ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20160201/221608.html
การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559
“อดีต คปก.” ชี้ ร่าง รธน.ฉบับ ‘มีชัย’ เพิ่มอำนาจรัฐ ลดอำนาจประชาชน
วันที่ 1 ก.พ.59 ในการจัดสัมนาหัวข้อ “รัฐธรรมนูญใหม่ สร้างประชาธิปไตย” ซึ่งมีตัวแทนจากองค์กรภาคประชาสังคมต่างๆ เข้าร่วมด้วยอาทิ เครือข่ายสิ่งแวดล้อม, เครือข่ายแรงงานในและนอกระบบ, เครือข่ายสุขภาพ สวัสดิการและผู้บริโภค เป็นต้น โดยนายไพโรจน์ พลเพชร อดีตกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกว่า แนวคิดของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต่างจาก รัฐธรรมนูญฉบับ 2540 และ 2550 ค่อนข้างมาก หากดูโครงสร้างทั้งหมด อย่างในส่วนของสิทธิเสรีภาพ ทางคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะไม่ให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชน แต่ให้ความสำคัญกับสิทธิของปวงชนชาวไทย จากที่รัฐธรรมนูญ 2 ฉบับก่อนหน้านี้ ได้บัญญัติกำหนดมาตรา 4 เหมือนกันคือให้รัฐไทยต้องดูแลทุกคน ไม่เพียงแต่ปวงชนชาวไทย ซึ่งเป็นหลักการของรัฐ ผลการระบุให้ดูแลแต่ปวงชนชาวไทยอาจจะเป็นปัญหาได้
นายไพโรจน์ กล่าวอีกว่า วิธีคิดเรื่องสิทธิเสรีภาพของ กรธ. จะต่างไปจากที่เคยจากกำหนดไว้ใน รธน.ฉบับก่อน ๆ คือกำหนดให้สิทธิในหลาย ๆ เรื่อง เช่นสิทธิเรื่องของสาธารณสุข สิทธิในการจัดการทรัพยากรสิ่งแวดล้อมที่ระบุให้เป็นหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเขาอ้างว่าจะเป็นนวัตกรรมใหม่ ที่ทำให้บรรลุผลสำเร็จได้ดีกว่าระบุให้เป็นสิทธิของประชาชน โดยแต่เดิมไม่เคยมีหมวดนี้มากก่อน แต่ในแง่หลักวิชาการเหมือนกับว่าสิทธิจะเกิดต่อเมื่อรัฐจะต้องให้ก่อน รัฐมาก่อนสิทธิมาทีหลัง จากแต่ก่อนที่สิทธิมาก่อนแล้วรัฐต้องให้ ซึ่งเป็นหลักคิดที่ กรธ. เชื่อว่ารัฐเป็นใหญ่ ‘เพิ่มอำนาจรัฐ ลดอำนาจประชาชน’ โดยที่ผ่านมาเราเชื่อว่าสิทธิมีก่อนรัฐ รัฐมีหน้าที่ปกป้องคุ้มครองให้เกิดสิทธิ เมื่อระบุให้เป็นหน้าที่ ก็เท่ากับว่าอาจจะไม่มีก็ได้ เพราะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของรัฐ
นายไพโรจน์ กล่าวต่ออีกว่า ในประเด็นเรื่องขององค์กรอิสระที่กระบวนการสรรหาไม่มีตัวแทนจากภาคประชาสังคมมาเป็นคณะกรรมการสรรหา นอกจากนี้ตนเห็นว่าการเอาศาลเข้ามาใช้อำนาจในทางบริหาร แม้มีจุดประสงค์เพื่อที่จะหนีให้องค์กรอิสระออกจากฝ่ายการเมือง แต่การเลือกตัวบุคคลก็คงหนีไม่พ้นตนในแวดวงข้าราชการผู้ใหญ่อยู่ดี นอกจากนี้ยังมีประเด็นบทเฉพาะกาล ในส่วนของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่อยู่ต่อไปอีก 1 ปี โดยองค์ประกอบหลักของสมาชิกคือข้าราชการ ซึ่งน่าเป็นห่วงมาก เนื่องจากทิศทางการปฏิรูปประเทศอยู่ที่ภาครัฐเป็นหลัก โดย กรธ. มองว่าภาคราชการจะเป็นส่วนที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง
“ในหลักของการไม่เลือกปฏิบัติ ที่รัฐธรรมนูฉบับ 2 ฉบับก่อนหน้านี้ระบุหลักการเยอะมาก แต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กลับลดลงเหลือเพียงแค่ เรื่องเพศ ความพิการ หรือเหตุอื่นใด โดยในคุณสมบัติส่วนท้ายยังคงมีความคลุมเคลือ ส่วนตัวมองว่าการร่างรัฐธรรมนูญนั้นควรจะมีความชัดเจนกว่านี้” อดีต คปก. กล่าว
