ปัดสืบทอดอำนาจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/583542

โดย ทีมข่าวการเมือง 29 ก.พ. 2559 05:01

 

โหมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติไร้ใบสั่ง

เป็นอีกคนหนึ่งที่คลุกวงในผลักดันยุทธศาสตร์ชาติ แล้วส่งไม้ต่อให้รัฐบาลขับเคลื่อนต่อไป

แต่ก็ถูกแรงเสียดทานจากอีกขั้วความคิด โดยเฉพาะถูกมองว่ารับใบสั่งจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อสร้างองค์กรใหม่ขึ้นมาสืบทอดอำนาจ

ขณะที่อีกมุมมองหนึ่ง ซึ่งกล่าวในฐานะเป็นผู้ปลุกปั้นยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ให้สัมภาษณ์ทีมข่าวการเมือง

โดย พ.ต.ต.ยงยุทธ สาระสมบัติ ประธานคณะกรรมาธิการบริการราชการแผ่นดิน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) บอกว่า ถือเป็นการทำงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการจัดทำและกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ สมัยเป็นสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปช.)

ผลสัมฤทธิ์สมัย สปช.กำหนดไว้เมื่อครบ 100 ปีของระบอบประชาธิปไตยตรงกับปี 2575 รายได้เฉลี่ยของคนไทยเดือนละ 40,000 บาท คนที่มีรายได้ต่ำสุด 10 เปอร์เซ็นต์ต้องมีรายได้เฉลี่ย 15,000 บาทต่อเดือน

คุณภาพการศึกษาต้องติดท็อปของประเทศเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ที่มีสมาชิก 144 ประเทศ การคอร์รัปชันลดลงอยู่ในลำดับต้นๆของ 144 ประเทศ ให้ประชาชนเข้าถึงบริการของรัฐในลำดับต้นๆของ 144 ประเทศ

และให้ประเทศไทยมีพื้นที่ป่า 40 เปอร์เซ็นต์ มีพื้นที่บริหารจัดการน้ำ 70 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ

เมื่อผ่าน สปช.ก็ส่งไปให้รัฐบาล ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เห็นด้วยว่า ประเทศไทยจำเป็นจะต้องมียุทธศาสตร์ชาติ

เพราะที่ผ่านมาการพัฒนาประเทศขาดความต่อเนื่อง เปลี่ยนรัฐบาลทีนโยบายนั้นๆก็เปลี่ยนตาม

แผนพัฒนาตามยุทธศาสตร์ที่หลากหลาย กระจัดกระจายตามกระทรวงต่างๆขาดการบูรณาการและจัดลำดับความสำคัญ

การพัฒนาประเทศส่วนใหญ่กระทำโดยภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมน้อยในการกำหนดอนาคตของประเทศ

สปท.จึงปรับให้สอดคล้องกับรัฐบาล กำหนดยุทธศาสตร์ชาติเป็น 20 ปีในปี 2579 เป็นแผนแม่บทในการพัฒนาประเทศอย่างเป็นระบบและเต็มศักยภาพ ตามกลไกการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล

จะทำให้มีหางเสือหรือระบบควบคุมทิศทางการพัฒนาประเทศระยะยาว มีการจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสม ซึ่งเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนการพัฒนาและการบริหารราชการแผ่นดิน

ดังตัวอย่างความสำเร็จของประเทศที่กำลังพัฒนาและประเทศที่พัฒนาแล้ว 60 ประเทศทั่วโลก

อาทิ ออสเตรเลีย บราซิล สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา แอฟริกาใต้ จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส

หรือประเทศสิงคโปร์ ก็วางยุทธศาสตร์ชาติระยะยาวมุ่งไปที่การศึกษาอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง ต่อมาได้ปรับเพิ่มเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ เป็นศูนย์กลางหลักในเครือข่ายเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจที่สำคัญทั่วโลก ประเทศมาเลเซียประกาศวางยุทธศาสตร์ชาติเป็นประเทศที่พัฒนาในปี 2563 ประเทศกัมพูชาก็กำลังกำหนดยุทธศาสตร์ชาติเหมือนกัน

ฉะนั้นประเทศไทยจำเป็นต้องเดินหน้าเรื่องนี้ เริ่มจากร่าง พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่เป็นเพียงกระบวนการและกลไก เพื่อตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติวางแนวทางในการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ มีทั้งหมด 25 คน ซึ่งมีฝ่ายการเมือง 3 คน ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรี ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ประธาน สปท.

เมื่อ สนช. สปท.หมดวาระ ประธานวุฒิสภาก็เข้ามาแทนประธาน สนช. ประธานสภาผู้แทนราษฎรก็เข้ามาแทนประธาน สปท. นายกรัฐมนตรีก็มาจากการเลือกตั้ง

ขณะที่กรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ทั้งกรรมการโดยตำแหน่งและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ก็มาจากด้านต่างๆตามยุทธศาสตร์กลุ่มภารกิจด้านความมั่นคง การเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การปกครองท้องถิ่น การศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เศรษฐกิจ การเกษตร การอุตสาหกรรม การบริการ

การเงิน การคลังและงบประมาณ พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและผังเมือง สาธารณสุข การคมนาคมและเทคโนโลยีการสื่อสาร สังคม ศิลปะและวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม

เมื่อจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีแล้ว จะต้องจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนเสนอรัฐสภาเพื่อให้ความเห็นชอบ

ไม่ได้ไปสร้างอำนาจพิเศษขึ้นมาตามที่หลายฝ่ายกล่าวหา เพราะหากความเห็นของคณะกรรมการยุทธศาสตร์และรัฐสภาไม่ตรงกัน ให้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมพิจารณา หากยังเห็นไม่ตรงกันอีกให้เสนอให้รัฐสภาพิจารณา สุดท้ายรัฐสภามีมติอย่างไรก็ให้ดำเนินการไปตามนั้น

ยุทธศาสตร์ชาติมีระยะเวลา 20 ปีและให้ทบทวนพิจารณาทบทวนทุก 5 ปีหรือเมื่อมีสถานการณ์กระทบต่อวัตถุประสงค์หลักของยุทธศาสตร์ชาติอย่างมีนัยสำคัญ ก็สามารถทบทวนเปลี่ยนแปลงได้อีก

เพื่อความมั่นคงของประเทศ มั่งคั่งของประชาชนและเข้มแข็งในประชาคมโลกอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง

หลังจากนั้นรัฐบาลโดย ครม.มีมติตั้งคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีขึ้นมา มี พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งมีการยกร่างกรอบและตั้งเป็นตุ๊กตา เพื่อไปสอบถามความเห็นของประชาชน พร้อมกับการทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 12 เป็นการประหยัดงบประมาณที่ได้ทำไปพร้อมๆกัน

ร่าง พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติที่ สปท.เสนอไปยังเป็นรัฐบาลเป็นเพียงกระบวนการและกลไกที่จะไปสู่การมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ขณะที่การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติหลักอยู่ที่คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาล

การมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจำเป็นต้องมีมีอยู่ต่อไปอย่างไร เมื่อมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีแล้ว พ.ต.ต.ยงยุทธ บอกว่า ยังต้องมีอยู่ ซึ่งจะสอดคล้องกันและกัน

ขอย้อนไปดูจุดเริ่มต้นของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งเราคิดก่อนที่จะมีองค์กร คปป. ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณตอนนั้นได้แสดงความไม่เห็นด้วยที่จะให้ คปป.เป็นคนกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ เพราะโครงสร้างของ คปป.มีผู้บัญชาการเหล่าทัพอยู่ด้วย ไม่มีความหลากหลาย

แต่โครงสร้างของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติที่ออกแบบไว้มาจากผู้ทรงคุณวุฒิที่หลากหลาย เริ่มแรกกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลให้ สนช.เลือก

เป็นอีกจุดหนึ่งที่ถูกมองว่าเป็นการสืบอำนาจของ คสช. และคณะกรรมการยุทธศาสตร์ 20 ปียังถูกมองว่ามีอำนาจเหนือรัฐสภา รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง พ.ต.ต.ยงยุทธ บอกว่า ทุกประเด็นที่ถูกวิจารณ์สามารถชี้แจงได้หมด

และในหลายประเด็นที่มีหลายฝ่ายออกมาแสดงความเป็นห่วง ก็ได้ปรับแก้ให้เหมาะสมกับการเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่เป็นหางเสือและเครื่องมือเอกซเรย์

กรณีที่มีการปฏิบัติไม่สอดคล้องตามยุทธศาสตร์ชาติ หากเป็นฝ่ายการเมืองเฉพาะที่ทำให้เสียหายร้ายแรง ถ้าไม่ปรากฏว่าทุจริต ให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เสนอวุฒิสภาดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ หากเป็นข้าราชการให้เสนอ ครม.เพื่อดำเนินการต่อไป

กรณีทุจริตหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ให้ส่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการต่อไป

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ มีอำนาจเหนือรัฐบาล เหนือรัฐสภา และในช่วงเลือกคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชุดแรกอยู่ยาว 8 ปี ได้ให้อำนาจ สนช.ที่ถือกำเนิดจาก คสช.เป็นองค์กรเลือก ตรงนี้ถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการสืบทอดอำนาจ ซึ่งมีใบสั่งให้ออกแบบมาเช่นนี้

และรัฐบาลส่งสัญญาณชัดเจนในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีต้องเป็นประชาธิปไตยครึ่งใบ ทั้งหมดสอดคล้องกันจริง จึงถูกฝ่ายต่างๆมองว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ

พ.ต.ต.ยงยุทธ บอกว่า ขอยืนยันทั้งหมดมีใบสั่งมาจากตัวย่อว่า “ส” คือคำว่าสำนึกเพื่อชาติ

ในโลกยุคนี้หากประเทศไทยยังไร้ยุทธศาสตร์ชาติ เท่ากับปล่อยให้ประเทศขับเคลื่อนโดยไร้ทิศทาง ไม่มีหางเสือบังคับ ในยุคโลกาภิวัตน์จำเป็นต้องผลักดันให้มียุทธศาสตร์ชาติเพื่อลูกหลานของคนไทย

แม้จะเหนื่อยล้า เป็นหนังหน้าไฟ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถูกโขกสับ แต่ไม่ขอตอบโต้ใคร

ขอแค่ให้เข้าใจว่าไม่ใช่ทำไปเพื่อเป็นการสืบทอดอำนาจให้ใคร

แต่เป็นการสืบทอดภารกิจการปฏิรูปประเทศไทย.

ทีมการเมือง

Leave a comment