นายพลรัสเซียอ้างสงครามยูเครนเฟสแรกสำเร็จแล้วทั้งที่ไม่คืบหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679141

วันที่ 26 มี.ค. 2565 เวลา 15:00 น.นายพลรัสเซียอ้างสงครามยูเครนเฟสแรกสำเร็จแล้วทั้งที่ไม่คืบหน้า

ฝ่ายรัสเซียเคลมปฏิบัติการทางทหารเฟสแรกในยูเครนสำเร็จแล้วเตรียมบุกตะวันออกต่อไป

CNN รายงานว่า นายพลระดับสูงของรัสเซียเผยรายละเอียดเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ทางการทหารของรัสเซียในยูเครนมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยอ้างว่าแผนการทางทหาร “เฟสแรก” ในยูเครนสำเร็จแล้ว โดยหลังจากนี้จะพุ่งเป้าไปที่การโจมตีฝั่งตะวันออกของยูเครน

เซอร์เก รัดสคอย รองผู้บัญชาการเหล่าทัพของรัสเซียเผยว่า ในภาพรวมภารกิจหลักในเฟสแรกของการปฏิบัติการทางทหารในยูเครนได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ศักยภาพการสู้รบของกองทัพยูเครนลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เราสามารถพุ่งความสนใจไปที่เป้าหมายหลักอย่างการปลดปล่อยดอนบัส

คำพูดของรัดสคอยเกิดขึ้นในขณะที่การโจมจีของรัสเซียในเมืองสำคัญอย่างเคียฟและคาร์คิฟดูเหมือนว่าจะหยุดชะงัก รัสเซียยังล้มเหลวในการยึดครองน่านฟ้ายูเครน และสูญเสียทหารจำนวนมากนับตั้งแต่เปิดฉากโจมตียูเครน

“ผู้เชี่ยวชาญทั้งภาครัฐและเอกชนต่างสงสัยว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ในพื้นที่ของเมืองที่ถูกปิดล้อมในยูเครน” รัดสคอยกล่าว “การกระทำเหล่านี้ดำเนินการโดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร อุปกรณ์ บุคลากรของกองทัพยูเครน ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้เราไม่เพียงแต่จำกัดกองกำลังของพวกเขาและป้องกันไม่ให้พวกเขาเสริมกำลังในดอนบัส แต่จะไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาทำเช่นนี้จนกว่ากองทัพรัสเซียจะปลดปล่อยดินแดนของ DPR (โดเนตสก์) และ LNR (ลูฮันสก์) อย่างสมบูรณ์”

รัดส์คอยเผยว่า ทหารรัสเซียเสียชีวิต 1,351 นาย และบาดเจ็บอีก 3,825 นายในยูเครน ขณะที่สหรัฐ นาโต และยูเครนคาดว่าตัวเลขทหารรัสเซียที่เสียชีวิตและบาดเจ็บสูงกว่านี้

“ตอนแรกเราไม่ได้วางแผนที่จะบุกโจมตี เพื่อป้องกันการทำลายและลดการสูญเสียบุคลากรและพลเรือน” รัดส์คอยเผย “และถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ดังกล่าวออกไป แต่เมื่อแต่ละกลุ่มเสร็จสิ้นภารกิจที่กำหนดไว้ และแก้ไขได้สำเร็จ กองกำลังและวิธีการของเราจะเน้นไปที่สิ่งสำคัญ นั่นคือการปลดปล่อยดอนบัสอย่างสมบูรณ์”

อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่าแถลงการณ์ของนายพลรุดส์คอยหมายความว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงในเป้าหมายของรัสเซียหรือไม่ หรือเป็นเพียงการเปลี่ยนวิธีสื่อสารกับสังคมเท่านั้น

REUTERS/Marko Djurica

Leave a comment