#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/640711

วันศุกร์ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2565, 08.04 น.
นักวิชาการแนะจุดยืนไทย ควรปฏิบัติอย่างไรในสถานการณ์‘รัสเซีย-ยูเครน’
11 มีนาคม 2565 ดร.ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ นักวิชาการทางบูรพคดีศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การสู้รบระหว่าง “รัสเซีย-ยูเครน” หัวข้อ “จุดยืนรัฐบาลไทย กรณียูเครนควรเป็นอย่างไร?” มีเนื้อหาดังนี้…
จุดยืนรัฐบาลไทย กรณียูเครนควรเป็นอย่างไร?:
สหประชาชาติลงมติว่าชาติไหนบ้างประณามรัสเซียส่งทหารไปปฏิบัติการพิเศษในยูเครน มี ๑๔๑ ชาติร่วมประณาม รวมทั้งไทยด้วย
มีคนขอให้ผมอธิบาย ขอสมมติง่ายๆ นะครับ โดยแต่งเรื่องเอาท่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นหัวหน้ารัฐบาลนี้เป็นกรณีศึกษานะครับ
1.พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อเลิกจากเป็นนายกรัฐมนตรี ไปซื้อบ้านพักที่เขาใหญ่หลังสวยงามอยู่กับครอบครัว
2.ต่อมาคนที่เกลียดชังหรือศัตรูของพลเอกประยุทธ์ อยากจะทำร้ายหมายปองชีวิต จึงเข้าไปตีสนิทเพื่อนบ้านใกล้เคียงที่อยู่ติดกันให้ร่วมเป็นพรรคพวกได้สำเร็จ จากนั้นศัตรูของพลเอกประยุทธ์ ก็ขนอาวุธสงครามจำนวนมากเข้าไปในบ้านหลังนั้นเตรียมยิงท่านพลเอกประยุทธ์และครอบครัว
3.พลเอกประยุทธ์ รู้ทันและมองเห็นเหตุการณ์โดยตลอดเพราะบ้านอยู่ติดกัน ครั้นจะแจ้งตำรวจก็ไม่แน่ใจว่าตำรวจจะจัดการตามกฎหมายหรือไม่
เมื่อจวนตัวเห็นคนร้ายมุ่งหมายปองชีวิตตัวอยู่ซึ่งหน้า พลเอกประยุทธ์ จึงจับปืนพาลูกน้องบุกเข้าไปยังบ้านใกล้เรือนเคียงที่สมรู้ร่วมคิด จัดการยิงคนร้ายเสียชีวิตและจัดการนำส่งคนร้ายที่เหลือส่งโรงพัก พร้อมด้วยหลักฐานว่าคนร้ายมีอาวุธร้ายแรงในครอบครองและหมายปองชีวิตตน หลักฐานทุกอย่างถูกส่งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจครบถ้วนเพื่อสรุปสำนวนส่งอัยการ
ประเด็นคือเมื่ออัยการฟ้องศาล ศาลจะพิพากษาอย่างไร?
1.พลเอกประยุทธ์บุกเข้าไปในบ้านคนอื่น ผิดกฎหมายข้อหาบุกรุกสถานที่ อันนี้แน่นอนอยู่แล้ว
2.พลเอกประยุทธ์จัดการคนร้ายได้และนำคนร้ายอื่นๆ ที่เหลือไปส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถือได้ว่าเป็นการป้องกันตัวเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ เพราะทุกคนก็รักชีวิตของตัวและสมาชิกในครอบครัวของตัว แถมถ้าคนร้ายมีประวัติก่อการร้ายมามากก็ยังจะได้รับคำชมในฐานะพลเมืองดีที่กำจัดคนร้ายได้
เมื่อมองภาพรวมแล้ว พลเอกประยุทธ์ น่าจะได้รับโทษสถานเบา
.jpg)
ฉันใดก็ฉันนั้นครับ ถ้าจะถามว่าเราควรจะมีจุดยืนอย่างไรในกรณียูเครน ถ้าผมเป็นทูตไทยประจำสหประชาชาติ ผมจะแถลงในที่ประชุมว่า
“ในนามประเทศไทย ข้าพเจ้าขอยึดกฎหมายระหว่างประเทศเป็นบรรทัดฐานในการกำหนดจุดยืนประเทศไทย
ข้อแรก ข้าพเจ้าขอตำหนิรัสเซียที่ส่งทหารเข้าไปปฏิบัติการพิเศษในยูเครนซึ่งเป็นการละเมิดอธิปไตยในยูเครน
ข้อที่ 2 ข้าพเจ้าขอตำหนิองค์การสนธิสัญญานาโต้นำโดยสหรัฐอเมริกาด้วยที่ขยายอิทธิพลไปรายล้อมรัสเซีย ทำสงครามพันทาง ไล่ผู้นำยูเครนที่มาจากการเลือกตั้ง แล้วแต่งตั้งหุ่นเชิดของตนเองเป็นประธานาธิบดี ขัดวิถีประชาธิปไตย
จากนั้นก็เริ่มปฏิบัติการ
1.กวาดล้างชาวรัสเซียในยูเครน โดยเฉพาะเขตดอนบัส
2.เอาขีปนาวุธมาจ่อรัสเซีย
3.กำลังริเริ่มสร้างอาวุธนิวเคลียร์ซึ่งขัดแย้งกับกฎบัตรสหประชาชาติ
4.มีหลักฐานเป็นเอกสารชัดเจนว่ารัฐบาลยูเครนได้งบประมาณจากกระทรวงกลาโหม สหรัฐอเมริกาสร้างห้องแล็บอาวุธชีวภาพไม่น้อยกว่า 30 แห่ง และมีการเก็บเชื้อไวรัสต่างๆ ไว้ศึกษาวิจัยมาก ซึ่งขัดกับกฎบัตรสหประชาชาติด้วย
ถ้ารัฐบาลอเมริกา 1.ไม่ขยายอิทธิพลนาโต้มาล้อมรัสเซียและจัดตั้งรัฐบาลหุ่นเชิดในยูเครน 2.สะสมอาวุธร้ายร้ายแรงเพื่อปองร้ายรัสเซีย รัสเซียก็จะไม่ส่งทหารไปปฏิบัติการพิเศษในยูเครน”
หลังจากแถลงเสร็จ ผมจะของดออกเสียง
ผมนำชีวิต พลเอกประยุทธ์ มาเปรียบเทียบเพราะท่านเป็นผู้นำรัฐบาลนี้ จะต้องตัดสินใจกำหนดจุดยืนของประเทศไทยในนามประเทศไทย
สรุปว่าเมื่อนำกรณีรัสเซียส่งทหารไปปฏิบัติการพิเศษในยูเครนไปเปรียบเทียบกับที่แก๊งนาโต้นำโดยอเมริกาส่งทหารไปรุกรานอิรัก ซีเรีย ลิเบีย เยเมน อาฟกานิสถานและโซมาเลียมาจนทุกวันนี้ซึ่งสำนักสื่อกระแสหลักสากกะเบือไม่ออกดอกทั้งหลายไม่พากันนำเสนอเป็นข่าวเลย เพราะเป็นแค่สำนักข่าวทาสชาตินักล่าอาณานิคมตะวันตกเท่านั้น
รัสเซียมีเหตุผลดีกว่าเยอะครับ