ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/561309
โดย ทีมข่าวการเมือง 12 ม.ค. 2559 05:01

เอาเข้าจริงถึงจะขู่ฮึ่มๆใส่ชาวสวนยาง งัดกฎหมายชุมนุมที่สาธารณะมาเบรกม็อบ
เสียงเข้มปัดอัดฉีดดันราคายางตามข้อเรียกร้อง 60 บาทต่อกิโลกรัม เพราะมีภาระงบประมาณ
แต่ถึงเวลา “บิ๊กตู่” ก็เอ่ยปาก “ไม่ใช่คนใจร้าย”
นอกจากสั่งให้ 8 กระทรวงรับซื้อยางมาแปรรูป ทำถนน พื้นเบาะสนามกีฬา ฯลฯ
ล่าสุดถึงยังออกอาการฉุนเฉียวกับข้อเรียกร้องจาก “คนเคยคุ้น” อย่าง “กำนันเทือก” สุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯที่ขอให้ใช้อำนาจพิเศษ ม.44 อุ้มราคายาง 60 บาทต่อกิโลกรัม
“จะเอาเงินที่ไหนมาอุ้ม ตอบมาสิ”
แต่อีกทาง “บิ๊กตู่” ก็ยอมรับว่าเป็นห่วงปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ระบุรัฐบาลและ คสช.กำลังพิจารณาหาแนวทาง “รับซื้อยาง” ในราคาที่สูงขึ้น เร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้
ถึงงัดไม้แข็ง แต่ “นายกฯลุงตู่” ก็แฝงไม้นวม
เมื่อประเมินท่าที “กำนันเทือก” และอดีตแกนนำ กปปส. กระทั่งคนพรรคประชาธิปัตย์ ที่ฐานเสียง “ชาวสวนยาง” ซ้อนทับกันอยู่
เมื่อปมราคายาง “4 กิโลร้อย” กระทบฐานแฟนคลับ
ไม่แค่เพียงเรียกร้องรัฐบาลช่วย ยังกระตุกลุงกำนันให้ร่วม “รู้ร้อนรู้หนาว”
ไฟต์บังคับต้องออกโรง ไม่ให้เสียยี่ห้อ “ขวัญใจชาวสวนยาง”
ถึงแม้อีกทางก็เอ่ยปากปรามชาวสวนยางให้เคลื่อนไหวในกรอบกฎหมาย ติดลูกเกรงอกเกรงใจ “นายกฯลุงตู่” กันอยู่ ในจุดที่ “คนเคยคุ้น” ต่างก็รู้ทาง เล่นเนียนบทใครบทมัน
คุมเกมไม่ให้โรคแทรกจน “วงแตก” บานปลาย
แต่อีกเรื่องที่ร้อนตีคู่มาคราวเดียวกัน กับข้อเสนอที่กลับมาฉายซ้ำอีกรอบ ประเด็น “ปรองดอง” แก้วิกฤติประเทศ ล่าสุดหลังจากนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ชงให้ “บิ๊กตู่” ใช้อำนาจพิเศษ ม.44 ตั้งทีมศึกษาปมปรองดอง
เรื่องถูกโยนต่อให้ฝ่ายกฎหมายรัฐบาล และทีมออกกฎหมาย แล้วก็เป็นนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. โดดรับลูก เตรียมตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาเสริมสร้างสันติสุข ดึงทุกขั้วฝ่ายขัดแย้งมาร่วมวง
ล่าสุดมีชื่อ “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ สนช. เป็นเต็งจ๋านั่งเก้าอี้เป็นประธาน กมธ. โดยเจ้าตัวออกมาระบุรายละเอียดการทำงาน คณะกรรมาธิการฯจะมีกรรมาธิการ24 คน เป็น สนช.14 คน
และผู้ที่มีแนวคิดสันติวิธี-กลุ่มผู้เห็นต่างอีก 10 คน
เพื่อทำหน้าที่ศึกษาพิมพ์เขียวการสร้างสันติสุข ส่งต่อ คสช.และรัฐบาล
ที่น่าสนใจ พล.อ.อกนิษฐ์ยอมรับ จะพิจารณาการออกกฎหมายนิรโทษกรรม หากเป็นหลักประกันได้ว่าสังคมจะสันติสุข หากเห็นพ้องต้องทำในแง่กฎหมาย ก็เป็นหน้าที่ สนช.ดำเนินการ
หนังม้วนเดิม “ปรองดอง” ในชื่อใหม่ “สันติสุข”
และไคลแมกซ์อยู่ที่ปม “นิรโทษกรรม” ที่ยังเห็นต่างกับการล้างผิด “สุดซอย–กลางซอย”
หนนี้ก็อีหรอบเดิมมีปมนิรโทษทีไร “ปรองดอง-ปรองเดือด” ทุกที
โฟกัสที่ “บิ๊กตู่” คิวนี้มีชื่อ เพื่อน ตท.12 ที่ไว้วางใจอย่าง “บิ๊กเจี๊ยบ” มานั่งกุมบังเหียนนำทีมศึกษาเรื่องการสร้างสันติสุข
ถึงจะถูกมองว่าฉายซ้ำทำบ่อย ตั้งทีมศึกษากันมา 3–4 รอบแล้ว
ทั้งทีม คอป.ที่นำโดย ดร.คณิต ณ นคร คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปฯ ชุดนายดิเรก ถึงฝั่ง สมัยเป็น ส.ว. และล่าสุดคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สปช. ที่มี ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ นำทีมเดินสายพูดคุยกับแกนนำขั้วฝ่ายต่างๆ จนได้ผลสรุปเสนอนายกฯไปแล้ว
รวมผลศึกษาทำกันมาหลายแฟ้มหลายปึ๊ง เอามาแช่ไว้
คิวนี้เลยไม่วายถูกมองเป็นเพียงคิวเรียกแต้มของอำนาจพิเศษ เจาะรูระบายแรงกดดัน
กระทั่งมองเป็นแค่การสร้าง “โรงงิ้ว โรงละคร เล่นปาหี่”
กระนั้นก็ดี เพราะปมแก้วิกฤติขัดแย้งแตกแยก เป็นโจทย์สำคัญที่ คสช.ต้องเข้ามาใช้อำนาจพิเศษแก้ไข โดยเฉพาะ “บิ๊กตู่”
ส่งสัญญาณ “โยนหินกัน” หลายรอบ
ก็ต้องจับตา ถึงที่สุดแผนปรองดองตำรับ “แป๊ะรังสรรค์” จะถึงฝั่งฝันหรือไม่
โดยเฉพาะคิว “นิรโทษ–ล้างผิด” รีเซตประเทศในลำดับถัดไป.
ทีมข่าวการเมือง