‘บิ๊กตู่’สั่งด่วน8กระทรวง ลงขันซื้อยาง หวังดึงราคา/ช่วยชาวสวน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/196832

วันจันทร์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
‘บิ๊กตู่’สั่งด่วน8กระทรวง

ลงขันซื้อยาง

หวังดึงราคา/ช่วยชาวสวน

นักวิชาการชมเดินมาถูกทาง

ยุฟันพวกรุกป่าลดผลการผลิต

ม็อบยางใต้เขย่า‘รมว.เกษตร’

นายกฯชวนออกโรงปลอบใจ
ท่ามกลางความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยางที่ประสบปัญหาราคายางตกต่ำทั่วประเทศ โดยเฉพาะที่ภาคใต้มีการออกมาประท้วงในหลายพื้นที่

ล่าสุด เมื่อบ่ายวันที่ 10 มกราคม พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีความเป็นห่วงเรื่องดังกล่าวและติดตามปัญหานี้มาอย่างต่อเนื่อง

โดยเมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา มีการประชุมกับตัวแทนทุกฝ่าย ซึ่งได้ข้อยุติที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องกันว่าเป็นแนวทางที่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างชัดเจน แม้อาจไม่ทำให้เป็นที่ถูกใจทั้งหมดได้ แต่ถือว่าช่วยทำให้ปัญหาทั้งหลายผ่อนจากหนักเป็นเบา ซึ่งข้อยุติในวันนั้นคือ ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับการรับซื้อยางตกลงกันจะซื้อยางไม่ให้ราคาต่ำกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งปัจจุบันราคายางแผ่นดิบชั้น 3 อยู่ที่กิโลกรัมละ 34 บาท โดยจะยังไม่พูดถึงข้อกฎหมาย และจะยกระดับราคาให้สูงขึ้นเท่าที่ทำได้ในเวลาที่เหมาะสม ขณะเดียวกัน จากวันนี้ถึงวันที่ปิดกรีดยางคือ อีก 3 เดือน ประมาณการณ์กันว่าจะมียางออกสู่ตลาดประมาณ 8 แสนตัน ซึ่งกลุ่มที่ซื้อยางทุกส่วนยอมรับในกฎกติกาว่าจะแบ่งสันปันส่วนกันซื้อยางให้หมด ไม่ให้มียางตกค้าง นอกจากนี้ ในส่วนของ 16 มาตรการของรัฐบาลชุดนี้จะยังดำเนินต่อไป แล้วเรามั่นใจว่าทุกส่วนที่เกี่ยวข้องจะนำเรื่องนี้ไปชี้แจงให้เกษตรกรที่เกี่ยวข้องรับทราบ

รัฐบาลยอมรับยางล้นตลาด

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า การยกราคาให้สูงตามที่มีการเรียกร้องกันนั้นยาก เพราะทุกคนทราบดีว่าราคายางโลกตก ปริมาณล้นตลาด จึงอยากให้คุยด้วยเหตุผล ไม่อยากเห็นการกดดันรัฐบาลแล้วทำผิดกฎหมาย เพราะปัจจุบันการชุมนุมกระทำไม่ได้ แต่รัฐบาลไม่อยากพูดเรื่องกฎหมายเพราะมันเป็นยาแรง เกษตรกรกำลังเดือดร้อนอยู่ จะบั่นทอนความรู้สึกเขา แต่เรียนไว้ว่าไม่อยากให้ทำเลย หากจะรวมกันประชุมเพื่อสรุปข้อมูลทั้งหลายแล้วรายงานมาให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐเรายินดีรับฟัง แต่หากจะปิดถนน เดินขบวน มากทม. ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่แท้จริง

เร่งปั้มบอร์ด’กยท.’เข้าครม.

ทั้งนี้ สำหรับความคืบหน้าที่นายกฯได้ติดตามและฝากคือ เรื่องบอร์ดการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ที่ขณะนี้ยังไม่เสร็จ นายกฯสั่งการเร่งรัดให้ส่วนที่เกี่ยวข้องให้เอาเข้าที่ประชุมครม.ให้ได้ หากวันที่ 12 ม.ค.ไม่ทันก็นำเข้าสัปดาห์หน้า ซึ่งถ้าบอร์ดเรียบร้อยกลไกทั้งหลายจะเดินไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ หลังจากตกลงกันแล้วเมื่อวันที่ 7 ม.ค.จะมีส่วนต่างๆ ไปไล่ตรวจสอบว่ามีผู้รับซื้อคนใดไม่ปฏิบัติตามกติกาหรือไม่ ถ้ามีจะติดต่อเป็นรายบุคคลเป็นการเตือน ถ้ายังประพฤติอยู่ต้องว่ากันด้วยกฎหมาย ซึ่งมีพ.ร.บ.ควบคุมยาง พ.ศ.2542 กับกฎหมายควบคุมสินค้า ทั้งนี้ เชื่อว่าอย่างน้อยมาตรการดังกล่าวจะไม่ทำให้ราคายางตกไปกว่านี้

สั่ง8กระทรวงจัดงบซื้อยาง

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า นายกฯ มีคำสั่งไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คมนาคม มหาดไทย ศึกษาธิการ สาธารณสุข กลาโหม อุตสาหกรรม พาณิชย์ เกษตรและสหกรณ์ จะต้องรวบรวมความต้องการว่าจะช่วยรับซื้อยางในความรับผิดชอบของแต่ละกระทรวงอย่างไร แล้วส่งมาให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รวบรวมภายในเวลา 12.00 น.วันที่11 ม.ค.นี้

โดยนายกฯให้แต่ละกระทรวงใช้งบประมาณตัวเองในการรับซื้อ และมีความเป็นไปได้ว่าจะรายงานเข้าที่ประชุมครม.วันที่ 12 ม.ค.นี้เลย ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และวิงวอนว่าอย่าทำในลักษณะที่กดดันรัฐบาล เพราะการกดไม่สามารถแก้ปัญหาได้ หากคุยด้วยเหตุผลยอมรับว่าราคาไปแค่ไหนอย่างไร ทำอย่างไรไม่ให้ราคาทรุดไปกว่านี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีอะไรเป็นหลักประกันว่าราคาจะไม่ตกกว่านี้ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ความจริงใจ รัฐบาลเข้ามาแก้ปัญหาทุกเรื่อง เกษตรกรทุกกลุ่มรัฐบาลรับมาหมด อะไรที่เป็นปัญหาของเกษตรกรเราพยายามลงไปให้ถึงต้นตอจริงๆ รับฟังว่ามันทำได้แค่ไหน หากอุดหนุนแค่พึงพอใจประเดี๋ยวประด๋าวถือว่าไม่ถูกต้อง

“วิสุทธิ์”ชี้บิ๊กตู่ส่งสัญญาณถูกต้อง

นายวิสุทธิ์ นิติยารมย์ อดีต ผอ.ศูนย์ประสานงานองค์กรเกษตรกรรายย่อยภาคใต้ นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านยางพารา กล่าวกรณีนายกฯสั่งให้8กระทรวงตั้งงบซื้อยางไปใช้ประโยชน์ในส่วนราชกรต่างๆว่า เป็นการส่งสัญญาณที่ถูกต้อง ในการแก้ไขปัญหาราคายาง เพราะเมื่อภาครัฐกระทรวง ต่างๆ เข้ามาซื้อยาง แค่ 10 เปอร์เซ็นของตลาดไปเก็บไว้ หรือไปสร้างภาษีมูลค่าเพิ่ม ถือเป็นการดูดซับยางออกจากตลาด ยางก็จะขาดหายไปจากท้องตลาดทันที อีกทั้งรัฐบาลจะต้องดำเนินนโยบายกับพวกรุกบุกรุกป่าปลูกยางพาราอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดปริมาณการผลิตยางออกสู่ตลาด

“ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรส่งสัญญาณผิด จะขายยางในสต๊อกอย่างเดียว พ่อค้าก็ยิ้มเพราะเขากดราคาได้ พ่อได้รับประโยชน์จากส่วนต่างในการซื้อขายเพิ่มขึ้น ได้ประโยชน์จากการขายยางล่วงหน้าไปต่างประเทศ เพราะค่าเงินบาทอ่อนอีก ”นายวิสุทธิ์ระบุ

พร้อมแนะนำว่า นายกรัฐมนตรีเป็นบุคคลสำคัญที่ต้องส่งสัญญาณให้ถูก ดูดทรัพย์ยางออกจากตลาด คุ้มกันชาวสวนยาง จัดการกับพวกรุกป่าปลูกยาง เพื่อทำให้ยางขาดตลาด ส่งผลให้พ่อค้าต้องรับซื้อยางพาราในราคาสูงกว่าเดิมซึ่งพ่อค้าไม่มีวันขาดทุนแต่กำไรน้อยกว่าเดิม ส่วน เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม มีกำลังในการจับจ่ายใช้สอยช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำแบบนี้บ่อยๆอีก 6 เดือนข้างหน้า และมีความเป็นไปได้ที่ยางพารา จะพุ่งขึ้นถึงกิโลกรัมละ60-70 บาท ส่วนยางที่กระทรวงต่างๆ ซื้อเก็บไว้ถ้ายังไม่ได้เอาไปทำอะไรเมื่อยางพาราราคาสูงขึ้น ก็สามารถนำออกขายได้กำไรอีกเพราะยางไม่เน่าเหมือนข้าว งานนี้ถือเป็นการลงขันใช้งบประมาณแผ่นดินช่วยชาวสวนยางอย่างมีเหตุมีผล

สุราษฎร์อ่านแถลงการ5ข้อ

ที่สำนักงานสหกรณ์การเกษตรปฎิรูปที่ดินท่าแซะ จำกัด ต.ท่าเคย อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี กลุ่มแนวร่วมกู้ชีพชาวสวนยาง นำโดยนายสุนทร รักษ์รงค์ นายกสมาคมเกษตรกรชาวสวนยางภาคใต้ ร่วมอ่านแถลงการณ์แนวทางการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ เรียกร้องให้รัฐบาล เร่งดำเนินการ 5 ข้อ คือ 1.ให้รัฐบาลเร่งดำเนินการโครงการสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง ,2.ให้รัฐบาลยุติการเทขายยางในสต๊อกจำนวน 3.6 แสนตัน และประกาศให้เป็นสินค้าคงคลังที่ไม่มีการเคลื่อนไหว และให้มีการใช้ยางในประเทศต่อไป, 3 ให้เกษตรกรมีส่วนร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย ในการบังคับใช้ พรบ.การยางแห่งประเทศไทยเป็น กลไกในการปฎิรูปยางพาราทั้งระบบ โดยแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทยทันทีเมื่อเปิดประชุมคณะรัฐมนตรีและเร่งสรรหาผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยให้เร็วที่สุด 4.มีมติสนับสนุนและเข้าร่วมกิจกรรมกับทุกเครือข่าวเกษตรกรชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกรทั่วประเทศในการต่อสู้เพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง และเข้าร่วมประชุมแกนนำเกษตรกรชาวสวนยางภาคใต้ที่ จ.ตรัง ในวันที่ 12 ม.ค.พร้อมเรียกร้องราคายางพาราที่กิโลกรัมละ 60 บาท หากรัฐบาลทำไม่ได้ก็พร้อมที่จะจัดชุมนุมใหญ่เพื่อกดดันรัฐบาลต่อไป

ไล่บี้”อำนวย-จินตนา”

และ5ให้รมว.เกษตรฯทบทวนการทำงานของ นายอำนวย ปะติเส ที่ปรึกษา และผู้ช่วยรัฐมนตรี นางจินตนาชัย ยวรรณการ เพราะไม่มีความสามารถและสร้างความแตกแยกให้กับเกษตรกรชาวสวนยางและขอเรียกร้องไปยังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส.ในฐานะเจ้าของพื้นที่ และแกนนำ กปปส.ที่ชาวสวนยางภาคใต้ได้ไปร่วมชุมนุมให้เข้ามาช่วยชาวสวนยางเรียกร้องราคายางพารา รวมถึงช่วยหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำเหมือนเช่นที่ชาวสวนยางเคยไปร่วมชุมนุมกับทาง กปปส.ที่ผ่านมาด้วย

นัดแต่งดำเฉ่งรมว.เกษตร

ในขณะที่ นายธีระชัย แสนแก้ว อดีตรมช.เกษตรฯพรรคเพื่อไทยในฐานะนายกสมาคมชาวสวนยางภาคอีสาน กล่าวกรณีราคายางพาราตกต่ำกว่าจะมองเป็นเรื่องเศรษฐกิจโลกอย่างเดียวไม่ได้แต่เป็นความผิดพลาดในนโยบายยางพาราของรัฐ

โดยที่ผ่านมารัฐบาลชุดนี้มีการผลักดันให้เกิดพ.ร.บ.การยางแห่งชาติขึ้น เพื่อจะมีการแก้ปัญหายางทั้งระบบ แต่เมื่อมีพ.ร.บ.ยางฯ ออกมาอย่างเป็นทางการก็กลับไม่มีการดำเนินการออกกฎระเบียบให้เสร็จสิ้นภายใน120 วันโดยสิ้นสุดไปแล้วในวันที่16พ.ย.58 ขณะเดียวกันไม่มีการตั้งคณะกรรมการบริหารการยางแห่งประเทศไทย(บอร์ดกยท.)ที่ชัดเจน และไม่มีตัวแทนเกษตรกร เข้าไปมีส่วนรวมในการตัดสินใจนโยบายใดๆ

ในขณะนี้ ซึ่งภายหลัง120 วัน ได้มีการตั้งผู้ว่าการกยท.รักษาการชั่วคราว พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯจึงได้มีการตั้งนายเชาว์ ทรงอาวุธ ขึ้นมาทำนห้าที่รักษาการฯ ซึ่งในการปฎิบัติรักษาการในตำแหน่งผู้ว่ากยท. ก็ไม่ควรเซ็นสัญญาซื้อขายยางใดๆที่เป็นการผูกพันธ์และเป็นปัญหาต่อเกษตรกรสวนยางทั้งประเทศ เนื่องจากเงื่อนไขการเซ็นสัญญาต้องมีคณะกรรมการที่เป็นตัวแทนเกษตรกร เพราะมีส่วนได้เสีย แต่บอร์ดชั่วคราวในขณะนี้ไม่มีตัวแทนของเกษตรกรเลย เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นในตอนนี้ ทางรมว.เกษตรฯและรัฐบาล ต้องปลดออกทั้งหมดและหาผู้บริหารชุดใหม่ที่มีฝีมือเข้ามาบริหารแทน เพื่อเร่งขับเคลื่อนให้มีการดำเนินการตามพ.ร.บ.ยาง ฯในมาตรา49 ที่ระบุให้มีการสรรหาตัวแทนบอร์ดกยท.และ ผู้ว่ากยท.ตัวจริงให้ชัดเจน ไม่ใช่พยายามลากเรื่องให้บานปลาย

การยางรวมตัวแต่งดำ11มค.

แหล่งข่าวจากการยางแห่งประเทศไทย(กยท.)เปิดเผยในวันที่11 ม.ค.นี้ ทางกลุ่มสมาพันธุ์รัฐวิสาหกิจ กยท.มีการนัดแต่งชุดดำ เพื่อประท้วง รมว.เกษตรฯ และนายเชาว์ ที่บริหารงานผิดพลาดจนราคายางตกต่ำ ทำให้ภาพลักษณ์ กยท. เป็นผู้ร้ายในสายตาเกษตรกรสวนยางทั้งประเทศ และประท้วงคัดค้านไม่เห็นด้วย ที่กรณีนายเชาว์ไปเซ็นขายยางให้กับบ.ชิโนเคม ที่เป็นการเอื้อให้กับตลาดเอกชน และกดราคาในประเทศ ทำให้เป็นปัญหาเกษตรกรโดยรวม

ผู้สื่อข่าวรายงานในวันที่11 ม.ค.รมว.เกษตร จะเรียกแกนนำเกษตรกรสวนยางทุกกลุ่มมาประชุมเรื่องแก้ไขปัญหาราคายางเพื่อหาทางออกร่วมกันด้วยแต่แกนนำส่วนใหญ่ปฎิเสธมาร่วมเพราะรู้ว่าแค่เรียกมาขอร้องไม่ให้เคลื่อนไหวเท่านั้น

เมืองคอนผุดเวที-ตั้งเต้นท์รับม็อบ

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางรายย่อยได้รวมตัวที่สนามหน้าศาลาประชาคม อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ผุดเวทีปราศรัยด้วย โดย นายมนัส บุญพัฒน์ เกษตรกรชาวสวนยางรายย่อย เปิดเผยว่า เรามาเพราะความเดือดร้อน และประชุมเพือสรุปปัญหาเสนอให้มีตัวแทนของรัฐบาบจะมารับข้อเสนอในวันเดียวกัน

นายเรืองยศ เพ็งสกุล ประธานวิสาหกิจชุมชนคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อยถ้ำพรรณรา ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน 17 กลุ่มโรงงาน กล่าวว่า จะนั่งจะนอนกันจนกว่าจะได้คำตอบ ในการช่วยเหลือ ไม่อยากให้เหมือนๆครั้งที่ผ่านมา

‘ชวน’ให้กำลังใจแนะปลูกพืชเสริม

วันเดียวกันนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดโรงงานแปรรูปยางพาราของชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยาง จำกัดที่ อ.ควนกาหลง จ.สตูลว่า และให้สัมภาษณ์ว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่มีการรวมตัวกันของสหกรณ์ต่าง ๆ 16 แห่งของจังหวัดสตูลในการเพิ่มมูลค่ายางพาราในครั้งนี้จนสำเร็จในก้าวหนึ่งไปได้และเชื่อว่ารัฐบาลก็พร้อมจะยินดีสนับสนุนหากเกษตรกรมีการรวมตัวกันอย่างเข้มแข็งในการฝ่าวิกฤตยางพารานี้ไปได้

นายชวน หลีกภัย กล่าวว่า ขอให้กำลังใจเกษตรกรชาวสวนยางทุกคน และเชื่อว่าถึงเวลาแล้วที่ชาวสวนยางต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมรับมือกับปัญหาราคายางที่ตกต่ำด้วยการปรับเปลี่ยนตัวเองในการปลูกไม้ชนิดอื่นแซม สวนยาง เพื่อเป็นรายได้เสริม ไม่ว่าจะเป็น ต้นสะตอ ต้นลูกเนียง มังคุดหรือไม้ชนิดอื่น เพราะราคายางพาราที่ตกต่ำที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยภายนอกที่แก้ยากเชื่อว่ารัฐบาลก็พยายามแก้ไขแล้วแต่หากเกษตรกรไม่ปรับตัวเองก็จะอยู่อย่างยากลำบาก และได้มีโอกาสได้พบกับ รมว.เกษตรเกษตรและสหกรณ์โดยได้ฝากให้ดูแลเกษตรกรภาคใต้เป็นกรณีพิเศษแล้วว่าเกษตรกรที่ภาคใต้ไม่เหมือนกับภาคอื่นที่ปลูกยาง เป็นอาชีพเสริม โดยภาคใต้จะปลูกยางอย่างเดียวเป็นอาชีพหลักเมื่อยางราคาตกจึงประสบปัญหาตามๆกัน

Leave a comment