‘สมชาย’ชี้ร่างรธน.ต้องยึดหลักสากล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160131/221521.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม 2559
‘สมชาย’ชี้ร่างรธน.ต้องยึดหลักสากล

‘สมชาย’ชี้ร่างรธน. ต้องยึดหลักสากล : สัมภาษณ์พิเศษโดยสมัชชา หุ่นสาระ

           สถานการณ์การเมืองวันนี้เริ่มเข้มข้นแล้ว เพราะร่างรัฐธรรมนูญฉบับ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 270 มาตรา ดำเนินการเสร็จสิ้นในขั้นต้น หลายฝ่ายคงเริ่มมองเห็นอนาคตของบ้านเมือง หลังการมีรัฐธรรมนูญใหม่และการเลือกตั้งเกิดขึ้นตามกติกาประเทศเสร็จสิ้นลงแล้ว

สิบกว่าปีที่ผ่านมา พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย คือขั้วตรงข้ามกับอีกฝ่ายหนึ่งในสังคมไทยอย่างเห็นได้ชัด เพราะแกนนำในตระกูล “ชินวัตร-วงศ์สวัสดิ์” หรือช่วงหนึ่งจะใช้นอมินีอย่างนายสมัคร สุนทรเวช นำทัพ ได้ชนะเลือกตั้งตั้งแต่ปี 2544-2554 จนได้รับสิทธิในการจัดตั้งรัฐบาล 4 ครั้ง แต่ก็มีปรากฏการณ์ต่างๆ คือการยึดอำนาจปี 2549 และ 2557 การตัดสินยุบพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชน การดำเนินคดีกับผู้นำประเทศที่มาจากตระกูลชินวัตร-วงศ์สวัสดิ์ รวมทั้งการดำเนินคดีกับคนใกล้ชิดพรรคและตระกูลนี้มากมาย ทำให้การเมืองไทยมีจุดเปลี่ยนเสมอ

“เครือเนชั่น” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” อดีตนายกรัฐมนตรีและแกนนำคนหนึ่งของพรรคเพื่อไทย เกี่ยวกับอนาคตประเทศ อนาคตพรรคเพื่อไทย และบริบทต่อไปของคนในตระกูลชินวัตร-วงศ์สวัสดิ์

0 ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่นายมีชัยชี้แจงล่าสุดนั้นมีความเห็นอย่างไร

รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายที่ปกครองประเทศ คนไทยทุกคนต้องติดตามเพราะเกี่ยวข้องกับชีวิต ผมในฐานะคนไทยคนหนึ่งติดตามข่าวสารเรื่องนี้ก็ทราบดีว่ามีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ยอมรับว่าบางครั้งมันต้องมีการเปลี่ยนแปลง และสิ่งที่ยกร่างขึ้นมานั้น เท่าที่ผมมองเห็นควรเปลี่ยนแปลงบ้าง เช่น ระบบเลือกตั้งที่ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวเลือก ส.ส.สองระบบ ตรงนี้ประชาชนจะสับสน เพราะระบบการคิดคะแนนที่เกิดขึ้นเหมือนว่าประชาชนโดนตัดสิทธิและไม่ใช่สิ่งที่ยึดโยงกับประชาชน เพราะสิบกว่าปีที่ผ่านมาประชาชนรับรู้เรื่องบัตรเลือกตั้ง ส.ส.สองใบพอสมควรแล้วและไปใช้สิทธิกันเต็มที่

ประเด็นที่มาของนายกรัฐมนตรีก็เช่นกัน เพราะระบุไว้ว่าพรรคต่างๆสามารถเสนอชื่อบุคคลที่สมควรเป็นนายกฯ ได้พรรคละ 3 คน ฉะนั้นก็แปลว่า นายกฯ ไม่จำเป็นต้องมาจากการเลือกตั้ง ตรงนี้มันขัดแย้งกับนานาประเทศในโลกประชาธิปไตย เพราะตามธรรมชาติเมื่อมีการเลือกตั้ง ประชาชนไปลงคะแนน ประชาชนก็คิดและตัดสินใจว่าจะเลือกใครเป็นผู้นำประเทศ หากที่มาของนายกฯ เป็นแบบนี้ แปลว่านายกฯ ไม่มีความผูกพันกับประชาชน หากเป็นแบบนี้ก็ให้มีการเลือกตั้งนายกฯ โดยตรงเลยดีกว่า แม้วิธีนี้ประเทศประชาธิปไตยที่ใช้ระบบรัฐสภาจะไม่ได้ใช้กัน แต่มันก็เป็นสิ่งที่ดีกว่าที่จะให้พรรคเสนอ 3 รายชื่อที่สมควรเป็นนายกฯ เพราะสามคนนั้นอาจไม่ได้ลงสมัครเลือกตั้งเลย อีกเรื่องหนึ่งคือ ที่มาของ ส.ว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนเลย สิ่งเหล่านี้เหมือนว่าขัดกับหลักการประชาธิปไตยที่วางเขียนไว้ว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย

“ส่วนเรื่องการให้อำนาจองค์กรอิสระตัดสินความขัดแย้งทางการเมืองในอนาคต เช่น ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น ผมไม่โทษตัวบทกฎหมาย แต่เมื่อวันนี้เราต้องการประชาธิปไตยที่ยึดโยงกับประชาชน ประชาชนควรมีสิทธิเลือกผู้บริหารประเทศ หากมีปัญหาการทำงานหรือความขัดแย้งทางการเมืองควรกลับไปถามประชาชนในฐานะผู้ที่เลือกตัวแทนเข้ามาดีกว่า คือหากทำดีก็ให้สนับสนุนต่อ หากทำผิดก็โดนลงโทษคือแพ้เลือกตั้งนั่นเอง ไม่ใช่ให้องค์กรอิสระตัดสิน ถามว่า องค์กรอิสระควรตัดสินใจแทนประชาชนในเรื่องแบบนี้ได้หรือไม่ พูดง่ายๆ เหมือนว่าเป็นประชาธิปไตยไม่เต็มใบ ทั้งที่วันนี้โลกเดินหน้าไปมากแล้ว แต่คล้ายว่าวันนี้จะพูดคำว่าประชาธิปไตยไม่ได้แล้ว”

0 ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นโยบายประชานิยม พรรคต่างๆ จะนำมาใช้ไม่ได้แล้ว เพราะระบุโทษสร้างความเสียหายให้ประเทศ

หากพูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนัก เพราะพรรคการเมืองมาจากการเลือกตั้ง ต้องคิดนโยบายเสนอประชาชนให้พิจารณา หากตัดเรื่องนี้ไป ประชาชนเสียโอกาส เพราะผู้บริหารประเทศที่มาจากการอาสาทำงานรับใช้ประชาชนนั้นต้องคิดดีแล้วว่า นโยบายนั้นๆ จะทำให้บ้านเมืองและประชาชนดีขึ้น ประชาชนจึงจะเลือก เมื่อมีการจำกัดนโยบายพรรค มันคือการจำกัดโอกาสประชาชน สิ่งต่างๆ ที่ผมพูดทั้งหมดในข้างต้น หวังว่าหากได้รับฟังสิ่งที่ผมระบุไว้ในฐานะคนไทยคนหนึ่งแล้วแก้ไข น่าจะดีขึ้น

0แกนนำพรรคเพื่อไทยและแกนนำ นปช.หลายคนพูดเสมอว่าไม่ยอมรับและจะคว่ำร่างในการทำประชามติ

ควรรอดูท่าทีของทุกฝ่ายประกอบด้วยดีกว่า แต่เท่าที่ติดตามข่าวสารของพรรคและข่าวสารการยกร่างรัฐธรรมนูญ ผมมองว่า หากรัฐธรรมนูญออกมาแบบที่ผมและสังคมรับรู้ ผมอึดอัดนะ

0กติกาบ้านเมืองที่เขียนกันอยู่ช่วงนี้ คล้ายจะบีบรัดจังหวะก้าวเดินของพรรคเพื่อไทย

เท่าที่พอมองเห็นในตอนนี้ หากรัฐธรรมนูญและระบบเลือกตั้งเป็นแบบนี้ อนาคตเราจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่เป็นรัฐบาลผสม ไม่เป็นรัฐบาลเสียงข้างมากที่เข้มแข็ง เพราะจะมีความอ่อนแอ ทำงานลำบาก โอกาสพัฒนาประเทศก็ยาก เพราะมีข้อจำกัดทางการเมืองหลายด้าน องค์กรอิสระต่างๆ จะเป็นคนตัดสินอนาคตของบ้านเมือง นักการเมืองจากทุกพรรคควรมองประโยชน์ของประเทศในวันข้างหน้า ไม่ควรมองว่าพรรคของตัวเองจะได้หรือจะเสียประโยชน์อย่างใดบ้าง ผมคิดว่าต่างประเทศก็กังวลนะ แม้เราจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในวันข้างหน้า แต่เสถียรภาพรัฐบาลจะเป็นอย่างไร จะเรียกความเชื่อมั่นของประเทศให้เกิดขึ้นในสายตาของสังคมโลกได้หรือไม่ ผมไม่ได้หมายความว่า รัฐบาลทำผิดแล้วจะลงโทษไม่ได้นะ ลงโทษได้ แต่ควรเป็นไปตามกติกาสากล

0อนาคตพรรคเพื่อไทยจะเป็นเช่นใด และแกนนำพรรคและคนใกล้ชิดหรือตัวเองก็ถูกตัดสินลงโทษและบางคดีกำลังเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

พรรคเพื่อไทยไม่ใช่สมบัติของตระกูลใด สมาชิกพรรคทุกคนคือเจ้าของพรรค คดีของนายทักษิณ คดีของผม หรือคดีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ผมยืนยันตรงนี้ว่า พวกเราบริสุทธิ์ มุ่งมั่นสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมในฐานะจำเลย พวกเราสู้คดีตามพยานหลักฐานและยืนยันความบริสุทธิ์ ส่วนกระบวนการต่างๆ ก็ให้ศาลเป็นผู้พิจารณา พวกผมเคารพกฎหมายและการตัดสิน

0บางฝ่ายมองว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อาจหนีไปต่างประเทศ เพราะมีตัวอย่างจากนายทักษิณ หรือแม้แต่ตัวท่านเองที่กำลังสู้คดีสลายการชุมนุมปี 2551

ยืนยันตรงนี้ว่า ผมและน.ส.ยิ่งลักษณ์จะไม่หนีคดี เพราะยืนยันความบริสุทธิ์ในสิ่งที่ดำเนินการมาว่า ไม่มีสิ่งใดแอบแฝงและพร้อมสู้คดีในศาล เพราะเรายืนยันว่าเราบริสุทธิ์จึงอยู่สู้คดี หากหลบหนีไปตามที่บางคนระบุก็แสดงว่าเราทำผิดจริง ในเมื่อเรายืนยันความบริสุทธิ์ เราไม่จำเป็นต้องหลบหนี

Leave a comment