#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/662561

วันศุกร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 17.23 น.
ลูกสาวยันมีหลักฐานพ่อไปทำงานใน ‘วัดมรุกขนคร’ จังหวัดนครพนมจริงส่วนปัญหาเบื้องลึกไม่รู้สาเหตุ
ความคืบหน้ากรณี น.ส.วรรณวิสา (ขอสงวนนามสกุล) หลานสาวนายสมเกิด (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 66 ปีที่เสียชีวิตตั้งแต่ปลายปี 2541 นำเอกสารหลักฐานออกมาเรียกร้องทวงเงินค่าก่อสร้างจากวัดมรุกขนคร ต.ดอนนางหงส์ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เป็นวงเงินประมาณ 1.2 ล้านบาทอ้างว่าเป็นค่าก่อสร้างถาวรวัตถุ ภายในวัดตั้งแต่ปี 2539 พร้อมเรียกร้องให้พระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 รับผิดชอบเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย

จนกระทั่งนายอนันต์ชัย ไชยเดช ในฐานะแม่ทัพทนายกองทัพธรรม พร้อมคณะได้ออกมาแถลงข่าวปกป้องเนื่องจากตรวจสอบแล้วเป็นการบิดเบือนข้อมูลไม่มีหลักฐานเกี่ยวข้องกับพระเทพวรมุนี ที่จะต้องออกมารับผิดชอบ สร้างความเสื่อมเสีย พร้อมรวบรวมหลักฐานเอาผิดทั้งทางแพ่งและอาญากับผู้ร้อง รวมถึงนายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา และทนายความกับพวก หลังมีการนำหลักฐานเข้าร้องเรียนต่อสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวหาให้พระเทพวรมุนี อดีตเจ้าอาวาสวัดมรุกขนคร ชดใช้เงินที่ยังค้าง ทั้งที่ไม่มีหนังสือสัญญาจ้างงาน รวมถึงไม่มีการฟ้องร้องคดีทางแพ่งจนขาดอายุความ ปล่อยยืดเยื้อมานานกว่า 20 ปี ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงหากจะทวงถามจะต้องดำเนินการระหว่างคณะบุคคล คณะกรรมการวัด รวมถึงชาวบ้านที่เกี่ยวข้อง เพราะในช่วงเข้าไปดำเนินการ พระเทพวรมุนียังไม่ได้มีสมณศักดิ์เป็นเจ้าอาวาสวัดมรุกขนคร โดยเรื่องนี้ทางทีมทนายกองทัพธรรม เชื่อว่าเป็นการบิดเบือนข้อมูลกล่าวหาพระชั้นผู้ใหญ่ไม่ต่างจากกรณีหลวงปู่แสง พร้อมประกาศจุดยืนปกป้อง เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร และวัดมรุกขนคร
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสอบถามนางประเสริฐ (สงวนนามสกุล) อายุ 57 ปีลูกสาวคนโตของนายสมเกิด กรณีมีหลานสาวนำหลักฐานข้อมูลไปร้องเรียนทวงเงินพระเทพวรมุนี โดยได้เปิดเผยว่าตนเป็นบุตรสาวคนโตจากลูกสาวทั้งหมด 2 คนเดิมพ่อมีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง ทำงานกับวัดมรุกขนครตั้งแต่ยังเป็นวัดร้าง ทำงานร่วมกับหลายคนพัฒนาวัดมาแต่ปี 2539 จากนั้นได้เข้าไปทำงานรับเหมามาต่อเนื่อง เพราะส่วนหนึ่งสนิทสนมกับพระเทพวรมุนีที่มาดูแลวัดในยุคนั้น

นางประเสริฐ เล่าต่อว่าหลังพ่อตายปี 2541 พอถึงปี 2553 แม่ก็มาเสียชีวิตอีกคน ภายหลังแม่มาเสียชีวิต ลูกหลานจึงไปค้นพบบันทึกของพ่อที่เขียนไว้ หลานสาวจึงคิดว่าจะต้องได้รับความเป็นธรรม จึงนำไปทวงถาม ร้องเรียนไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพราะต้องการค่าใช้จ่าย ยืนยันว่าเข้าไปทำงานจริง ไม่มีสัญญาจ้างเพราะเคารพศรัทธาเชื่อมั่นต่อวัด มีเพียงบันทึกซื้อวัสดุก่อสร้าง บันทึกภาพถ่ายการก่อสร้าง แต่ไม่ทราบปัญหาภายในช่วงการทำงาน
“ยอมรับไม่มีเจตนาที่จะให้ร้ายหรือกล่าวหาใคร เพียงต้องการข้อเท็จจริง หากยังมีค่าใช้จ่ายตกค้าง อยากให้พิจารณาขอความเป็นธรรมช่วยเหลือ ส่วนรายละเอียดการทำงานตนไม่ทราบ เพียงดูจากเอกสารหลักฐาน และการสั่งเสียก่อนพ่อตาย ถามว่ากรณีไม่ฟ้องร้อง เพราะมีความเคารพศรัทธาส่วนตัวกับพระรวมถึงวัด ซึ่งทั้งหมดหลานสาวเป็นคนดำเนินการ แต่ปัจจุบันทำงานที่กรุงเทพมหานคร หากไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้ก็คงไม่คาดหวังอะไรต่อไป” นางประเสริฐ กล่าว – 003
