#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/677694

‘สปสช.’หนุนขยายศูนย์ การดำรงชีวิตอิสระ‘คนพิการ’
วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมกับ มูลนิธิสภาศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการประเทศไทย และ เครือข่ายคนพิการรักสุขภาพ จัดเวที
ประชาสัมพันธ์รูปแบบการจัดบริการ ของหน่วยบริการรับ-ส่งต่อเฉพาะด้านและการส่งเสริมองค์กรด้านคนพิการเป็นหน่วยบริการรับ-ส่งต่อเฉพาะในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและมอบประกาศนียบัตรผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรบริการการฝึกทักษะการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการสำหรับคนพิการทางกายและการเคลื่อนไหว เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2565 ที่ผ่านมา
นายอุดมโชค ชูรัตน์ ประธานมูลนิธิสภาศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการประเทศไทย กล่าวว่า ตนเคยใช้ชีวิตกับคนพิการรุนแรงขยับได้แค่คอในประเทศญี่ปุ่นแล้วรู้สึกตื่นตาตื่นใจมากที่พบว่าคนกลุ่มนี้สามารถออกมาใช้ชีวิตในสังคม เดินทางไปไหนมาไหนด้วยระบบโดยสารสาธารณะได้ สามารถเป็นถึงผู้บริหารโรงงาน รวมทั้งมีระบบผู้ช่วยมาช่วยในสิ่งที่คนพิการทำไม่ได้ และอยากให้มีระบบที่ช่วยให้คนพิการสามารถดำเนินชีวิตเกิดขึ้นในประเทศไทย
จนกระทั่งปี 2545 องค์กรคนพิการของญี่ปุ่นได้เข้ามาช่วยสนับสนุนอุปกรณ์และจัดอบรมคนพิการในไทยให้สามารถออกมาดำเนินชีวิตในสังคมได้ ซึ่งเมื่อดำเนินการไประยะหนึ่งก็พบว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงของวิธีคิดคนพิการ จากเดิมที่เคยคิดว่าต้องใช้ชีวิตอยู่บนเตียงไปตลอดชีวิต เปลี่ยนมาเป็นคิดว่าคนพิการก็สามารถพัฒนาศักยภาพและออกสู่สังคมได้
ซึ่งเมื่อขับเคลื่อนการดำรงชีวิตอิสระคนพิการมาเรื่อยๆ จนกระทั่งกลายมาเป็นสภาศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการประเทศไทย จากนั้น สปสช. เห็นความสำคัญและได้ผลักดันให้ศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการเป็นหน่วยบริการรับ-ส่งต่อเฉพาะด้านผู้พิการในที่สุด ทั้งนี้ งานขับเคลื่อนการดำรงชีวิตอิสระคนพิการกล่าวได้ว่าเป็นการนำสิทธิและโอกาสไปสู่คนพิการทั้งในการมีชีวิตเป็นตัวของตัวเอง มีโอกาสไปไหนมาไหนเหมือนคนอื่น
.jpg)
“อย่างไรก็ดี ยังมีคนพิการอีกจำนวนมากที่ยังไม่สามารถออกมาดำรงชีวิตในสังคมได้ งานของศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการคือการผลักดันให้คนพิการเหล่านี้เปลี่ยนวิธีคิดให้คิดว่ามีศักยภาพในการดำรงชีวิตในสังคมได้ ซึ่งผู้ฝึกทักษะการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการที่ผ่านการอบรมจะเป็นคนเข้าไปสร้างการเปลี่ยนแปลงให้คนพิการมีทักษะใช้ชีวิตในสังคมได้ต่อไป” นายอุดมโชค กล่าว
ด้าน นพ.จักรกริช โง้วศิริ รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า การผลักดันศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการนั้นสิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนวิธีคิด (Mindset) จากเดิมที่รัฐเป็นผู้ให้-ประชาชนเป็นผู้รับมาเป็นการให้ทุกคนมีความเสมอภาคและเข้ามามีส่วนร่วมมีบทบาทในเรื่องนี้ ซึ่งในขณะนี้ยังมีคนพิการอีกหลายคนที่ต้องการแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ตนขอให้กำลังใจแก่การขับเคลื่อนงานด้านการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ และในอนาคต ตนอยากเห็นศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการเกิดขึ้นในทุกพื้นที่ทุกจังหวัดหรืออย่างน้อยได้ 50% ก็ยังดี
“นอกจากการสร้างแรงผลักดันให้สามารถออกมาใช้ชีวิตในสังคม สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้แล้ว อยากเห็นการทำงานร่วมกับท้องถิ่นในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้แก่คนพิการ มีตัวอย่างดีๆ ที่ จ.สงขลา ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดได้จัดตั้งศูนย์ซ่อมซ่อมบำรุง ยืม-คืน กายอุปกรณ์ ซึ่งช่างซ่อมในศูนย์นี้มีแต่คนพิการ แสดงให้เห็นว่าถ้าทุกคนช่วยกันเปิดพื้นที่ คนพิการก็สามารถทำงานได้ และการขับเคลื่อนไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณจากรัฐอย่างเดียว ยังมีงบประมาณในองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นอีกจำนวนหนึ่งที่สามารถร่วมมือกับเปิดพื้นที่ให้คนพิการได้” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน สปสช.1330 หรือช่องทางระบบออนไลน์ทั้งไลน์ สปสช. ไลน์ไอดี@nhso หรือคลิก https://lin.ee/zzn3pU6 และ Facebook : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ https://www.facebook.com/NHSO.Thailand