“เรืองไกร” ร้อง “ศาลรธน.” สอบ “มีชัย” เบิกความเท็จ? หลังกลับคำปมวาระ 8 ปี นายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/529384

11 ก.ย. 2565

"เรืองไกร" ร้อง "ศาลรธน." สอบ "มีชัย" เบิกความเท็จ? หลังกลับคำปมวาระ 8 ปี นายกฯ

“เรืองไกร” ส่งหนังสือร้อง “ศาลรธน.” สอบ “มีชัย ฤชุพันธุ์” เบิกความเท็จหรือไม่ หลังกลับคำปมวาระ 8 ปี นายกฯ พร้อมชี้ไม่รับคำชี้แจงไว้พิจารณา แต่รับบันทึกการประชุมครั้งที่ 500

เมื่อวันที่ 11 ก.ย. นาย เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว. เปิดเผยว่า วันนี้ตนส่งหนังสือถึงประธาน ศาลรัฐธรรมนูญ ผ่านไปรษณีย์ลงทะเบียนด่วนพิเศษ ขอให้พิจารณาความเห็นของนาย มีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กรณีชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามที่ศาลร้องขอ หนังสือที่ 40/2565 ลงวันที่ 24 สิงหาคม เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาคดีวาระ 8 ปี การดำรงตำแหน่งนายกฯ​ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อ 24 สิงหาคม 2565 หรือไม่ เนื่องจากคำชี้แจงในหนังสือที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์ สรุป ให้เริ่มนับการดำรงตำแหน่งของพล.อ.ประยุทธ์ คือ ตั้งแต่ 6 เมษายน 2560 

นายเรืองไกร ระบุว่า เป็นการขัดต่อบันทึกการ ประชุมกรธ. ครั้งที่ 500 ลงวันที่ 7กันยายน 2561 ที่ระบุความเห็นของนายมีชัย “ให้เริ่มนับตั้งแต่ 24 สิงหาคม 2557” ดังนั้นถือเป็นการเบิกความเท็จต่อศาลหรือไม่ และเสนอให้ศาลพิจารณา รวมถึงควรตัดประเด็นคำชี้แจงดังกล่าวออกไปจากการพิจารณาคดีด้วย เนื่องจากนายมีชัยระบุว่าบันทึกการประชุมกรธ. ครั้งที่ 500 ไม่มีการรับรอง เจ้าหน้าที่จดไม่ถูกต้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำชี้แจงของนายมีชัยไว้ประกอบพิจารณา 
 

แต่ต่อมาพบว่ามีบันทึกการประชุมกรธ. ครั้งที่ 501 วันที่ 11 กันยายน 2561 และนายมีชัย รับรองบันทึกประชุมครั้งที่ 500 โดยไม่มีการแก้ไขด้วย ดังนั้นตนมองว่า ควรใช้การบันทึกประชุมกรธ. ที่มีมติรับรอง และต่อมา ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคำสั่งให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทยราษฎร ส่งสำเนาบันทึกการ ประชุม กรธ. และ รายงานการประชุมกรธ. ครั้งที่ 500 และ 501 ให้ศาลพิจารณา จึงควรรับไว้พิจารณา แต่ไม่ต้องถึงขั้นเรียกเจ้าหน้าที่ผู้บันทึกการประชุมกรธ.มาเบิกความว่าจดผิดหรือไม่ เพราะ ในบันทึก ครั้งที่ 501 ระบุชัดเจนว่า กรธ. มีมติรับรองบันทึกการประชุมครั้งที่ 500 โดยไม่มีการแก้ไข

นายเรืองไกร กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาเอกสารคำชี้แจงดังกล่าว ไม่เคยมีใครออกมายืนยันเป็นเอกสารไม่จริงหรือไม่ แต่จากการตรวจสอบพบ มีการลงลายมือชื่อของนายมีชัยที่ขณะนั้นเป็นประธาน กรธ. เช่นกัน และ คำชี้แจงนายมีชัย ถือเป็นข้อสำคัญในคดี ตนมีสิทธิยื่นให้ตรวจสอบได้ รวมถึงขอให้ตรวจสอบด้วยว่า เข้าข่ายผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 177 ฐานเบิกความเท็จอันเป็นข้อสำคัญในคดีหรือไม่ ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษสูง จำคุก5ปี

Leave a comment