เวียดนามก้าวกระโดด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/562532

โดย คุณนิติ นวรัตน์ 15 ม.ค. 2559 05:01

 

สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) จังหวัดนครราชสีมา เชิญ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ พูด “เปิดโลกครู กศน.” 13.00-16.00 น. ที่โรงแรมดุสิต ปริ้นเซส อ.เมือง จ.นครราชสีมา เสาร์พรุ่งนี้

5 ตุลาคม 2558 เวียดนามลงนามความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) ซึ่งมีสมาชิก 12 ประเทศ ที่มีจีดีพีรวม 28.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือร้อยละ 38 ของจีดีพีโลก มีประชากรรวม 800 ล้าน หรือร้อยละ 11 ของประชากรโลก มีผลิตผลทางเศรษฐกิจสูงถึง 30 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 1,095 ล้านล้านบาท

2 ธันวาคม 2558 เวียดนามประสบความสำเร็จในการลงนามเอฟทีเอ หรือเขตการค้าเสรีกับสหภาพยุโรปซึ่งมีสมาชิกมากถึง 28 ประเทศ

เศรษฐกิจของเวียดนามโตอย่างก้าวกระโดดด้วยข้อตกลงพหุภาคีใหม่ๆอย่างทีพีพี เอฟทีเอกับสหภาพยุโรป ฯลฯ ทำให้การส่งออกของเวียดนามใน พ.ศ.2558 พุ่งสูงถึงร้อยละ 8.1 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนท้ายๆของปี

หลังจากมีข่าวที่เวียดนามลงนามในทีพีพีแพร่ขยายไปในโลกการส่งออกของเวียดนามก็บูมตูมตาม ตู้สินค้าออกจากและเข้ามาในประเทศเพิ่มจำนวนขึ้นถึงร้อยละ 36 ปัจจุบันทุกวันนี้ สินค้าถูกส่งออกจากท่าเรือเวียดนามมุ่งสู่สหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียวมีมากถึงวันละ 1,700 ตู้ ซึ่งไม่มีใครทำได้ นอกจากเวียดนามเพียงประเทศเดียว

พ.ศ.2556 เวียดนามมีอัตราการเติบโตของจีดีพีอยู่ที่ร้อยละ 5.42 พ.ศ.2557 ก็ยังอยู่ที่ต่ำกว่าร้อยละ 6 ทว่า สำหรับ พ.ศ.2558 ที่เพิ่งผ่านไป เดิมรัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าไว้แค่ร้อยละ 6.2 แต่ผู้อ่านท่านเชื่อไหมครับ การเดินเกมการเมืองระหว่างประเทศอย่างฉลาดและความเก่งของคณะผู้บริหารเวียดนาม ทำให้อัตราการเติบโตของจีดีพีของเวียดนามใน พ.ศ.2558 เกินเป้า ไปเติบโต ในอัตราที่สูงถึงร้อยละ 6.68

ทั้งที่เป็นรัฐคอมมิวนิสต์ แต่ต่างชาติก็ไว้เนื้อเชื่อใจในนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลเวียดนาม ใครจะเชื่อครับว่าเงินลงทุนจากต่าง ประเทศไหลยังกับสายน้ำเข้าไปสู่เวียดนามใน พ.ศ.2558 เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 17.4 เมื่อเทียบกับ พ.ศ.2557

พ.ศ.2558 คนเวียดนามอยู่ดีมีสุขกันทุกทั่วหัวระแหง เพราะเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้าเวียดนามสูงถึง 14,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ใครได้เห็นตัวเลขที่รัฐบาลเวียดนามออกมาแถลงแล้วก็ต้องร้องว่า โอ้โฮ เป็นไปได้ยังไง คุณเก่งเหลือเกิน

เงินไหลเข้าประเทศจนใช้กันไม่ไหว แต่แทนที่เงินจะเฟ้อ สถานการณ์กลับตรงกันข้าม อัตราเงินเฟ้อประจำปีของเวียดนามใน พ.ศ.2558 ต่ำมาก เหลือเพียงร้อยละ 0.63 ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำที่สุดในรอบ 14 ปี

เมื่ออยู่ไต่ไปจนถึงจุดแฮปปี้มีเงิน คนเวียดนามก็เริ่มซื้อรถยนต์ ทำให้ยอดจำหน่ายรถยนต์เติบโตเร็วที่สุดในประชาคมอาเซียน ด้วยตัวเลขที่พุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 60 ในปีที่แล้ว ผมไม่อยากจะเขียนถึงรถยนต์ตลาดที่ซื้อใช้กันเป็นจำนวนหลายแสนคันในปีที่แล้วดอกครับ ขอโชว์ตัวเลขเฉพาะรถหรูอย่าง Mercedes-Benz, Lexus และ BMW ทั้งสามค่ายรายงานว่า รถหรูพวกนี้มียอดจำหน่ายรวมใน พ.ศ.2558 มากกว่า 6,000 คัน

บริษัทจัดหางานหลายแห่งเริ่มรับคนจากอาเซียนชาติอื่นเข้าไปทำงานในเวียดนามกันเป็นกิจจะลักษณะแล้ว พวกที่เข้าไปมากๆ ก็เช่นกัมพูชา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ฯลฯ ส่วนนักบัญชี นักบริหารจัดการ แพทย์ และวิศวกร ตลาดงานในสิงคโปร์เริ่มอิ่มตัว ผู้ที่มีอาชีพพวกนี้จากสิงคโปร์เริ่มทยอยเข้าไปทำงานในเวียดนามใน พ.ศ.2559 ด้วยเช่นกัน

รัฐบาลเวียดนามกำลังเป็นห่วงเรื่องคนทำงานทะลักเข้าประเทศ ตอนนี้ออกมาแสดงแถลงแสดงความกังวลว่าตนไม่มีประสบการณ์ในการรับมือกับคนงานต่างชาติที่แห่กันเข้าไปทำงานในเวียดนามเป็นจำนวนมาก แถมยังบอกว่า ตนกังวลใจกับแรงงานที่ไม่มีทักษะและยังไม่รู้ภาษาต่างประเทศที่ยังว่างงานอยู่มากถึง 1.13 ล้าน ที่ต้องดูแลให้มีงานทำ

เขียนถึงเวียดนามแล้วก็ทำให้นึกถึงเมืองไทยเมื่อ 15 ปีที่แล้วครับ ที่เศรษฐกิจของเราเริ่มโตเร็วและแรง จนเราเป็นประเทศที่ใช้หนี้ไอเอ็มเอฟได้ก่อนกำหนด.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand

Leave a comment