#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/667589

วันจันทร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.18 น.
ผลการศึกษาชี้2ปีสถานการณ์โควิดคนไทยกังวลศก.-ปากท้องยิ่งกว่าติดเชื้อ รายได้น้อยออมยากยิ่งเจ็บหนัก
18 กรกฎาคม 2565 โครงการศึกษาสถานการณ์ด้านสุขภาวะของคนไทยเพื่อจัดทำรายงานสุขภาพคนไทย 2563-2565 โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เชื่อมร้อยเครือข่ายขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวที “Forum รายงานสุขภาพคนไทย ปี 2565 : ชวนกันปักหมุดจุด Focus เร่งสร้าง ร่วมเสริม” ณ อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ย่ามงามดูพลี-สาทร กรุงเทพฯ และถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “สุขภาพคนไทย” และ “วงแชร์สร้างสุข”
รศ.ดร.ภูเบศร์ สมุทรจักร นักวิชาการสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงบทความเด่นในรายงานฉบับนี้ คือ “ครอบครัวไทยในวิกฤตโควิด-19” ในตอนหนึ่งระบุว่า สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่พบคือสิ่งที่สังคมไทยกังวลมากกว่าเรื่องสุขภาพหรือการติดเชื้อคือเเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง อาทิ ผลการสำรวจจากสำนักโพลต่างๆ พบคนไทยกังวลปัญหาหนี้สินมากที่สุด รองลงมาคือการตกงาน

ขณะที่ปัญหาความเครียดและซึมเศร้า เมื่อสำรวจลึกลงไปก็ยังพบว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องเศรษฐกิจ คือมาจากความกังวลรายรับไม่พอกับรายจ่าย ทั้งนี้ แม้โควิด-19 จะส่งผลกระทบกับทุกคน แต่คนที่มีฐานะยากจนขัดสนมีแนวโน้มได้รับผลกระทบรุนแรงกว่า หรือก็คือคนที่มีรายได้น้อยและเงินออมน้อย ซึ่งเงินออมนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ชีวิตอยู่รอดหากต้องตกงานกะทันหัน หรืออยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถทำงานหารายได้ได้
“คนที่มีเงินออมมากกว่าก็มีโอกาสที่จะมีช่องทางหรือความยืดหยุ่นทางด้านเวลาและการช่วยกันคิดมากกว่า แต่ช่องว่างระหว่างรายได้กับเงินออม ก็เป็นเรื่องปกติที่คนรายได้น้อยโอกาสในการสร้างเงินออมก็น้อย ถ้าหากรายได้ต่ำกว่า 10,000 โอกาสสร้างเงินออมติดลบอยู่ สร้างเงินออมได้น้อยมาก ถ้าเงินออมน้อย Buffer (กันชน) หรือช่องทางในความยืดหยุ่นของการช่วยเหลือ หรือในการที่จะสามารถอยู่ได้รอดในสถานการณ์ก็ยิ่งจำกัดด้วย” รศ.ดร.ภูเบศร์ กล่าว. 012