แง่มุมชีวิต “เอล ชาโป” ราชายาเสพติดเบอร์ 1

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/563526

โดย บวร โทศรีแก้ว 17 ม.ค. 2559 05:01

 

จนมุม–ทหารนาวิกโยธินคุมตัว ฮัวคิน “เอล ชาโป” กุซมาน ราชายาเสพติดชาวเม็กซิกันไปแถลงข่าวในกรุงเม็กซิโก ซิตี้ เมื่อ 8 ม.ค. หลัง จับกุมเขาได้ที่รัฐซินาลัว หลังแหกคุกหนีไปได้ถึง 2 ครั้ง (เอพี)

ข่าวนาย ฮัวคิน “เอล ชาโป” กุซมาน ฉายา “ไอ้เตี้ย” หัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติด “ซินาลัว” ผู้อื้อฉาวแห่งเม็กซิโก วัย 58 ปี ราชายาเสพติดเบอร์ 1 ของโลกยุคนี้ ถูกจับเป็นครั้งที่ 3 ที่เมืองลอส โมชิส รัฐซินาลัวบ้านเกิด เมื่อ 8 ม.ค. เป็นข่าวใหญ่ระดับโลก และมีควันหลงสีสันเร้าใจเยอะครับ

รวมทั้งกรณีที่ “ฌอน เพนน์” นักแสดง/ผู้กำกับภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดัง เจ้าของรางวัลออสการ์ ดอดไปสัมภาษณ์เอล ชาโป ก่อนถูกจับ 3 เดือน และตีพิมพ์ในนิตยสาร “โรลลิง สโตน” ในสหรัฐฯ หลังเขาถูกจับ 1 วัน

เอล ชาโป ถูกจับครั้งแรกที่กัวเตมาลาในปี 2536 แต่ติดคุกได้

8 ปี ก็แหกคุกหนี โดยซ่อนตัวในรถเข็นใส่ตะกร้าเสื้อผ้านักโทษไปซักรีด แต่ลอยนวลได้ 13 ปี ก็ถูกจับครั้งที่ 2 ที่เมืองมาซัตลันในรัฐซินาลัว เมื่อ 22 ก.พ.2557

เขาถูกส่งไปขังในเรือนจำ “อัลติปลาโน” ที่มีมาตรการรักษา

ความปลอดภัยสุดเข้มงวด ห่างกรุงเม็กซิโก ซิตี้ 90 กม. แต่แค่ 17 เดือนก็แหกคุกหนีอีกเมื่อ 11 ก.ค. ปีที่แล้ว โดยขุดรูจากห้องอาบน้ำฝักบัวในห้องขังแล้วขับมอเตอร์ไซค์บนรางหนีออกมาทางอุโมงค์ยาว 1.5 กม. ที่มีผู้แอบขุดไว้ให้

ขณะหลบหนี เอล ชาโป ยังซ่าไม่เลิก ลอบติดต่อกับนาง “กาเต เดล กาสติลโญ” นักแสดงละครโทรทัศน์ชื่อดัง ชาวเม็กซิกัน ผู้เคยรับบทหัวหน้าแก๊งค้ายาฯ เพื่อให้นำชีวประวัติของตน ไปสร้างภาพยนตร์ฮอลลีวูด ซึ่งกาสติลโญก็ติดต่อฌอน เพนน์ ให้ไปสัมภาษณ์เอล ชาโป ที่ ป่าลึกในรัฐดูรังโกในเม็กซิโก เมื่อ 2 ต.ค.2558

ในบทสัมภาษณ์ ฌอน เพนน์ เผยว่า วันแรก ได้คุยกับเอล ชาโป ถึง 7 ชม. โดยจิบเหล้าเตกีลาไปคุยกันไป แต่ตนยังขยักคำถามเด็ดๆไว้ ตั้งใจจะถามในอีก 8 วันหลัง แต่แค่วันเดียวเอล ชาโป ก็หายจ้อย เพราะได้กลิ่นว่าถูกแกะรอย จึงให้สัมภาษณ์ต่อทางโทรศัพท์แบบใช้แล้วทิ้งและวีดิโอเท่านั้น

เอล ชาโป เผยว่า เติบโตมาในไร่ปศุสัตว์ชื่อ “ลา ตูนา” ในรัฐซินาลัว ซึ่งยุคนั้นถึงยุคนี้หางานทำยากมาก หนทางเดียวที่จะหาเงินมาซื้ออาหารยาไส้ให้อยู่รอด ก็คือปลูกฝิ่นและกัญชาขาย ซึ่งตนก็ทำตั้งแต่อายุ 15 ปี เขายังคุยโม้ว่าขายเฮโรอีน ยาบ้า โคเคน กัญชา มากกว่าใครในโลกนี้ โดยมีฝูงเรือดำน้ำ เครื่องบิน รถบรรทุก และเรือ เพื่อลำเลียงยา ขณะที่อัยการสหรัฐฯระบุว่า เขาช่วย ส่งโคเคนเข้าสหรัฐฯกว่า 500 ตัน!

เอล ชาโป เผยว่า รักเคารพแม่ที่สุด ชีวิตครอบครัวพี่น้องลูกหลานก็ดีมาก ตนอยากอยู่กับพวกเขาไปจนวันตาย เมื่อถูกถามว่า กลัวพบจุดจบเหมือน “ปาโบล เอสโกบาร์” อดีตราชายาเสพติดชาวโคลอมเบีย ที่ถูกตำรวจยิงตายอนาถเมื่อ 2 ธ.ค. 2536 หรือไม่ เอล ชาโป ตอบว่า รู้ว่าวันหนึ่งต้องตาย แต่หวังจะได้ “ตายตามธรรมชาติ” ตนไม่ชอบใช้ความรุนแรง แค่ป้องกันตัวเท่านั้น

“ไอ้เตี้ย” ยังอ้างว่าไม่ได้ติดยา แค่เคยลอง แต่ใน 20 ปีหลังไม่ได้แตะอีกเลย ส่วนเรื่องธุรกิจ ค้ายาฯ ในช่วงติดคุกในปี 2557/2558 นั้น ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง ไม่มีอะไรเพิ่มหรือลด แต่ธุรกิจค้ายาฯในอดีตและปัจจุบันแตกต่างกันมาก ทุกวันนี้ยาเสพติดมีมากมายหลายชนิด ต่างจากอดีตที่มีแค่ฝิ่นและกัญชา

สิ่งหนึ่งที่เอล ชาโป พูดน่าคิดก็คือ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด การค้ายาเสพติดไม่มีวันหมดไป เพราะแก๊งค้ายาฯมีกำลังพลมากขึ้น ขณะที่ผู้เสพหรือตลาดก็ยังเฟื่องฟูเติบโต

อัตชีวประวัติของเอล ชาโป จะถูกนำมาสร้างภาพยนตร์หรือไม่ ยังต้องรอดูกัน แต่ที่น่าติดตามก็คือ “ฌอน เพนน์” และ “กาสติลโญ” จะถูกดำเนินคดีด้วยหรือไม่?

นักกฎหมายส่วนใหญ่ชี้ว่า แม้การติดต่อหรือไปสัมภาษณ์นักค้ายาเสพติดที่หลบหนีคดีจะ “ผิดศีลธรรม” แต่ไม่น่าเข้าข่ายผิดกฎหมายทั้งของสหรัฐฯ และเม็กซิโก ซึ่งมีกฎหมายคุ้มครองสิทธิ์นักข่าวสูงมาก

พบดารา–นิตยสาร “โรลลิง สโตน” แพร่ภาพเอล ชาโป จับมือฌอน เพนน์ ดาราฮอลลีวูดชื่อดัง ที่ไปสัมภาษณ์เขาในป่า เมื่อ 2 ต.ค.2558 ภาพเล็กคือ กาเต เดล กาสติลโญ ดาราสาวชาวเม็กซิกัน ผู้เป็นตัวกลางติดต่อ (โรลลิง สโตน/เอพี)

ยกเว้นมีหลักฐานว่า ฌอน เพนน์ และกาสติลโญ มีส่วนช่วยเหลือเอล ชาโป หลบหนี การจับกุม หรือแทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่ผู้ไล่ล่าตัวเขา แต่กรณีนี้ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น!

ในอดีต เจ้าหน้าที่สหรัฐฯไม่เอาผิดกับนักข่าวหรืออดีตเจ้าหน้าที่รัฐที่ไปสัมภาษณ์ผู้ต้องหาคนสำคัญที่หลบหนีคดี รวมทั้งกรณีนักข่าวชื่อ “โรเบิร์ต ฟิสค์” และ “จอห์น มิลเลอร์” อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ แอบไปสัมภาษณ์ “โอซามา บิน ลาดิน” อดีต หัวหน้าเครือข่ายผู้ก่อการร้าย “อัล เคดา” ให้รายการโทรทัศน์ “เอบีซี นิวส์” หลายครั้งในปี 2541 ทั้งคู่ก็ไม่ถูกดำเนินคดีใดๆ

แต่คำถามที่ยังคาใจผู้คนก็คือ ในเมื่อดาราอย่างฌอน เพนน์ ก็ยังรู้ว่าเอล ชาโป อยู่ที่ไหนตั้งนานแล้ว แล้วเหตุใดเจ้าหน้าที่สหรัฐฯและเม็กซิโกไม่รู้ แม้จะอ้างภายหลังว่าการติดต่อระหว่างฌอน เพนน์ และกาสติลโญ กับเอล ชาโป ทำให้เจ้าหน้าที่แกะรอยจนตามจับ “ไอ้เตี้ย” ได้

ส่วนประธานาธิบดีเอนริเก เปนญา นีเอโต แห่งเม็กซิโก มีท่าทีจะยอมส่งตัวเอล ชาโป ไปให้สหรัฐฯ ดำเนินคดี หลังปฏิเสธมาตลอด แต่เอาไปเอามาคงกลัวเขาแหกคุกอีก เพราะมีเงินอิทธิพลบารมีสูงมาก

เอล ชาโป ถูกฟ้องในอย่างน้อย 6 รัฐในสหรัฐฯ ทั้งข้อหาค้ายาเสพติดและฆาตกรรม มีหวังติดคุกหัวโต แต่ถ้าแหกคุกมะกันได้อีก รับรองดังสนั่นกว่านี้หลายเท่า!

บวร โทศรีแก้ว

Leave a comment