#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/669556

วันพุธ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.29 น.
“…ความสุขทางกายใครก็ต้องการทุกคน บำรุงปรนเปรอรักษาทุกๆ วิถีทาง แต่ก็ไม่ได้รับความสุขเท่าที่ควร คือไม่พอแก่ความต้องการสักที แก้ไขนี่แล้วยังเหลือโน่น บำรุงนี่แล้วยังเหลือนั่น แก้ไขบำรุงสักเท่าไรๆ ก็ไม่พอความต้องการในที่นี้มิใช่ใจหรือ ใจอยากได้โน่นได้นี่ไม่มีที่สิ้นสุด ส่วนกายมันมีความรู้สึกอะไร คนตายแล้วมันรู้สึกหิวอาหารหรือไม่ เปล่าทั้งนั้นฉะนั้นความอยากในที่นี้คือใจนั่นเอง
คำว่าสุขกาย จึงเป็นคำไม่จริง ความจริงคือสุขใจดังคำเขาพูดว่าทุกข์ใจ กลุ้มใจ ร้อนใจ เสียใจ เจ็บใจ ฯลฯ ดังนี้เป็นต้น หรือคำว่าสุขใจ ดีใจ ปลื้มใจ ชอบใจ ถูกใจ ฯลฯ ดังนี้เป็นต้น ไม่เคยได้ยินใครพูดว่า ทุกข์กาย สุขกาย ดีกาย เสียกาย ชอบกายเพราะใจเป็นผู้รับรู้สุขทุกข์ของกายทั้งปวง เมื่อยังมีชีวิตอยู่คือยังไม่ตายจิตจะต้องรับรู้ทุกสิ่งทุกอย่างของกายกายเป็นเครื่องรับ ใจเป็นผู้รู้ต่างหาก ใจเป็นผู้รับรู้ จึงไม่รู้จักอิ่มรู้จักพอเป็นสักที รู้แล้วก็หายไปเรื่องอื่นมาให้รู้อีก เป็นอย่างนี้อยู่ร่ำไป จึงไม่รู้จักพอเป็นบางคนมีเงินเป็นร้อยๆ ล้านใช้จ่ายวันหนึ่งก็ไม่กี่สตางค์เหลือจากนั้นก็เก็บไว้ แต่ก็ยังไม่พออีกต่อไป
ความสุขของใจนั้นมันอยู่ที่ความพอ คือว่า “พอ” มันก็หยุดทันทีอะไรทั้งหมดหยุดหมด จะมีจะจนหยุดหมดคำว่า “พอ” ในที่นี้มิใช่ไม่หา หาแต่เป็นผู้รู้จักพอเป็นหาไปทำไม ตายแล้วเอาไปด้วยไม่ได้ เมื่อยังมีชีวิตเป็นอยู่ก็ต้องหาต้องรับประทาน ไม่หาก็ไม่มีรับประทานรับประทานพออยู่ได้ เมื่อไม่รับประทานก็ต้องตายชีวิตความเป็นอยู่มันบังคับให้ต้องทำอย่างนั้นแต่เมื่อตายแล้วก็ไม่เอาอะไรไปด้วยเพียงแต่เกิดมายุ่งเกี่ยวด้วยเรื่องต่างๆ ให้ทำความชั่วนานาชนิดแล้วทิ้งไว้ให้จิตรับเคราะห์กรรมคนเดียว ดังนั้นทุกคนจึงควรคิด
ที่สุดนี้ขอความสุขความเจริญจงมีแก่ชาวพุทธทุกถ้วนหน้า ขอศาสนาพุทธจงงอกงามเจริญจิรังถาวรอยู่ในสิงคโปร์ชั่วกาลอวสานเทอญ…”
พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ (หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี) แสดงธรรม ณ ประเทศสิงคโปร์ ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๑๙ (เวลาค่ำ) -v[86I]koTii,0yd – 003