ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/581971
โดย ทีมข่าวการเมือง 25 ก.พ. 2559 05:01

จาก “เทียบเจรจา” แปรสภาพเป็น “เทียบท้ารบ”
หลังจับอาการไม่มีสัญญาณตอบรับเชิงบวกจากรัฐบาลทหาร คสช. อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่บินมาปักหลักอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ก็ “ปล่อยของ” ระลอก 2 ต่อเนื่อง ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอัลจาซีราออนไลน์ ตีกราดดะ วิพากษ์วิจารณ์ยับ
รัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย ฤชุพันธุ์” บ้าคลั่ง ล้าหลังเหมือนเกาหลีเหนือ
บลัฟรัฐบาลทหารอยู่ในอำนาจต่อไปจะยิ่งทำให้เศรษฐกิจเลวร้ายลงไปอีก เพราะทหารขาดวิสัยทัศน์และความฉลาดที่จะแก้ปัญหา
ฟันธงสถานการณ์ขณะนี้ไม่อนุญาตให้ คสช.เพลิดเพลินกับอำนาจได้มากมาย เพราะไม่มีเผด็จการที่ไหนที่ไม่ใส่ใจประชาชนจะอยู่ได้นาน ถึงจะพยายามบอกกับประชาชนต้องการสร้างความปรองดองเพื่อนำพาประเทศไปข้างหน้า แต่ผ่านมาปีครึ่งยังไม่มีสัญญาณใดๆของการปรองดอง
ย้ำด้วยความมั่นใจจะกลับประเทศไทยได้ โดยไม่ถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย
เกมพลิกจากการต่อสายพูดจา มาเป็นเปิดปฏิบัติการท้าทาย
และก็แน่นอน เป้าหมายของ “นายใหญ่” ก็ต้องเปลี่ยนจากการยื่นข้อต่อรองสงบศึก ไปเป็นยุทธการกระตุกแรงเสียดทานรัฐบาลทหาร กระตุ้นกระแสคว่ำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย”
เห็นได้จากการจี้ไปที่ปมเศรษฐกิจที่ถือเป็น “จุดตาย” รัฐบาลท็อปบูต
ที่สำคัญมันก็ล้อตามสถานการณ์จริงเบื้องหน้า อย่างที่ล่าสุดกระทรวงการคลังได้รับรายงานตัวเลขนำเข้าและส่งออกสินค้าไทยในเดือนมกราคม 2559 จากกรมศุลกากร พบว่าการส่งออกในเดือนมกราคมติดลบมากกว่า 8 เปอร์เซ็นต์
เป็นการติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2558
เหตุมาจากเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว และราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทรงตัวต่ำ ส่งผลให้กำลังซื้อทั่วโลกหดตัวอย่างต่อเนื่อง
นี่ยังไม่นับสถานการณ์ในเมืองไทยที่ต้องเจอภาวะภัยแล้ง ซ้ำเติมโจทย์ยากๆในการแก้สมการเศรษฐกิจให้หนักกันไปใหญ่
ตามเงื่อนสถานการณ์ ต่อให้โคตรเซียนแค่ไหนก็ยากจะเอาอยู่
และตามรูปการณ์ที่โยงเป็นเงื่อนไขกัน จากปัญหาเศรษฐกิจ บรรยากาศผู้คนเดือดร้อนปัญหาปากท้อง มันก็หนีไม่พ้นต้องแปรผันตามอารมณ์ทางการเมืองของประชาชน ส่งผลถึงเรื่องการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย”
มีปัจจัยแทรกซ้อน เสี่ยงต่อภาวการณ์พลิกผันได้ทุกขณะ
จุดนี้เขี้ยวระดับ “ทักษิณ” ก็น่าจะมองเกมขาด ถึงได้โผล่ออกจากที่ซุ่มมาเปิดปฏิบัติการท้าวัดใจรัฐบาลทหาร คสช. ในเมื่อไม่มีอะไรเสียหายไปมากกว่านี้
ตีไพ่ออกหน้าไหนก็เล่นต่อได้ทั้งนั้น
ถ้า “เทียบเจรจา” ได้ผล “ทักษิณ” ก็ได้โอกาสสงบศึก เปิดทางกลับบ้านอย่างเท่ๆ เคลียร์คดีให้น้องสาวอย่างอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
แต่อย่างที่เห็นเมื่อไม่มีสัญญาณตอบรับเชิงบวกจากรัฐบาลทหาร คสช. “นายใหญ่” ก็เดินแต้มต่อด้วยการเร้ากระแสกองเชียร์ ประจานร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” ผ่านสื่อต่างประเทศให้ได้ยินกันไปทั่วโลก พร้อมๆกับกดดันรัฐบาลทหารในปมว่าด้วยเศรษฐกิจ
“เจาะยาง” ทีมท็อปบูตให้ลากเกมต่อลำบาก
และหากย้อนไปเชื่อมโยงกับสถานการณ์ที่อดีตนักการเมืองบิ๊กเนมกลุ่ม 16 ต่อสายนัด “รียูเนี่ยน” แท็กทีมกันเพื่อรอเข้ามาช่วยกู้สถานการณ์ของประเทศ
นักเลือกตั้งอาชีพอ่านทะลุ ด้วยเงื่อนสถานการณ์ต้องมีการเปลี่ยนแปลงในเร็วๆนี้
ที่แน่ๆมันก็ล้อกับสูตรการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ 2 ขยัก ที่รัฐบาล คสช.ชงให้ทีมงาน “มีชัย” ใส่ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โฟกัสช่วงแรกที่ทหารยังจำเป็นต้องคุมสถานการณ์ช่วงเปลี่ยนผ่าน
ซึ่งนั่นก็สอดรับกับกระแสข่าวการปล่อยไฟเขียวเลือกตั้ง โดย ส.ส.ไม่ต้องสังกัดพรรค ตั้งรัฐบาลเบี้ยหัวแตกบริหารประเทศชั่วคราวไปสักระยะ ก่อนคืนสู่กติกาตามปกติ
นี่แหละเหตุที่ “ทักษิณ” ขยับ เพราะกลิ่นเลือกตั้งโชยแตะจมูก.
ทีมข่าวการเมือง