#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/667394

วันอาทิตย์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 20.16 น.
บานปลายแล้ว! คนวัดธาตุทองเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ปมส่อไม่โปร่งใส ทั้งข้อครหาขนตู้บริจาคขึ้นรถไปนับเงินที่บ้านโดยที่ทางวัดและกรรมการวัดหลายคนไม่รู้ รวมทั้งค่าเปอร์เซ็นต์จากร้านจัดดอกไม้ตกแต่งงานศพและค่าอาหารกล่องแจกให้คนมาร่วมงาน หลังทางวัดออกประกาศข้อกำหนดเคร่งครัดให้ใช้ดอกไม้ตกแต่งงานศพ รวมทั้งอาหารและเครื่องดื่มของวัดเท่านั้น เรียกร้องให้เจ้าอาวาสจัดระเบียบบัญชีเงินเข้า-ออกใหม่และตรวจสอบเรื่องเงินด่วน
วันที่ 17 ก.ค.65 แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่วัดธาตุทอง พระอารามหลวง เขตวัฒนา กทม.เปิดเผยกับ “แนวหน้าออนไลน์” ถึงปัญหาภายในวัดธาตุทอง ภายหลังจากที่ตกเป็นข่าวมาอย่างต่อเนื่องกรณีการจัดงานภายในบริเวณลานจอดรถของวัดในวันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษาช่วงวันที่ 13-21 ก.ค.65 ซึ่งเป็นช่วงที่สถานการณ์เชื้อไวรัสโควิดกลับมาระบาดรอบใหม่ และเกรงว่าจะส่งผลกระทบกับโรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง, โรงเรียนวัดธาตุทอง, โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทองที่จะเปิดการเรียนการสอนในวันที่ 18 ก.ค.65 นี้ และเป็นห่วงเรื่องกิจกรรมที่อาจขัดต่อหลักศาสนาและสร้างความเดือดร้อนต่อส่วนรวมมากกว่าเกิดประโยชน์ ซึ่งผู้อำนวยการเขตวัฒนา ได้มีหนังสือแจ้งขอยกเลิกการจัดงานไปแล้วตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค.65 ที่ผ่านมา และพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ก็ไม่ได้เซ็นอนุญาต แต่ในที่สุดงานก็จัดขึ้นมาจนได้ท่ามกลางข้อสงสัยของประชาชนถึงความไม่ชอบมาพากลในการจัดงานนี้ขึ้นมาว่าใครเป็นผู้อนุมัติเนื่องจากพื้นที่จัดงานเป็นสถานที่ของวัด ผู้จัดการต่อน้ำต่อไฟจากวัดหรือจากที่ไหน? รวมทั้งรายได้ตกไปอยู่ที่ใคร?
โดยบรรยากาศการจัดงานที่บริเวณลานจอดรถวัดธาตุทอง เมื่อช่วงคำวันนี้ (17 ก.ค.) พบว่ามีร้านใหม่เข้ามาเปิดร้านเพิ่มขึ้นอีก 5-6 ร้านมีประชาชนเดินทางมาร่วมงานกันคึกคัก โดยภายในงานได้มีการประกาศเชิญชวนให้ประชาชนที่มาเที่ยวงานได้ร่วมบริจาคเงินทำบุญให้กับทางวัดด้วย

แหล่งข่าวเปิดด้วยว่า นอกจากนี้เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.65 ที่ผ่านมา ทางวัดธาตุทอง พระอารามหลวง เขตวัฒนา กทม.ได้มีประกาศออกมาเป็นข้อบังคับ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.65 ที่ผ่านมา โดยเนื้อหาในประกาศมีดังนี้ “อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 มาตรา 3, 38 และ 50 เจ้าอาวาทวัดธาตุทอง พระอารามหลวง จึงออกข้อกำหนดเพิ่มเติมจากระเบียบของสำนักงานฌาปนสถานวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ให้บุคลากรของวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ประกอบด้วยบรรพชิตและคฤหัสถ์ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมาย และขอความร่วมมือจากบุคคลภายนอกปฏิบัติตามประกาศนี้ โดยติดต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานฌาปนสถาน เพื่อให้การดูแลรักษาและจัดการผลประโยชน์อันเป็นศาสนสมบัติของวัด มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยเป็นไปด้วยดีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดังนี้ 1.ให้ใช้ดอกไม้ตกแต่งงานศพของวัดเท่านั้น, 2.ให้ใช้เครื่องไทยธรรมของวัดเท่านั้น 3.ให้ใช้อาหารและเครื่องดื่มของวัดเท่านั้น ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2565 เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2565”
จากกรณีดังกล่าวทำให้พุทธศาสนิกชนและประชาชนที่มาทำบุญที่วัดวิพากษ์วิจารณ์กันว่า การออกประกาศดังกล่าวที่เป็นการระบุว่าให้ “ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมาย” นั้น แสดงว่าทางวัดธาตุทอง พระอารามหลวง เริ่มทำแบบเป็นพุทธพาณิชย์เหมือนที่หลายๆ วัดที่เคยตกเป็นข่าวอื่อฉาวกระทำมา เนื่องจากเมื่อมีพุทธพาณิชย์เข้ามาเกี่ยวข้องผลประโยชน์และความไม่โปร่งใสก็จะมีตามมา โดยเฉพาะการห้ามไม่ให้เจ้าภาพนำคนจัดดอกไม้นำมาเอง โดยให้ใช้ดอกไม้ตกแต่งงานศพของวัดเท่านั้นเป็นเรื่องที่ไม่มีสมควรและไม่เหมาะสม เพราะการนำดอกไม้สดมาตกแต่งศพนั้นบางครั้งเจ้าภาพบางรายก็อยากจะเอาดอกไม้ที่ตนเองชื่นชมมาจัดให้กับผู้เสียชีวิต การห้ามแบบนี้เหมือนเป็นการขัดศรัทธาความตั้งใจของเจ้าภาพ

แหล่งข่าวเปิดเผยต่อว่า ก่อนที่ทางวัดจะมีประกาศตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.65 ให้ใช้ดอกไม้ตกแต่งงานศพเฉพาะของวัดเท่านั้น ที่ผ่านมาเมื่อเจ้าภาพเอาคนจัดดอกไม้เข้ามาตกแต่งงานศพ ทางเจ้าภาพก็จะจ่ายเงินให้กับวัดเป็นค่าธรรมเนียม 5,000 บาททุกครั้งอยู่แล้ว แต่พอมามีข้อกำหนดไม่ให้เจ้าภาพเอาคนนอกเข้ามาจัดดอกไม้ตกแต่งงานศพเลยแบบนี้มันก็ไม่ถูกต้อง ยิ่งทางวัดบอกว่าถ้าเจ้าภาพต้องการจะหาคนจัดดอกไม้ก็ต้องให้ผ่านทางวัดเท่านั้น โดยทางวัดจะจัดหาคนมาจัดดอกไม้ หรือจากร้านดอกไม้มีความสนิทสนมกับทางวัดหรือไวยาวัจกรวัดมาจัดให้เองแบนี้มันเข้าข่ายรูปแบบพุทธพาณิชย์อย่างชัดเจน เพราะทราบมาว่าทางวัดหรือไวยาวัจกรวัดบางคนได้ค่าหัวคิวหรือค่าเปอร์เซ็นต์จากร้านดอกไม้เหล่านั้น
ส่วนข้อกำหนดที่ 2 เรื่องเครื่องไทยธรรมให้ใช้ของวัดนั้นยังพอรับได้ สำหรับข้อกำหนดที่ 3 ให้ใช้อาหารและเครื่องดื่มของวัดเท่านั้น เรื่องอาหารเลี้ยงคนนี้เจ้าภาพบางรายถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการที่ทางวัดจัดอาหารกล่องให้โดยกำหนดให้ใช้ของวัดเท่านั้นแบบนี้ก็ไม่สมควร เพราะไม่ถูกใจเจ้าภาพ เนื่องจากเจ้าภาพบางรายอยากจะจัดหาอาหารที่สมเกียรติมอบให้กับแขกที่มาร่วมงาน และยิ่งทางวัดหรือไวยาวัจกรจัดหาให้โดยจัดเอาร้านที่มีความสนิทสนมกันด้วยก็ยิ่งไม่สมควรเพราะอาจถูกครหาเรื่องความไม่โปร่งใสได้
.jpg)
ดังนั้น จึงอยากเรียกร้องให้ทางวัดควรที่จะยกเลิกข้อกำหนดนี้เสียโดยให้เป็นไปตามศรัทธาของเจ้าภาพที่ต้องการจะทำบุญ ไม่ใช่คิดแต่ในเชิงพาณิชย์และทางวัดควรที่จะจัดระเบียบใหม่ เพราะช่วงหลังมานี้ทางวัดเริ่มถูกจับตามองแล้วว่ามีความไม่โปร่งใสในการบริหารเงินภายในวัดเกิดขึ้นและอาจจะมีการรั่วไหลของเงินบริจาคได้เนื่องจากที่ผ่านมามีการวิพากษ์วิจารณ์กันภายในวัดว่า เจ้าหน้าที่วัดบางคนยกตู้บริจาคเงินไปนับที่บ้าน ตรงนี้แหละที่อาจจะมีการรั่วไหลและมีความไม่โปร่งใส่เกิดขึ้นหรือไม่ เพราะการยกตู้บริจาคไปนับเงินที่บ้านนั้นมันไม่ถูกต้องและไม่สมควร ทางที่ดีควรจะมีการนับต่อหน้ากรรมการวัดหลายๆ คนหรือต่อหน้าเจ้าอาวาส หรือต่อหน้าพระสงฆ์มันถึงจะถูกต้องโปร่งใสเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย
“สิ่งที่ประชาชนและผู้ที่มาทำบุญกับวัดธาตุทอง อยากได้ก็คือให้อยากให้พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง จัดระเบียบและทำระบบการเงินในวัดให้โปร่งใสคือให้ออกแบบการวางระบบการเงินใหม่เพื่อป้องกันการรั่วไหล เช่นมีรับเข้าบัญชี มีการจ่ายออกอย่างถูกต้อง และมีการตรวจสอบในเรื่องนี้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสโดยด่วน” แหล่งข่าวกล่าว – 003
