#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/680630

เปิดใจ’น้องบาส’ฮีโร่ช่วยน้อง ม.1 ถูกไฟดูด เผย’ขับแกร็บฟู้ด’หาเงินส่งตัวเองเรียน
วันเสาร์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2565, 10.16 น.
เปิดใจ “น้องบาส” นศ.เทคนิคฮีโร่เมืองอุดร เข้าช่วยเหลือเด็กนักเรียน ม.1 ถูกไฟดูด แม้ตัวเองจะถูกไฟดูด เผย “เห็นภาพน้องถูกไฟดูดคิดในใจต้องช่วยให้รอด” ยายน้องบาสกล่าวทั้งน้ำตา “ไม่คิดว่าหลานจะบ้าบิ่นถึงเพียงนี้ ดีใจหลานและน้อง ม.1 รอดทุกคน” ด้านแม่น้องถูกไฟดูดร้องไห้ทั้งน้ำตา “ขอบคุณฮีโร่ช่วยชีวิตลูกชาย” ขณะที่ผู้ว่าฯอุดรธานีเข้าเยี่ยมให้กำลังใจ เผยชีวิต “น้องบาส” ฮีโร่พ่อแม่แยกทางดี อยู่กับยายวัย 65 เพียงลำพัง 2 คน “ขับแกร็บฟู้ด” หาเงินส่งตัวเองเรียนด้วย ผจก.การไฟฟ้าแจงแล้วไฟดูดเกิดจากอะไร
วันที่ 17 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเกิดฝนตกหนักทั่วเมืองอุดรธานี เกิดน้ำท่วมเมืองอุดร ฝนตกหนักนานกว่า 2 ชม.เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (16 ก.ย.65) ทำให้น้ำท่วมถนนเกือบทุกสายในเขตเทศบาลนครอุดรธานี โดยเฉพาะถนนโพศรี หน้าสำนักงานที่ดิน จ.อุดรธานี ถนนศรีสุขหน้าโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล และถนนศรีชมชื่นหน้าหลังโรงเรียนอุดรพิทย์ เกิดน้ำท่วมสูงเกือบ 50 ซม.การจราจรติดหนัก ผู้ปกครองที่มารับลูกๆ กลับบ้านต้องหนีน้ำท่วมกันอย่างทุลักทุเล
โดยช่วงเวลาประมาณ 17.00 น.เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเมื่อเกิดเหตุไฟดูด ด.ช.ชยุต เลยชัยภูมิ อายุ 12 ปี หรือน้องโซดา นักเรียนชายโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล ชั้น ม.1/5 ต่อมามีฮีโร่ช่วยน้องคือนายอรรคชัย อาจอุดม อายุ 19 ปี หรือน้องบาส นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิค ปวส.แผนกเทคนิคคอมพิวเตอร์ ขับรถผ่านมาและรถ จยย.เครื่องดับ เห็นน้องโซดา ถูกไฟดูดเข้าไปช่วยเหลือทันที แม้ตัวเองจะถูกไฟดูดด้วย แต่ทั้ง 2 คนก็รอด ท่ามกลางเสียงชื่นชมยกให้น้องบาสเป็นฮีโร่ คนแห่ชมกันทั้งเมือง

ล่าสุดที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เมื่อเวลา 07.30 น.วันนี้ (17 ก.ย.65) นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เดินทางไปเยี่ยมน้องบาส นายอรรคชัย อาจอุดม ฮีโร่ที่ช่วยน้อง ม.1 โรงเรียนอุดรพิทยานุกูลถูกไฟดูด โดยผู้ว่าฯได้เยี่ยมให้กำลังใจทั้งน้องบาส และน้องโซดา พร้อมกับมอบกระเช้าดอกไม้และเงินส่วนตัวให้กำลังเป็นใจจำนวนหนึ่ง
น้องบาส เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า วันเกิดเหตุตนกลับจากขับรถแกร็บฟู้ดผ่านมาทางถนนศรีชมชื่น ด้านหลังโรงเรียนราชินูทิศ ช่วงนั้นฝนตกหนักทำให้รถตนเครื่องจมน้ำเครื่องดับ จึงจอดริมถนนฝั่งตรงข้ามโรงเรียน จังหวะนั้นปรากฏว่าตอนแรกเห็นน้องผู้หญิงทราบชื่อต่อมา น.ส.จิดาภา เปรมปรีด์ นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศถูกไฟดูดตรงเสาไฟส่องสว่างและมีคนไปช่วยรถพยาบาลมารับ ไม่นานสักพักก็เห็นน้องผู้ชายนักเรียนโรงเรียนอุดรพิทย์ฯ คือน้องโซดา เดินฝ่าน้ำก็เกิดไฟดูดตรงเสาไฟฟ้าส่องสว่างน้องเขาล้มลงทันที ตนก็ตกใจ วิ่งเข้าไปช่วยแต่ก็รู้สึกมึนๆ ขาเพราะโดนไฟดูดเหมือนกัน แต่ในใจคิดว่าต้องเอาน้องออกมาให้ได้ โดยมีน้องนักศึกษษวิทยาลัยอาชีวะยื่นร่มให้ แต่บังเอิญร่มหัก จึงตัดสินใจฮึดสุดท้ายเป็นอะไรก็เป็น ดึงร่างน้องออกมาทันที
“ยอมรับตอนที่ดึงน้องออกมาผมเองก็ถูกไฟดูดด้วย ดีใจที่ช่วยน้องออกมาได้ ขอบคุณทุกกำลังใจแรงใจที่ส่งมาให้ครับ” น้องบาส กล่าว

ด้านคุณยายตุ้ม นางสุพรรณี แซ่ลืม อายุ 65 ปียายของน้องบาสฮีโร่ช่วยไฟดูด เปิดเผยว่า ตนทราบข่าวจากโทรศัพท์โดยหลานสาวเปิดให้ดูว่ามีไฟฟ้าช็อตจากนั้นหลานก็โทรมาหาบอกว่านอนอยู่ที่โรงพยาบาล หลังรู้ข่าวรู้สึกดีใจและตกใจไม่คิดว่าหลานตัวเองจะบ้าบิ่นขนาดนี้ ยอมรับว่าตอนนั้นตกใจมากพูดไม่ออก เมื่อรู้ว่าหลานปลอดภัยดีก็ดีใจมากและภูมิใจที่หลานได้ช่วยชีวิตคน
“ยายอยู่กับหลาน 2 คน พ่อแม่เขาแยกทางกันไปนานแล้ว มียายและลูกสาวช่วยกันเลี้ยงดูหลานคนนี้ โดยหลานจะขับแกร๊ปฟุ้ดหารายได้เพิ่มให้ตัวเองไปโรงเรียน ขอขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้น้องบาส” ยายตุ้มกล่าวไปน้ำตาคลอ
ด้าน น้องโซดา เด็กชายที่ถูกไฟดูด เล่าว่า ขณะกำลังรอแม่มารับตนเองกำลังเดินผ่านจุดนั้นเมื่อเดินเข้าไปใกล้ก็รู้สึกชาตรงเท้าจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย ขอบคุณที่พี่เขารู้สึกดีใจที่รอดชีวิตไปได้ และขอขอบคุณ ส่วนตัวนั้นตนก็ไม่รู้จักกับพี่เขามาก่อน “ขอบคุณพี่บาสมากๆ ครับ”

น.ส.กนกรัตน์ เลยชัยภูมิ แม่ของน้องโซดา กล่าวทั้งน้ำตาว่า “ต้องขอบคุณน้องที่ช่วยชีวิตลูกสาว ลูกชายแม่ ขอบคุณสังคมไทยที่ยังมีคนแบบนี้อยู่ ถ้าไม่มีผู้ชายแบบนี้ลูกชายอาจจะอาการหนักกว่านี้หรือเสียชีวิต ต้องขอบคุณความกล้าหาญ ขอบคุณในความดี บุญบารมีที่เราสร้างมาด้วยกัน ขอให้น้องเจริญในชีวิต ชีวิตนี้ถือว่าเราเป็นหนี้ชีวิตกัน ขอบคุณคุณยายที่เลี้ยงน้องมาอย่างดี ถ้าลูกหนูไม่ได้หลานคุณยายอาจจะแย่กว่านี้”
ด้านนายศุภชัย โนนคู่เขตโขง ผู้จัดการการไฟฟ้าจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า หลังรับแจ้งว่ามีกระแสไฟฟ้าดูดเด็กนักเรียนเราก็ออกตรวจสอบทันที จุดแรกที่หลังโรงเรียนสตรีราชินูทิศนั้น สาเหตุนั้นเกิดจากระบบไฟของเสาไฟฟ้าสาธารณะของเทศบาลนคร จากการตรวจสอบโดยละเอียดพบว่ามีกระแสไฟฟ้ารั่วบริเวณจุดที่ดูดเด็กนักเรียนจริง โดยกระแสไฟรั่วประมาณ 9 แอมแปร์ ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายอย่างมาก
ทั้งนี้ การไฟฟ้าได้ทำการปรับปรุงแก้ไขโดยตัดกระแสไฟจุดที่รั่วออกแล้วเป็นการชั่วคราว จากนั้นจะได้ตรวจสอบรายละเอียดจุดเสี่ยงอื่นๆ ต่อไป โดยเราจะร่วมมือกับทางเทศบาลนครออกตรวจสอบให้ละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

“ขอยืนยันกระแสไฟฟ้ารั่วมาจากเสาไฟฟ้าส่องสว่างของเทศบาลนครอุดรธานี ไม่ได้รั่วมาจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ส่วนจุดที่ 2 หม้อแปลงหน้าโรงเรียนปัญญาภิวัฒน์ ที่บริเวณสี่แยกคอกม้า สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการรั่วภายในของโรงเรียนกระแสไฟฟ้าย้อนกลับขึ้นมาที่สายกราวด์ ซึ่งทางเราจะได้ตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่งต่อไป”
นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า จากกรณีมีเด็กนักเรียนถูกไฟฟ้าดูดเด็กนักเรียนที่โดนไฟฟ้าดูด ที่บริเวณหลังโรงเรียนสตีราชินูทิศ รายที่ 1 ด.ช.ชยุต เลยชัยภูมิ อายุ 12 ปี “น้องโซดา” เด็กนักเรียนโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล และได้รับความช่วยเหลือจากนายอรรถชัย อาจอุดม นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี ปวส แผนกเทคนิคคอมพิวเตอร์ รายที่ 2.น.ส.จิดาภา เปรมปรีดิ์ นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนสตรีราชินูทิศแและมีเด็กนักเรียนหญิง 2 คนพี่น้อง ชั้นประถมศึกษาโรงเรียนอนุบาลอุดรธานี ส่วนที่บริเวณหน้าโรงเรียนปัญญาภิวัฒน์ สี่แยกคอกม้ามี 2 คน คือ ด.ญ.ณิชาภัทร โชคนัก อายุ 11 ขวบ ชั้น ป.5 โรงเรียน อนุบาลอุดรธานีและ ด.ญ. ณิรดา โชคนัก อายุ 9 ขวบ ชั้น ป.3 โรงเรียนอนุบาลอุดรธานี เด็กทั้ง 5 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอุดรธานี

ทั้ง 2 คนนี้แพทย์อนุญาตกลับบ้านได้แล้ว เหลือเพียง ด.ช.ชยุต นายอรรคชัย และ น.ส.จิดาภา ที่หมอยังรอดูอาการอยู่ และในวันนี้ตนในฐานะจิตอาสาพระราชทานได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจ ซึ่งจากการพูดคุยกับผู้บาดเจ็บทั้ง 3 รายที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตอนนี้ เจ้าตัวบอกว่าอาการเป็นปกติ ในฐานะจิตอาสาพระราชทานขอชื่นชมกับการกระทำในครั้งนี้ อย่างไรก็ดี หลังเกิดเหตุ “ทางจังหวัดได้สั่งการให้การไฟฟ้าจังหวัดร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหาทางจัดการแก้ไขปัญหาซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมุ่งเน้นไปในจุดที่อาจจะเกิดน้ำท่วมถึงในเขตชุมชนก่อนเพื่อให้เกิดความปลอดภัยทุกจุด” ตอนนี้ต่างจังหวัดได้มีการปรึกษาหารือแล้วเห็นควรมอบจะมีการมอบรางวัลให้กับคนที่ช่วยเหลือชีวิตต่อไป
นพ.สุมน ตั้งสุนทรวิวัฒน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุดรธานี รักษาการ ผอ.รพ.อุดรธานี เปิดเผยว่า อาการน้องโซดา อาการทั่วไปอยู่ในขั้นดี ปลอดภัยแล้ว แต่หมอยังให้รอดูอาการไปอีก 2-3 วันให้หมอเอ็กซเรย์สมองดูก่อนเพราะน้องจมน้ำหลายนาที และเรื่องปอดปกติดีไหม หากไม่เป็นอะไรมากวันจันทร์น่าจะออกจากโรงพยาบาลได้ ส่วนน้องบาส อาการดีขึ้น บ่ายนี้น้องบาส ก็กลับบ้านได้ – 003







