#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/643897

วันเสาร์ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2565, 19.15 น.
สภาพจิตของผู้ใคร่ในธรรม อะไรจะพิจารณาเป็นธรรมไปหมด การเป็นธรรมของจิตอยู่ที่ตรงไหน อยู่ตรงที่เราจะปลงอยู่ตรงที่ “กมฺมสฺสกา มาณว สตฺตา กมฺมทายาทา กมฺมโยนี กมฺมพนฺธู กมฺมปฏิสรณา” สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของของตน มีกรรมเป็นผู้ให้ผล มีกรรมเป็นแดนเกิด มีกรรมเป็นผู้ติดตาม มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย ชีวิตทุกดวง “ดี-ชั่ว” เป็นไปตามผลของกรรม
คนทำชั่วมากๆ แสดงว่าเขาทำกรรมชั่ว กรรมชั่วอันนั้นมันเป็น “บาปสังขาร” คอยปรุงแต่งจิตให้ทำชั่วอยู่เรื่อยๆ ยิ่งทำก็ยิ่งมืดมนอนธกาล ยิ่งทำก็ยิ่งมองไม่เห็นบาปบุญคุณโทษ ประโยชน์และมิใช่ประโยชน์ อย่างดีก็มุ่งเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตัวและความสุขส่วนตัวเพียงถ่ายเดียว โดยไม่นึกถึงอกเขาอกเรา จิตมันก็ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นกลาง ไม่เที่ยงธรรม ทำแต่บาปแต่กรรม ไม่รู้จักบุญไม่รู้จักกุศล ไม่รู้จักทำดี มีแต่ทำชั่วร่ำไป ร่ำไป มีใครไปพูดเรื่องบาปบุญคุณโทษให้ฟัง…เหลวไหล! ใครพูดเรื่องนรกเรื่องสวรรค์เรื่องนิพพานให้ฟัง…เหลวไหล! เพราะอะไร…เพราะ “บาปกรรม” มันปิดบัง
เช่นเดียวกันกับ “ท่านมาลัย” ไปโปรดสัตว์นรก สัตว์นรกผู้ที่มีอุปนิสัยบางๆ พอเห็นพระเถรเจ้าไปก็ยกมือสลอน สาธุ พระคุณเจ้ามาดีแล้ว พวกข้าพเจ้าเป็นสัตว์นรกทำบาปทำกรรม จึงได้มาทรมานอยู่อย่างนี้ ขอให้ไปบอกญาติพี่น้องทำบุญอุทิศส่วนกุศลส่งมาให้ด้วย อันนี้สำหรับผู้ที่มี..มี “ปุญญาภิสังขาร” คอยปรุงแต่งจิตให้นึกถึงคุณงามความดี
ส่วนสัตว์นรกบางตนบางตัวก็ได้แต่นอนคว่ำหน้า ไม่มองดูพระเถรเจ้าเลย ใครจะว่าไงก็ช่างใคร ฉันเฉยอยู่ เพราะบาปกรรมมันปิดบัง บาปกรรมตัวที่ปิดบังนั้นแหละคือ “อปุญญาภิสังขาร” สังขาร คือ บาป มันคอยปรุงแต่งจิตให้มีแนวโน้มไปทางบาป
เพราะฉะนั้นเรามาเจริญสมาธิวิปัสสนานี้ถึงแม้ว่าไม่บรรลุมรรคผลนิพพานใดๆ ก็เพียงแต่ว่า จะอบรมจิตใจของเราให้มีแนวโน้มไปในทางบุญทางกุศล จนกลายเป็นความคล่องตัว ไม่สามารถที่จะทำบาปทั้งในที่ลับและในที่แจ้งได้ มีหิริโอตตัปปะ สะดุ้งกลัวต่อบาป อายต่อบาปอยู่เสมอ เอากันแต่เพียงแค่นี้ ก็ยังนับว่าดี
…………………………………
พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย) วัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา มีอายุครบ ๗๗ ปี, หน้า ๓๘) ขอบคุณลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=4&t=50833