ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/563002
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 ม.ค. 2559 06:30

(ภาพ: REUTERS)
เป็นฝ่ายผู้ก่อการร้าย5 มีชาวต่างชาติตายด้วย
ระทึกแดนอิเหนา กลุ่มก่อการร้ายถล่มระเบิดหน้าห้างสรรพสินค้าย่านใจกลางกรุงจาการ์ตา แล้วยังเปิดศึกยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างไม่ เกรงกลัว ท่ามกลางชาวอินโดฯมุงดูเหตุการณ์แบบไม่กลัวถูกลูกหลง หลังใช้เวลาปะทะกันนานเกือบ 2 ชั่วโมง ตำรวจสรุปเบื้องต้น เผยคนร้ายถูกวิสามัญฯ 5 ศพ พลเรือนอีก 2 ศพ รวม 7 ศพ ขณะที่โฆษกตำรวจอินโดนีเซียเชื่อเป็นฝีมือเครือข่ายไอเอส หลังได้เบาะแสมานานว่าจะก่อเหตุร้าย แม้ว่าตำรวจจะเคยทลายแผนร้ายไปแล้วครั้งหนึ่ง ส่วนซิดนีย์ก็ขวัญผวา คนร้ายขู่วางระเบิด “โอเปร่า เฮ้าส์” ส่งผลให้นักท่องเที่ยวกระเจิง
ภัยก่อการร้ายยังคงสร้างความอกสั่นขวัญแขวนแก่ชาวโลกอย่างต่อเนื่อง แม้เพิ่งจะเกิดเหตุระเบิดสะเทือนขวัญในนครอิสตันบูลของตุรกีไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยครั้งนี้เป็นการก่อวินาศกรรมกลางวันแสกๆที่ใจกลางกรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย ชาติเพื่อนบ้านอาเซียนของไทย กลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวน ได้ลงมือ อุกอาจใช้อาวุธปืนและระเบิดโจมตีบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าซารีน่าแหล่งช็อปปิ้งชื่อดัง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 7 ศพ บาดเจ็บอีกไม่ทราบจำนวน
ทั้งนี้ จากการเปิดเผยของทางการและสื่อท้องถิ่นอินโดนีเซีย เหตุระทึกขวัญครั้งนี้เกิดเมื่อเวลาประมาณ 10.35 น. วันที่ 14 ม.ค. ตามเวลาท้องถิ่น กลุ่มคนร้ายได้ลงมือโจมตี 2 จุดบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าซารีน่า ในเวลาไล่เลี่ยกัน จุดแรกคือร้านกาแฟสตาร์บัค ใต้ตึกคากราวาลา ฝั่งตรงข้ามห้าง ที่คนร้ายอย่างน้อย 5 คน บุกเข้าไปในร้าน ก่อนเกิดการระเบิดขึ้นภายในกระจกแตกกระจาย กระเด็นออกมาเกลื่อนเต็มฟุตปาท ตามด้วยเสียงปืนที่ดังอย่างต่อเนื่อง ขณะจุดที่สองคือบริเวณป้อมตำรวจ ตรงสี่แยกถนนทัมรินหน้าห้าง คนร้ายที่เชื่อว่าใช้มอเตอร์ไซค์เป็นยานพาหนะ ขว้างระเบิดมือเข้าใส่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 3 ศพ เป็นตำรวจ 1 นาย และพลเรือน 2 คน สภาพศพน่าสยดสยองนอนกองอยู่บนถนน เลือดนองเต็มพื้น ส่วนพยานระบุว่าเกิดการระเบิดขึ้นอย่างน้อยถึง 6 ครั้ง แต่ไม่แน่ใจว่าตรงจุดไหน
อีกไม่กี่นาทีต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาถึงจุดเกิดเหตุ พบกับคนร้ายยังอยู่ในพื้นที่ ส่งผลให้เกิดการยิงปะทะกันอย่างดุเดือด เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์ ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุเปิดเผยว่า กลุ่มเจ้าหน้าที่ได้ใช้รถยนต์ที่จอดอยู่เป็นเกราะกำบังยิงสู้กับคนร้าย ท่ามกลางชาวบ้านที่ยืนมุงล้อมดูเหตุการณ์อยู่ไกลๆ อย่างไม่กลัว โดยเจ้าหน้าที่ได้ตะโกนสั่งกำชับคนรอบๆที่อยู่ในระยะลูกหลงตลอดเวลาว่า ให้หาที่หลบระวังถูกสไนเปอร์ หลังพบเห็นบุคคลต้องสงสัยยืนอยู่บนดาดฟ้าอาคารใกล้เคียง
ขณะที่สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นเมโทร ทีวี ของอินโดนีเซียรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายอาจมีมากถึง 14 คนในเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น เชื่อว่ามี 1 ครั้งที่เป็นฝีมือของมือระเบิดพลีชีพ โดยเมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. เหยื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้อยู่ที่ 6 ศพ เป็นพลเรือน 3 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นาย และยังไม่ทราบว่าเป็นฝีมือกลุ่มหัวรุนแรงกลุ่มใด นอกจากนี้ สถานีเมโทร ทีวี ยังเผยแพร่ภาพให้เห็นความอุกอาจของคนร้าย ตรงจุดเกิดเหตุป้อมตำรวจบริเวณ 4 แยก โดยหลังจากลงมือก่อเหตุแล้ว คนร้าย 2 คน ได้ยืนอยู่กลางถนน ดูฝูงชนที่แห่กันเข้าไปถ่ายรูปศพผู้เสียชีวิต ก่อนชักปืนสั้นยิงลอบกัดใส่สีข้างเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ที่พยายามกันชาวบ้านเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุ ทั้งยังมีเจ้าหน้าที่อีกนายที่ถูกจ่อยิงระยะเผาขนที่ท้อง เนื่องจากไม่ทราบว่าบุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือคนร้าย ตำรวจยังยืนยันด้วยว่า มีคนร้าย 2 คน ได้ใช้มอเตอร์ไซค์หลบหนีไปยังย่านเวสต์จาการ์ตา
จากนั้นเวลาประมาณ 13.22 น. กลุ่มคนร้ายได้ล่าถอยขึ้นไปกบดานอยู่ภายในตึกคากราวาลา อาคารที่ตั้งของร้านสตาร์บัค โดยเป็นบริเวณชั้น 4 ซึ่งเป็นโรงภาพยนตร์ ขณะที่ผู้สื่อข่าวต่างประเทศในบริเวณได้พบเห็นเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษอย่างน้อย 25 นาย บุกชาร์จเข้าไปในตึก ตามด้วยเสียงปืนและระเบิดที่ดังอย่างต่อเนื่อง อีกประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา เจ้าหน้าที่ได้เปิดเผยว่า ได้เคลียร์ตึกดังกล่าวแล้ว มีคนร้ายถูกวิสามัญฆาตกรรม 4 คน ในจำนวนนี้เป็นมือระเบิดพลีชีพ 2 คน และถูกจับกุมอีก 4 คน
ต่อมา พล.ต.อ.บูดี กูนาวัน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซีย ออกแถลงการณ์ จบสิ้นสถานการณ์ก่อการร้ายในกรุงจาการ์ตา ซึ่งรวมเวลาตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงจบสถานการณ์ ประมาณ 2 ชั่วโมง ระบุว่า เจ้าหน้าที่คุมสถานการณ์ได้หมดแล้ว มีคนร้ายเสียชีวิต 5 คน พลเรือนเสียชีวิต 2 คน แต่ไม่พูดถึงกรณีที่ว่ามีคนร้ายหลบหนีไปได้แต่อย่างใด ขณะที่กระทรวงต่างประเทศเนเธอร์แลนด์ระบุว่า มีพลเมืองได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์ครั้งนี้ 1 คน ส่วนสถานีโทรทัศน์เมโทร ทีวีระบุว่า ชาวต่างชาติที่เสียชีวิตคือชาวแคนาดา ด้านนายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ออกแถลงการณ์ประณามการก่อเหตุ พร้อมขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต แต่ยืนยันว่าอินโดนีเซียทั้งในฐานะรัฐและชาติ รวมถึงประชาชน จะไม่ยอมพ่ายแพ้ หรือตกอยู่ในความหวาดกลัวการก่อการร้ายอย่างแน่นอน
ขณะที่ พล.ต.ต.แอนตัน ชาร์ลิยัน โฆษกประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า แม้ว่ายังไม่มีกลุ่มใด ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุวินาศกรรมครั้งนี้ แต่มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นกองกำลังรัฐอิสลามหรือไอเอส เนื่องจากลักษณะการก่อเหตุ คล้ายคลึงกับการโจมตีที่กรุงปารีส เมื่อเดือน พ.ย. ปีก่อน นอกจากนี้ ทางการอินโดนีเซียเคยได้รับคำขู่ จากกลุ่มไอเอสไม่ระบุวันและเวลา ว่าจะจัดคอนเสิร์ตหรือหมายถึงการโจมตีต่ออินโดนีเซีย ชนิดที่จะต้องเป็นข่าวดังไปทั่วโลก เมื่อเดือน ธ.ค. ปีก่อน ทางการก็เพิ่งประสบความสำเร็จในการทลายแผนโจมตีกรุงจาการ์ตา ผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมพบว่าบางรายมีส่วนเชื่อมโยงกับกลุ่มไอเอส และพบแผนการจัดคอนเสิร์ตที่ว่านี้ด้วย
ส่วนสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวในหน่วยข่าวกรองอินโดนีเซีย ที่ระบุว่าเป็นกลุ่มก่อการร้ายแน่นอน แต่ยังไม่แน่ชัดว่ามีส่วนเชื่อมโยงกับกลุ่มไอเอสหรือไม่ ส่วนสื่อกระบอกเสียงของกลุ่มกองกำลังรัฐอิสลามหรือไอเอส ออกแถลงการณ์ว่า นักรบของกลุ่มไอเอสได้ลงมือโจมตีเมืองหลวงของอินโดนีเซีย โดยเล็งเป้าหมายที่ชาวต่างชาติและเจ้าหน้าที่รัฐ
วันเดียวกัน พล.ต.อ.คาหลิด อาบู บาคาร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย เปิดเผยว่าทางการมาเลเซียได้เพิ่มระดับเตือนภัยด้านความปลอดภัยในประเทศเป็นระดับสูงสุด โดยจะคุมเข้มการเข้าออกชายแดนเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีกลุ่มก่อเหตุแทรกซึมเข้ามา พร้อมเพิ่มการรักษาความปลอดภัย ตามสถานที่สาธารณะ อาทิ ห้างสรรพสินค้าหรือแหล่งท่องเที่ยว ส่วนกองทัพบกและตำรวจฟิลิปปินส์ ออกแถลงร่วมกันว่า มีความกังวลต่อความเสี่ยงที่จะเกิดภัยก่อการร้ายสูงขึ้นในอนาคต และได้วางมาตรการที่เหมาะสมเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดเหตุก่อการร้ายในประเทศ
เหตุก่อการร้ายในกรุงจาการ์ตาครั้งนี้ ถือเป็นครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 6 ปี หลังเมื่อปี 2552 เกิดเหตุวางระเบิดโจมตีโรงแรม 2 แห่ง ที่มีผู้เสียชีวิต 7 คน บาดเจ็บกว่า 50 คน ส่วนเหตุก่อการร้ายครั้งรุนแรงที่สุดในอินโดนีเซีย เกิดเมื่อปี 2545 เหตุระเบิดโจมตีไนท์คลับบนเกาะบาหลีที่มีผู้เสียชีวิตถึง 202 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ
ส่วนที่นครซิดนีย์ ออสเตรเลีย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สั่งอพยพคนออกจากโรงละครซิดนีย์ โอเปร่า เฮ้าส์ อย่างกะทันหันเมื่อเช้าวันเดียวกันนี้ พร้อมส่งเฮลิคอปเตอร์บินตรวจการณ์พื้นที่รอบๆ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้ง มีเหตุขู่วางระเบิดภายใน Sydney Opera House สัญลักษณ์ของมหานครซิดนีย์ สถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวพากันเดินทางไปท่องเที่ยว ทานอาหาร ชมละคร และถ่ายภาพกันเป็นจำนวนมาก ทำให้บรรดาทัวร์ทั้งหลายที่พากันมาเที่ยวที่ Sydney Opera House ต้องยกเลิกทั้งหมด นักท่องเที่ยวต่างพากันผิดหวัง ที่ไม่ได้เข้าไปชมภายใน Sydney Opera House และถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก บางรายกล่าวว่า เพิ่งพาครอบครัวมาที่นี่ครั้งแรก รู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ แต่ก็เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งมันเป็นเรื่องที่น่ากลัวอย่างมาก
นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีระเบิดที่กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย ว่า เบื้องต้นไม่มีผลกระทบ ต่อคนไทย กระทรวงการต่างประเทศสั่งการไปยังสถานทูตไทยประจำกรุงจาการ์ตาให้ติดตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด รวมถึงประสานกับทางการอินโดนีเซียว่าจะให้ชาวไทยปฏิบัติอย่างไร ขณะเดียวกันทางการอินโดนีเซีย ยืนยันมีผู้เสียชีวิต 3 คน หนึ่งในนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเป็นชาวต่างชาติและไม่พบว่ามีคนไทยเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ ขณะที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา ส่งข้อความถึงชุมชนคนไทย ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังบริเวณดังกล่าว ทั้งนี้มีคนไทยอาศัยในอินโดนีเซีย ราว 4,000 คน ในกรุงจาการ์ตามีประมาณ 300 คน
วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ส่งสารแสดงความเสียใจ ถึงประธานาธิบดีอินโดนีเซีย กรณีเหตุระเบิดกลางกรุงจาการ์ตา มีเนื้อหาระบุว่า ข้าพเจ้ารู้สึกเศร้าใจอย่างสุดซึ้ง ต่อเหตุระเบิดและเหตุกราดยิงในกรุงจาการ์ตา ที่ส่งผล ให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ในนามของรัฐบาลไทยและประชาชนไทย ข้าพเจ้าขอแสดงความ เห็นใจและเสียใจต่อท่าน ต่อครอบครัวของผู้สูญเสีย ประเทศไทย ขอร่วมกับอินโดนีเซีย และประชาคมโลก ในการประณามเหตุการณ์อันชั่วร้ายนี้ ขอยืนยันว่ารัฐบาลไทย พร้อมจะช่วยเหลือในทุกด้านต่อประเทศอินโดนีเซีย ในช่วงเวลายากลำบากนี้
พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า สำนักงานตำรวจได้สั่งเฝ้าระวังสถานที่สำคัญ สถานที่ท่องเที่ยวภายในประเทศ ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย มีการดูแลตามปกติ ซึ่งช่วงบ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 พ.ต.อ. ชณาวิน พวงเพชร ผกก.สน.พญาไท และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท มาตรวจสอบความเรียบร้อยบริเวณโดยรอบสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ถนนเพชรบุรี และเปิดให้ประชาชนมาประสานงานติดต่อ ทำวีซ่าตามปกติ
นายศุภชัย เจนศักดิ์ศรีสกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท เจนศักดิ์ การท่องเที่ยว จำกัด และอุปนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยถึงผลกระทบกรณีระเบิดที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ว่า ภายใน 1 สัปดาห์หลังการเกิดเหตุการณ์ระเบิด คนไทยจะยกเลิกการเดินทางไปอินโดนีเซียทันที คาดว่าจะมากกว่า 1,000 คน ส่วนคนไทยที่จองแพ็กเกจและจ่ายเงินไปแล้วจะเดินทางไปท่องเที่ยวอยู่ เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบเรื่องความปลอดภัยมากนัก เนื่องจากคนไทยจะนิยมไปเที่ยวบาหลีมากกว่าจาการ์ตา ตนมีความกังวลเกี่ยวกับบริษัททัวร์ที่ทำทัวร์ไปอินโดนีเซีย และซื้อตั๋วเครื่องบินกับสายการบินต้นทุนต่ำล่วงหน้าไว้แล้ว จะได้รับผลกระทบอย่างมาก เพราะคนไทยจะงดเดินทางไปอีกสักระยะหนึ่ง กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และให้เอเย่นต์ต่างๆ แจ้งผลรายงานเข้ามาเป็นระยะ
ช่วงค่ำกระทรวงการต่างประเทศออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเหตุระเบิดในกรุงจาการ์ตา ระบุว่า ประเทศไทยรู้สึกตกใจเป็นอย่างมากและเสียใจกับเหตุการณ์ระเบิดและการกราดยิงที่กรุงจาการ์ตา ที่ทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิต ขอแสดงความอาลัยและเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ไปยังผู้ได้รับผลกระทบและครอบครัว ประเทศไทยขอร่วมกับอินโดนีเซียและประชาคมระหว่างประเทศ ประณามอาชญากรรมอันชั่วร้ายนี้ รัฐบาลไทยสนับสนุนรัฐบาลอินโดนีเซียสำหรับความพยายามในการนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ทางการไทยได้ติดตามพัฒนาการของเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด ได้เพิ่มการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับสถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทยด้วย

