#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/681002

งานเข้า ผอ.จอมยึด!! นร.ชูป้ายประท้วง ย้าย ผอ.โรงเรียน
วันจันทร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2565, 13.30 น.
ผู้ปกครองพาลูก ม.2 บุกขอความเป็นธรรมต้นสังกัด นร.ฮือประท้วงจี้ย้าย ผอ. ล่าสุดสั่งตั้งกรรมการสืบข้อเท็จแล้ว
19 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ปกครองได้พา ด.ช.เอ ลูกชายซึ่งเรียนอยู่ชั้น ม.2 โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ได้แจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.หนองสองห้อง ว่า มือถือที่ชาร์ตเอาไว้ในห้องเรียนหายไป ก่อนจะใช้แอพตรวจหาตำแหน่งจนพบว่ามือถือไปอยู่ที่ ผอ.โรงเรียน กระทั่งผ่านไป 3 วัน ผอ.จึงนำมือถือมาส่งให้ ตร.แต่อ้างว่าไม่มีเจตนาจะเอาไปแค่ยึดไว้เท่านั้น ได้บุกยื่นหนังสือผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ เพื่อขอความเป็นธรรมและขอให้ย้าย ผอ.คู่กรณีออกจากโรงเรียนเพราะเกรงว่าลูกชายจะถูกกลั่นแกล้งและไม่ได้รับความเป็นธรรมเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : พ่อแม่คาใจ! มือถือลูกหายในห้องเรียน ใช้แอปฯค้นหา 3 วัน โผล่ที่ ผอ.เอามาส่ง
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : ยึดแล้วไม่คืน!! นักเรียนแฉวีรกรรมซ้ำ ผอ.ยึดของแล้วไม่ยอมคืน ตีเด็กเลือดซึม
.jpg)
ขณะเดียวกันก็ได้มีนักเรียนทั้งระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่เรียนอยู่ในโรงเรียนดังกล่าว เกือบ 50 คน ได้รวมตัวกันเดินทางมาถือป้ายประท้วง ที่หน้าสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ พร้อมทั้งยื่นหนังสือเกี่ยวกับพฤติกรรมของ ผอ. รวมจำนวน 33 ข้อ เพื่อเรียกร้องให้ทางต้นสังกัดได้พิจารณาสั่งย้าย ผอ.ออกนอกพื้นที่
.jpg)
โดยนักเรียนอ้างว่า ผอ.มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่าง ใช้อำนาจเกินกว่าเหตุ และละเมิดสิทธิเด็กนักเรียน เช่น การห้ามนำโทรศัพท์มือถือไปโรงเรียนทั้งที่บางวิชาต้องใช้ในการค้นหาข้อมูล ทั้งเรื่องทรงผลก็ห้ามไว้ยาวเกินติ่งหู ทั้งที่กระทรวงศึกษาอนุโลมให้ไว้ผมยาวได้แต่ต้องรวบให้เรียบร้อย ให้เด็กเข้าแถวฟังครูให้โอวาทหน้าเสาธงตากแดดนานเกินไปจนเด็กบางคนเป็นลมแต่ ผอ.กลับบอกว่าทำไมไม่ออกกำลังหาย รวมถึงพฤติกรรมอีกหลายอย่างที่เด็กรับไม่ได้ และอยากให้ย้าย ผอ.ออกจากโรงเรียน
ด้าน ดร.กฤษ ละมูลมอญ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ ระบุว่า ขณะนี้ทาง สพม.บุรีรัมย์ ได้ตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งหากพบว่ามีมูลก็จะตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอน และหากผลสอบพบว่า ผอ.ได้กระทำผิดจริงที่ถูกร้องเรียนกล่าวหาก็ต้องมีการลงโทษทางวินัยตามระเบียบที่กำหนดไว้ แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ส่วนเรื่องคดีต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางตำรวจที่จะดำเนินการทางต้นสังกัดก็ไม่มีสิทธิกล่าวล่วง
.jpg)
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นทาง ผอ.โรงเรียนที่ถูกกล่าวหา ได้ทำรายงานชี้แจงทางต้นสังกัดว่าสาเหตุที่หยิบเอามือถือของเด็กนักเรียนชั้น ม.2 ไปในวันนั้น เพราะเห็นเด็กชาร์ททิ้งเอาไว้กลัวว่ามือถือจะหายจึงเก็บเอาไว้ให้ แต่พอวันต่อมา ผอ.มีภารกิจไปประชุมและทำกิจกรรมหลายอย่างจึงลืมแจ้งทางครูทราบ กระทั่งได้รับโทรศัพท์จากทางตำรวจว่าเด็กเจ้าของโทรศัพท์ไปแจ้งความว่ามือถือหาย จึงได้นำมือถือไปส่งให้ตำรวจแล้วแจ้งให้ทางตำรวจทราบว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะขโมยหรือลักทรัพย์ เพียงแค่เก็บเอาไว้ให้เท่านั้น. -008