#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/691128

‘พลังงานยั่งยืน’ ทางรอดของเกษตรคนเมือง
วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.17 น.
การทำเกษตรของคนเมืองนั้นไม่ได้จำกัดเฉพาะอยู่ที่กรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่ยังหมายถึงพื้นที่ในชุมชนหรือหมู่บ้านที่อยู่ในแต่ละจังหวัด เพราะฉะนั้นเมื่อ “เกษตรคนเมือง” ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ จึงส่งผลถึงทุกองคาพยพและเชื่อมโยงกับเรื่อง “พลังงานยั่งยืน” ในแบบรักษ์สิ่งแวดล้อม
อย่างเช่นล่าสุด “อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)” จัดงานบ้านและสวนแฟร์ 2022 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ถึง 6 พฤศจิกายน พ.ศ.2565 ที่ผ่านมาที่อิมแพค เมืองทองธานี ก็ชูจุดเด่นของการสร้างบ้านแบบประหยัดพลังงาน รวมถึงมีการนำนวัตกรรมการตกแต่งบ้านที่ใช้วัสดุประหยัดพลังงาน
นายเจรมัย พิทักษ์วงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจสื่อและอีเว้นท์ (Media & Event Business) บมจ.อมรินทร์ฯ กล่าวว่า สำหรับงานบ้านและสวนแฟร์ 2022 ให้ความสำคัญเรื่องที่อยู่อาศัยที่คิดเพื่อส่วนรวม ไม่ว่าจะเป็นการคำนึงถึงเรื่องการออกแบบที่ส่งเสริมความยั่งยืนเพื่อสังคม และเพื่อโลก ตลอดจนเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค รวมถึงผู้ประกอบการในธุรกิจต่างๆ ให้ขับเคลื่อนต่อไป

ส่วนไฮไลต์ของงานนี้ยังสอดคล้องกับกระแสรักษ์โลก ด้วยการนำบ้านตัวอย่างภายใต้แนวคิด “Worthy Living” บ้านที่ดีต่อเราและดีต่อโลกมาแสดง และมีการใช้งานที่ยืดหยุ่นรองรับการใช้งานหลากหลายฟังก์ชัน รองรับผู้ใช้งานทุกช่วงอายุ รวมทั้งนิทรรศการรางวัล 10 บ้านน่าอยู่และ 10 สวนสวย ประจำปี 2565 และ การออกแบบนิทรรศการอย่างไรให้ยั่งยืน พร้อมอัปเดตวัสดุยอดฮิตพร้อมนวัตกรรมวัสดุทางเลือกซึ่งสามารถนำไปใช้กับที่บ้านได้ รวมถึงโซนบ้านและสวน (Garden & Farm : From Farm to Truck-ปลูก ปรุง ปุ๋ย) ภายใต้แนวคิด “เพราะการทำฟาร์มไม่ใช่แค่การสร้างแหล่งอาหาร แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน”
ภายในงานนี้มีสีสันตรงที่ สยาม ซีเมนต์ กรุ๊ป หรือ “เอสซีจี” (SCG) ยกขบวนทัพมาออกบูธ และ นำธุรกิจเชื่อมโยงกับสายกรีนอย่างเต็มอิ่ม เช่น การติดแผงโซลาร์เซลล์เพื่อประหยัดพลังงาน โดยทีมขายที่บูธเอสซีจีระบุว่า ปี 2564 มีลูกค้ากลุ่มครัวเรือนติดแผงโซลาร์เซลล์ไปแล้ว 300-400 ราย ขณะที่กระแสรักษ์โลกอย่างยั่งยืน (sustainable) ทำให้มีผู้สนใจเพิ่มขึ้นในปีนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรม ส่วนค่าใช้จ่ายอย่างต่ำในการติดแผงโซลาร์เซลล์ระดับครัวเรือนอยู่ที่ 106,000 บาท ต่อแผง (ไม่รวมแบตเตอร์รี่)
ด้วยคอนเซปต์ประหยัดพลังงานอย่างยั่งยืน เชื่อมโยงพื้นที่เกษตรคนเมือง ควบคู่กับภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำให้การจัดงานนี้ นางระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด(มหาชน) ทุ่มงบลงทุนเพิ่มขึ้น 80 ล้านบาท ในการสร้างบ้านตัวอย่าง และไฮไลต์ในงานที่หลากหลายโดยใช้คอนเซ็ปต์ “Worthy Living” บนพื้นที่แสดงสินค้ากว่า 50,000 ตารางเมตร และตั้งเป้าว่าจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 1,800,000 คน มีเงินสะพัดภายในงานสูงกว่า 2,500 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 10 วันของการจัดงาน ซึ่งมีผู้ร่วมออกบูธกว่า 790 บริษัท มีจำนวนบูธรวมทั้งหมด 2,600 บูธ

เช่นเดียวกับ “บริษัทมติชน จำกัด (มหาชน)” จัดเสวนาใหญ่โดยใช้ชื่อว่า “Energy for Tomorrow วาระโลก-วาระประเทศไทย 2023” โดยเนื้อหายังเน้นที่ “พลังงานยั่งยืน”
นายวรศักดิ์ ประยูรศุข บรรณาธิการ หนังสือพิมพ์มติชน ระบุว่า ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ส่งผลต่อการนำเข้าและส่งออกพลังงาน ทั้งราคาน้ำมันและราคาก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้เกิดภาวะเผชิญกับความเสี่ยงต่อปัญหาขาดแคลนพลังงาน ซึ่งราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลต่อเศรษฐกิจระดับประเทศ โดยเฉพาะภาวะเงินเฟ้อ จึงต้องจัดเวทีสัมมนาเพื่อเป็นแนวทางในการนำไปสู่ “พลังงานยั่งยืน”
เวทีดังกล่าวมีนายสุพัฒน์พงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “พลังงาน วาระโลก วาระประเทศไทย 2023” ซึ่งยังครอบคลุมเนื้อหาพลังงานสะอาด ตามมาด้วยการบรรยายพิเศษหัวข้อ “Road Map พลังงานไทย” โดย “นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท” ผู้อำนวยการ สำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ซึ่งยังคงผลักดันเป้าหมายเน็ต ซีโร่ ไปถึง ค.ศ.2050 หรือ ในอีก 28 ปีข้างหน้า

นอกจากนี้ ยังมี “ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) บรรยายพิศษหัวข้อ “ธุรกิจยั่งยืน ปรับตัวมุ่งสู่เน็ต ซีโร่” รวมไปถึงเวทีเสวนาหัวข้อ “มุมมองธุรกิจ ทิศทางพลังงานไทย 2023” โดยมีนายบัญชา ชุมชัยเวทย์ เป็นผู้ดำเนินรายการ และ ผู้ร่วมเสวนาได้แก่ นายสุโรจน์ แสงสนิท รองประธานกรรมการบริหาร บริษัทเอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด หรือ ค่ายเอ็มจี (MG) และ ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
เนื้อหาของการเสวนาโดยสรุปเป็นไปในทิศทางเดียวกันในการเดินหน้าสู่การเป็นประเทศที่มี “พลังงานยั่งยืน” และ ในภาคธุรกิจยังเน้นการใช้ “พลังงานแสงอาทิตย์” ด้วยการกระตุ้นให้มีการใช้โซล่าร์เซลล์ บนดาดฟ้า หรือ โซลาร์รูฟท๊อป
เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า“พลังงานยั่งยืน”ในประเทศไทยนั้นจะถ่ายทอดออกมาเป็นรูปธรรมผ่านนวัตกรรมโซลาร์เซลล์ในช่วงปี 2564 ไปจนถึงปี 2566 เป็นระยะเวลา 3 ปี เพื่อให้มีการใช้พลังงานธรรมชาติให้ได้มากที่สุด และ ในกลุ่มผู้ทำเกษตรในเมืองนั้นมีการเผยแพร่นวัตกรรมโซลาร์เซลล์ไปพร้อมๆกัน ซึ่งการเซ็ตให้แต่ละบุคคล เห็นผลดีของ “เน็ต ซีโร่” จึงจำเป็นต้องมี “บุคคลตัวอย่าง” นำทำ และ ทำในลักษณะ 360 องศา คือ ทำทุกอย่างรอบตัวเราให้เป็นสายกรีน อย่างแท้จริง จึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในเรื่องการประหยัดพลังงานหรือเกิด “พลังงานยั่งยืน” ในสังคมและระดับประเทศชาติอย่างชัดเจน



