#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/likesara/697632

‘ปูเขา หินปูนทุ่งหว้า’ สัตว์หายาก อวดโฉมใน ‘ถ้ำเล-สเตโกดอน’ ถ้ำมีชีวิตยาวที่สุดในประเทศ
วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.43 น.
มุ่งหน้าไปที่พิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีโลกสตูล ต.ทุ่งหว้า (อ่านว่าทุ่ง-ว่า) อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลทางธรณีวิทยา โบราณคดี นิเวศวิทยาและแหล่งเรียนรู้จังหวัดสตูลโดย นายไพรัช สุขงาม ผอ.ททท.สำนักงานสตูล นำคณะสื่อมวลชนเข้าชมและเรียนรู้เรื่องราวกำเนิดของแผ่นดินสตูล และการก้าวไปเป็นอุทยานธรณีโลก Satun UNESCO Global Geopark เพื่อการอนุรักษ์ที่ยั่งยืนโดยมี นายทรงภพ วารินสะอาด รองผอ.อุทยานธรณีโลกสตูล / ปลัดอบต.ทุ่งหว้า พาชมหลักฐานธรณีวิทยา บกและท้องทะเล ซากดึกดำบรรพ์สตูล ฟอสซิล ฟันกรามช้างสเตโกดอนที่พบที่นี่ (สามารถติดต่อเข้าชมได้ที่อบต.ทุ่งหว้าตามวันเวลาราชการ)

ก่อนที่จะนำคณะนั่ง “รถไม้แดงทุ่งหว้า” ไปทานข้าวเพื่อเติมพลังกันกับ “อาหารพื้นบ้านโฮมสเตย์” ที่วิสาหกิจชุมชนทุ่งหว้าโฮมสเตย์โกดอน ที่นี่บริการอาหารวันนี้ด้วยเมนู แกงไก่กับหยวกกล้วย , ปลาทอดกระเทียม , แกงปลาย่างใบเม่า(รสชาติเปรี้ยวกลมกล่อม) น้ำพริกผักพื้นบ้าน ข้าวสายร้อน ๆ ทานกันชนิดเจริญอาหารกันทีเดียว ที่นี่เค้าคิด อาหารมื้อเที่ยงหัวละ 250 บาทอาหาร 5 อย่าง ที่พักโฮมสเตย์ก็มีนะคะคนละ 390 + อาหารมื้อเช้า ติดต่อได้ที่เฟสบุ๊ค ปุษยา ทิพมณี โฮมสเตย์บ้านแม่แป้น โทร. 080-867-8875 หลังจากอิ่มหนำสำราญคณะเราก็มุ่งหน้าไปที่ “ถ้ำเล สเตโกดอน” ก่อนลงเรือก็ต้องทำความเข้าใจในกฎกติกาและระบบความปลอดภัยกันก่อนจากไกด์และสต๊าฟ จากนั้นก็ลุยกันเลย

ถ้ำเล สเตโกดอน (Tham Le Stegodon) เป็นถ้ำอยู่ในเทือกเขาหินปูนทอดยาวมีลักษณะคล้ายอุโมงค์ใต้ภูเขา ภายในถ้ำมีลักษณะคดเคี้ยวมีระยะทางจากปากถ้ำจนถึงทางออก ประมาณ 4 กิโลเมตร สิ่งที่โดดเด่นของถ้ำแห่งนี้ที่สำคัญคือการพบซากดึกดำบรรพ์ของช้าง และ แรดสมัยไพลสโตซีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช้าง สกุล สเตโกดอน ซึ่งเป็นที่มาของการเรียกชื่อถ้ำแห่งนี้ว่า “ถ้ำเล สเตโกดอน” ซากดึกดำบรรพ์ ดังกล่าวเป็นซากกระดูกขากรรไกรพร้อมฟันกราม ซี่ที่ 2 และ 3 ด้านล่างขวาของช้างดึกดำบรรพ์เชื่อกันว่าการพบเจอฟันกรามช้างสกุล สเตโกดอน เป็นจุดกำเนิดเรื่อง.-008


