#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/677461

‘กก.ปฏิรูปประเทศ’แนะ‘กสม.’ตั้งหน่วยงานภายใน เสนอแนะ-ประเมินผลกฎหมายส่งเสริมสิทธิปชช.มากขึ้น
วันศุกร์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2565, 15.39 น.
‘กก.ปฏิรูปประเทศ’แนะ‘กสม.’ตั้งหน่วยงานภายใน เสนอแนะ-ประเมินผลกฎหมายส่งเสริมสิทธิปชช.มากขึ้น
2 ก.ย. 2565 ที่งาน “สมัชชาสิทธิมนุษยชน : เหลียวหลังแลหน้า 2 ทศวรรษ กสม.” ซึ่งจัดโดย สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ณ โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายเสรี นนทสูติ กรรมการสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม และกรรมการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงานและทรัพยากรมนุษย์ ร่วมกล่าวปาฐกถา ตอนหนึ่งระบุว่า รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 มีข้อน่าสนใจอย่างหนึ่งคือ มาตรา 77 ว่าด้วยการประเมินผลกฎหมาย ทั้งที่จะออกใหม่และที่ใช้กันอยู่
ขณะเดียวกัน ยังมี พ.ร.บ.หลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมาย และการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ.2562 แต่ในความเป็นจริงพบว่า การประเมินผลกฎหมายตามช่องทางที่กล่าวมานั้น กลับกลายเป็นเพื่อให้หน่วยงานของรัฐจำกัดสิทธิของประชาชนได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ได้ทำให้ประชาชนในภาพรวมมีสิทธิเสรีภาพดีขึ้นแต่อย่างใด อีกทั้งแม้ รธน.มาตรา 77 จะมีเจตนารมณ์ให้รัฐมีกฎหมายเท่าที่จำเป็น รวมถึงกำหนดโทษทางอาญาในกฎหมายเฉพาะความผิดร้ายแรง แต่ปัจจุบันก็ยังพบปัญหา
เช่น มีความพยายามออกกฎหมายเพื่อจำกัดสิทธิในการรวมกลุ่มจัดตั้งองค์กรของภาคเอกชน ขณะที่กฎหมายบางเรื่องที่มีโทษทางอาญามาแต่เดิมก็ยังไม่ถูกยกเลิก อาทิ ความผิดฐานหมิ่นประมาท ความผิดฐานเป็นผู้ใช้ยาเสพติด ซึ่งเมื่อไปดูประเทศสิงคโปร์ แม้จะไม่มีระบุไว้ใน รธน. แต่ก็มีความพยายามแก้ไขกฎหมายที่ล้าสมัย อาทิ การยกเลิกบทลงโทษฐานเป็นคนรักเพศเดียวกัน อันเป็นกฎหมายที่ตกทอดมาจากยุคอาณานิคม เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม กสม. ก็มีอำนาจหน้าที่ในการให้ข้อเสนอแนะปรับปรุงกฎหมายเพื่อประโยชน์ของประชาชน โดย พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ.2560 มาตรา 26 (3) กำหนดให้ กสม. เสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมตลอดทั้งการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคําสั่งใดๆ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน ตนจึงคาดหวังให้ กสม. มีบทบาทในส่วนนี้
“ขณะนี้การประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายกำลังจะกลายเป็นกระบวนการในเชิงพิธีกรรม คือส่วนราชการก็จะประเมินผลสัมฤทธิ์ไปเหมือนกับเช็คช่อง (Tick Box) แต่ไม่มีนัยของการมีส่วนร่วมของประชาชน และไม่มีกรอบความคิดของการทำงานเพื่อสิทธิมนุษยชน ฉะนั้น กสม. คือส่วนที่จะเติมเต็ม อยากจะเสนอประเด็นเดียวเลย กสม. ควรจัดตั้งหน่วยงานภายใน เพื่อทำหน้าที่ให้ความเห็นในร่างกฎหมายที่เขาจะประเมิน ทั้งที่กำลังจะออกเป็นร่าง ทั้งที่เป็นกฎหมายอยู่แล้ว เพื่อให้มันสอดคล้องกับมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ” นายเสรี กล่าว
นายเสรี ยังกล่าวอีกว่า หน่วยงานทีจะตั้งขึ้นนี้อาจมีชื่อเรียกว่า Legislative Intelligence Unit (LIU) เป็นหน่วยงานภายใน กสม. เพื่อทำหน้าที่เสนอกฎหมาย หรือเสนอความเห็นไปยังหน่วยงานต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้การประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายเป็นไปเพื่อจำกัดสิทธิประชาชน เพราะการประเมินผลสัมฤทธิ์ต้องเป็นไปเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของประชาชนให้มากขึ้น -009