุดในปี 1998

ด้าน Moody’s สถาบันการจัดอันดับ Credit Rating ประกาศปรับลดอันดับเครดิตภายในประเทศของรัสเซียเป็น Ca และ Fitch Ratings บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือด้านศักยภาพการชำระหนี้ยักษ์ใหญ่ ประกาศลดระดับความน่าเชื่อถือของรัสเซียเป็น C เนื่องจากมีแนวโน้มสูงที่จะผิดนัดชำระหนี้

ส่วน S&P ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของรัสเซียลงสู่ CCC- ซึ่งเป็นอันดับขยะ หลังจากที่โดนคว่ำบาตรจากนานาชาติ

ขณะที่ MSCI และ FTSE Russell ถอดหุ้นรัสเซียออกจากออกจากการคำนวณดัชนี ซึ่ง MSCI แถลงว่า “ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในตลาดจากทั่วโลก รวมถึงเจ้าของสินทรัพย์ ผู้จัดการสินทรัพย์ ตัวแทนนายหน้า โดยส่วนใหญ่ยืนยันว่าตลาดตราสารทุนของรัสเซียในปัจจุบันไม่สามารถลงทุนได้ และหลักทรัพย์ของรัสเซียควรถูกลบออกจากดัชนี MSCI Emerging Markets”

Photo by REUTERS/Maxim Shemetov/File Photo

Leave a comment