#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/650262

วันพฤหัสบดี ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2565, 16.20 น.
วันนี้ (28 เม.ย.65) นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราดให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมของจังหวัดตราดในการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศในวันที่ 1 พฤษภาคม 2565 ตามที่ ศบค.มีมาตรการผ่อนคลายในการเปิดประเทศว่า หลังจาก ศบค.ได้ผ่อนคลายมาตรการคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อทำการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเปิดทั้งทางอากาศ ทางบก และทางน้ำในวันที่ 1 พฤษภาคม 2565
ทางจังหวัดตราดได้มีการซักซ้อมการเดินทางเข้าจังหวัดตราด โดยผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็กกับหน่วยงานตามแนวชายแดน คือ ด่านศุลกากรคลองใหญ่ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ฝ่ายปกครอง และฝ่ายทหารเพื่อเตรียมความพร้อม ขณะเดียวกันได้หารือกับฝ่ายกัมพูชาเพื่อประสานงานในเรื่องการเดินทางเข้าออกด้วย ซึ่งขณะนี้ทางจังหวัดตราดได้เสนอ SOP ให้ทาง ศบค.ตราดตรวจสอบและอนุญาตแล้ว หากไม่มีปัญหาใดๆ ก็สามารถดำเนินการได้ทันที นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้หน่วยงานชายแดนดูแลและอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าออกในครั้งนี้ด้วย
“มันจะเป็นโอกาสทางการค้า การท่องเที่ยวของจังหวัดตราดและจังหวัดจันทบุรี ในการที่จะเกิดการสร้างรายได้เพิ่มขึ้น นับจากนี้เป็นต้นไป แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวต้องปฏิบัติให้สอดรับกับมาตรการก็คือการดูแลและป้องกันการเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด โดยมาตรการที่มีอยู่ทั้ง SHA+ หรือ DMHTTA สำหรับประชาชน ซึ่งหากทำได้จะเกิดผลดีต่อทุกฝ่าย ส่วนเรื่องการติดเชื้อที่มาจากนักท่องเที่ยวชาวกัมพูชานั้นคงไม่ห้วงมากนัก เพราะว่ากัมพูชามีการฉีดวัคซีนเข็ม 3 และ 4 แล้ว จึงไม่น่าเป็นห่วง” ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าว
ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวอีกว่า ในส่วนของการติดเชื้อไวรัสโควิดของจังหวัดตราดที่ผ่านมาอยู่ในช่วงลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังเทศกาลสงกรานต์ที่เกรงว่าตัวเลขจะเพิ่มขึ้น แต่หลังจากวันที่ 18-20 เมษายน 2565 ตัวเลขการติดเชื้อโควิดที่เคยมีมากถึง 5-600 ราย/วันเหลือเพียง 100-200 คน/วันเฉพาะที่ตรวจแบบ ATK และตรวจแบบ RC-PTR มียอดเพียง 4-50 รายเท่านั้นจึงมีแนวโน้มดี
อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดตราดต้องรอทดสอบในช่วงการเปิดเทอมอีกครั้งในวันที่ 17 เม.ย.65 ที่จะมีการเปิดเทอม หากไม่มีผลการแพร่ระบาดสูงขึ้นก็น่าจะไวใจในเรื่องการแพร่ระบาดได้และจะทำให้จังหวัดสามารรถก้าวเดินไปสู่การประกาศเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมที่จะให้โรคโควิดเป็นโรคประจำถิ่นได้ ทั้งนี้ทางจังหวัดยังต้องเร่งในการฉีดวัคซีนเข้า 3 ให้ได้ร้อยละ 80% หากทำได้เร็วก็จะควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทุกฝ่ายก็จะเกิดความมั่นใจ – 003


