#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/656729

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 10.03 น.
29 พฤษภาคม 2565 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากประชาชนที่เดินชมบรรยากาศทะเล บริเวณชายหาดบ้านหน้าทอน อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่าพบซากเต่าทะเลขนาดใหญ่ ตายถูกคลื่นซัดมาเกยชายหาด เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว โดยเต่าตัวดังกล่าวเป็นเต่าตนุที่มีขนาดใหญ่ ความยาวของกระดอง ยาวประมาณ 120 เซนติเมตร นำ้หนักตัวประมาณ 90 กิโลกรัม
.jpg)
ต่อมาเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลสงเคราะห์เกาะสมุย และเจ้าหน้าที่กู้ชีพและช่วยชีวิตทางน้ำได้เดินทางมาถึงพร้อมตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุการตายของเต่าตนุ และจากการตรวจสอบพบซากเต่าตนุเพศเมียคาดว่ามีอายุกว่า 30 ปี อยู่ในสภาพที่เน่าเปื่อย บริเวณส่วนหัวถูกสัตว์ทะเลแทะเหลือแต่กระโหลก และขาหน้าด้านซายและขวาเปื่อยใกล้จะหลุดจากตัว เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ตรวจสอบอย่างละเอียดไม่พบแท็กที่ระบุการขึ้นทะเบียนหรือระบุที่มาของเต่าตนุตัวดังกล่าว ตรวจสอบตามลำตัวไม่พบบาดแผลที่จะทำให้เป็นสาเหตุการตายของเต่าตนุ

คาดว่าการตายของเต่าตนะที่มีขนาดใหญ่ตัวนี้ น่าจะเกิดจากกินอาหารที่เป็นพิษ หรือกินถุงพลาสติก จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำซากเต่าตนุไปทำการฝั่งบริเวณสุสานวัดแจ้งนอก พร้อมประสานศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง จังหวัดชุมพร เพื่อมาทำการผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตาย และหาแนวทางการแก้ปัญหาเต่าทะเลตายต่อไป
.jpg)
สำหรับเต่าตนุที่พบครั้งนี้เป็นตัวที่มีขนาดใหญ่กว่าทุกครั้ง และจากต้นปี 2565 เจ้าหน้าที่พบซากเต่าตนุตายมาเกยชายหาดแล้วรวม 3 ตัว สำหรับถิ่นอาศัยและการแพร่กระจายพบในเขตร้อนและกึ่งร้อนตามแนวชายฝั่งรวมถึงพบตามเกาะต่างๆ ที่เงียบสงบ และจะพบได้ตามแหล่งหญ้าทะเล สำหรับประเทศไทยพบการแพร่กระจายของเตาตนุในธรรมชาติ ทั้งฝั่งทะเลอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน
.jpg)
ด้านนางสาวเยาวพา เพชรรัตน์ ชาวเกาะสมุยที่มาดูซากเต่าตนุ กล่าวว่า รู้สึกเสียดายเพราะเต่าทะเลตัวนึงกว่าจะโตได้ขนาดนี้ใช้เวลานาน จึงฝากขอให้ช่วยกันอนุรักษ์เต่าทะเลเพราะเต่าทะเลเป็นสัตว์ที่หายาก เพราะเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่หายากจึงอยากให้ช่วยกันดูแลรักษาชีวิตเต่าทะเล. 012

