#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/659322

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 19.47 น.
“…โดยมากสมัยครั้งพุทธกาลผู้ที่ฟังเทศน์พระพุทธองค์นั่งอยู่ในอาสนาะเดียว แต่ท่านก็มีสมาธิที่จะใคร่ครวญ รู้ไปด้วย เห็นไปด้วย แก้อาการของจิตไปด้วย จิตใจก็ค่อยละวางไปไม่ยึดมั่น เห็นโทษเห็นภัยในตัวเอง หนักเข้าก็เลยตัดกระแสภวังค์รู้แจ้งขึ้นเลย ท่านจึงว่าได้สำเร็จขั้นนั้นขั้นนี้ เป็นโสตะ เป็นผู้มีดวงตาเห็นธรรม ก็เนื่องมาจากมีสติ
แต่ว่าสมัยนี้โดยมากสติจะมีน้อยนิด แม้ฟังเทศน์ฟังธรรมก็ตาม ฟังคำบรรยายฟังปาฐกถาธรรม ไม่ค่อยได้ถึงจิตใจ เป็นเพียงแต่สัญญา มันไม่ลงถึงจิตใจ ฟังแล้วไม่ได้เรื่อง บางที่รู้เรื่อง แต่จิตแก้ไม่ได้ โดยมากมันมักหันไปทางโลก ดูความเพลิดเพลินทะเยอทะยานเห่อเหิมทางโลก มันจึงไม่ลงถึงจิต จิตก็เลยไม่สลดสังเวช ผลของการเห็นโทษเห็นภัยยกระดับจิตใจให้สูงขึ้นมันเลยไม่ไป เลยไม่ได้เรื่องได้ราว
ฟังแล้วก็ฟังอยู่เฉย ๆ คล้าย ๆ กับพวกนักศึกษาเล่าเรียน เรียนไป ก็จำได้อยู่แค่นั้น มันแก้จิตใจตัวเองไม่ได้ แก้คนอื่นก็ไม่ได้ นี่ปัญหามันอยู่ตรงนี้ พวกเราจึงต้องหาหนทางแก้อาการของจิตไม่อยากให้หลงทางเท่านั้นแหละ เพราะว่าจิตใจมันไม่รู้จักโทษ ไม่รู้จักให้อภัย…”
โอวาทธรรม หลวงปู่ศรี มหาวีโร วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) ต.ศรีสมเด็จ อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003