#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/655399

วันจันทร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.52 น.
วันนี้ (23 พ.ค.65) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะ ได้เดินทางด้วยเรือสปีดโบ๊ทจากอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี มุ่งหน้าไปยังแท่นขุดเจาะน้ำมันของบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ที่นำมาทำแนวปะการังเทียมและเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์ทะเลขนาดเล็ก โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะดำน้ำลงสำรวจบริเวณดังกล่าวด้วยตัวเอง
ทั้งนี้ แทนสำรวจน้ำมันดังกล่าวได้จัดวางไว้บริเวณใต้ทะเลพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นแห่งแรกที่นำแท่นสำรวจน้ำมันมาทำประโยชน์ในการฟื้นฟูระบบนิเวศใต้ทะเล จากการลงพื้นที่ของรัฐมนตรีพบว่าบริเวณดังกล่าวมีอุปสรรค์เนื่องจากคลื่นลมในทะเลมีกำลังแรงทำให้คณะต้องยกเลิกภารกิจของรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่จะลงดำน้ำสำรวจต้องถูกยกเลิกภาระกิจ
โดยทีมดำน้ำได้ลงดำน้ำบริเวณดังกล่าวเพื่อติดตามสภาพแวดล้อมบริเวณจุดวางแท่นสำรวจม้ำมันเพื่อให้เป็นแหล่งปะการังเทียมล่วงหน้า พบว่ามีความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก สามารถพัฒนาต่อยอดเป็นแหล่งอนุรักษ์ทางทะเลและแหล่งท่องเที่ยวในอนาคตได้พบว่าบริเวณดังกล่าวมีปะการังอ่อนและปะการังแข็งเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีสัตว์ทะเลชนิดต่างๆ เข้ามาอาศัยหลบภัยจากสัตว์ใหญ่ที่หากินร่วมถึงการล่าของมนุษย์ด้วย ซึ่งจะทำให้สัตว์ทะเลหลายชนิดยังคงขยายพันธุ์ได้ ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะร่วมมือพันธมิตรเร่งถอดบทเรียนติดตามผลกระทบทุกมิติอย่างใกล้ชิด พร้อมพัฒนาต่อยอดขยายพื้นที่ในการรักษาสิ่งแวดล้อมใต้ทะเลของอ่างไทยต่อไป
.jpg)
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลมาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง รวมถึงหาแนวทางในการยกระดับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรปะการังของประเทศไทยให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งบริษัทเชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ได้มอบสำรวจน้ำมันจำนวน 7 ขาที่เป็นแท่นที่หมดอายุสัมปทานมาจัดวางให้เป็นปะการังเทียม
ภายหลังการวางขาแท่นสำรวจน้ำมันให้เป็นแหล่งปะการังเทียมกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ประกาศมาตรการคุ้มครองทรัพยากรในบริเวณดังกล่าว ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม 2564 และจะสิ้นสุดการบังคับใช้วันที่ 8 มีนาคม 2566 ซึ่งเป็นการห้ามการทำประมงด้วยเครื่องมือประมงทุกชนิด ห้ามดำเนินกิจกรรมการท่องเที่ยวดำน้ำ หรือการกระทำที่อาจมีผลกระทบต่อปะการังและสิ่งมีชีวิตในบริเวณดังกล่าวเพื่อช่วยเร่งการเกาะตัวของปะการังอ่อนและสัตว์น้ำเข้ามาอาศัยเสมือนแหล่งอนุบาลสัตว์ใต้ทะเล ซึ่งการลดกิจกรรมของมนุษย์ในช่วงแรกทำให้ประสิทธิภาพของการเกิดแหล่งปะการังใหม่เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ได้มีการติดตามสภาพการเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด รวมถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกมิติ ทั้งนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เตรียมแผนประกาศให้เป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งตามมาตรา 22 ต่อไป
ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า อยากให้มีการศึกษาเทคนิคเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อช่วยในการพัฒนางานด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผสานองค์ความรู้ทางวิชาการและความร่วมมือของพี่น้องประชาชนในการมีส่วนร่วมในทุกกระบวนการ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้คงต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนและเร่งรัดการดำเนินงานให้เห็นผลเป็นที่ประจักษ์และต้องไม่เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยเด็ดขาด – 003









