ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/578933
โดย ทีมข่าวการเมือง 18 ก.พ. 2559 05:01

แค่บังเอิญมาถูกจังหวะกันพอดิบพอดี
ตามคิวที่ “บิ๊กต๊อก” พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เปิดผลการตรวจสอบรถเบนซ์ หมายเลขทะเบียน ขม 99 ที่มีชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ “สมเด็จช่วง” เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นผู้ครอบครอง ที่ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
เป็นรถยนต์ผิดกฎหมายชัดเจน
โดยจังหวะไล่หลัง “ม็อบพระ” เผชิญหน้ากับทหาร สถานการณ์ร้อนๆที่พระซึ่งถูกมองว่าเป็นเครือข่าย “ธรรมกาย” และแนวร่วมระบอบ “ทักษิณ” บุกเข้าพุทธมณฑลเพื่อชุมนุมทำ “สังฆามติ” กดดันให้รัฐบาลทหาร คสช.แต่งตั้ง “สมเด็จช่วง” ขึ้นเป็นพระสังฆราช ตามมติของมหาเถรสมาคม
เช่นเดียวกันกับคิวที่อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร โฟนอินเข้างานเลี้ยงตรุษจีนบ้าน “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เจ้าแม่เมืองกรุง พรรคเพื่อไทย ถล่มร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” ห่วยแตก ส่งสัญญาณนำร่องเกมคว่ำประชามติ
ก็กระตุกจังหวะความคืบหน้าทางคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความผิดทางละเมิดตามคำสั่งของกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์จ่อสรุปตัวเลขค่าเสียหายที่จะเรียกจากอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชงลูกให้อัยการสูงสุดฟ้องแพ่งและอาญา
อารมณ์แบบว่า “ซ่ามาก” ก็โดนกระตุกชนักปักหลัง
หนังม้วนเก่าวนฉายซ้ำไปซ้ำมา สถานการณ์ “ขึงพืด” ยังอยู่ในระดับขาดผึงได้ทุกขณะ
โดยบรรยากาศกดดันภาวะการบริหารของรัฐบาล “เรือแป๊ะ” ที่กำลังเป๋เพราะพายุถาโถมเข้าใส่ทุกทิศทุกทาง แบบที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ต้องกำหนดแนวทางให้นักข่าวตั้งคำถามได้แค่วันละ 4 คำถาม
ตามรูปการณ์ไม่ให้ผู้นำเสียเหลี่ยมจากอาการนอตหลุด
พร้อมๆกับกระแสการปรับ ครม.ที่กลับมาแรงอีกครั้ง ตามความหวังกู้ฟอร์มบริหาร โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ที่นับวันชาวบ้านรากหญ้าก็สะสมอารมณ์หงุดหงิดจากปัญหาปากท้อง เร้ากับเสียงเรียกร้องให้เลือกตั้งดังขึ้นทุกขณะ
ล้อตีคู่มากับข่าวลือ “รถถัง” จะวิ่งผ่าทางตันกันอีกรอบ
แต่เรื่องของเรื่อง ต้องจับอาการของพวกมดจมูกไว ไม่มีใครเกินนักเลือกตั้งอาชีพ
ในจังหวะสถานการณ์ซีเรียสภายใต้อำนาจพิเศษ ล่าสุดก็มีปรากฏการณ์การนัด “รียูเนี่ยน” ของนักการเมืองระดับบิ๊กเนมในนามกลุ่ม 16 อาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ นายสุชาติ ตันเจริญ นายสนธยา คุณปลื้ม นายวราเทพ รัตนากร ฯลฯ
โดยเจาะจงฤกษ์ 14 กุมภาพันธ์ “วันวาเลนไทน์”
ตามเหตุปัจจัยเบื้องหลังนักการเมืองเก๋าเกมอ่านขาด ประเมินบ้านเมืองมาถึงจุดไร้ทางออกแล้ว ทุกฝ่ายต้องขยับช่วยกัน กลุ่ม 16 ที่มีศักยภาพการเมือง จึงรวมตัวเพื่อให้เกิดภาพของความรัก บรรยากาศสามัคคี แบบที่แตกแยกไปอยู่คนละขั้วยังกลับมารวมตัวกันได้ในยามบ้านเมืองวิกฤติ
ตกลงแตะมือกันหลวมๆเผื่อสถานการณ์ที่ต้องร่วมแรงเพื่อชาติ
แต่ที่ไม่ได้นัดกับใคร แค่บังเอิญตรงสถานการณ์พอดี
ล่าสุด “ดร.ซุป” นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) ขึ้นปาฐกถาพิเศษบนเวที “TMB Economic Forum ส่องเศรษฐกิจโลก เจาะธุรกิจไทย 2016” ของธนาคารทหารไทย
โชว์กึ๋นชั้นอ๋อง เครดิตระดับอินเตอร์ ฟันธงเศรษฐกิจโลกยังซึมลึก
แนะรัฐบาล คสช.มาถูกทางที่เน้นการพัฒนาระบบเศรษฐกิจภายใน ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพราะไม่สามารถพึ่งการส่งออกจากภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน แต่ไม่ควรกระตุ้นการบริโภคภาคประชาชนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพราะเป็นอันตราย เนื่องจากขณะหนี้ภาคครัวเรือนต่อจีดีพีสูงมาก ประชาชนไม่สามารถก่อหนี้เพิ่มอีกแล้ว
กระตุกรัฐบาลไม่ควรเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) ไม่ให้ตกหลุมพรางสหรัฐอเมริกาที่จับมือกับสหภาพยุโรปในการลดบทบาทองค์การการค้าโลก หวังอำนาจในการกำหนดเงื่อนไขกฎเกณฑ์การค้าโลก
แน่นอน ด้วยเงื่อนสถานการณ์การเมืองยามนี้ ภาวะเศรษฐกิจเยี่ยงนี้
ชื่อ “ศุภชัย พานิชภักดิ์” นี่แหละ คือคนที่ใช่กว่าใคร.
ทีมข่าวการเมือง