ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/580981
โดย ทีมข่าวการเมือง 23 ก.พ. 2559 05:01

ล้อตามจังหวะการเคลื่อนของดวงดาว อย่างที่พระพรหมมังคลาจารย์หรือ “เจ้าคุณธงชัย” ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตร ได้เปิดตำราทำนายทายทักดาวมฤตยูย้ายจากราศีมีนเข้าราศีเมษทับดวงเมืองประเทศไทยในรอบ 84 ปี ในวันที่ 6 มีนาคมนี้
จะส่งผลให้การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองการปกครองครั้งสำคัญ
ฉับพลันก็มีสัญญาณข้ามประเทศมาจากอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อต่างประเทศ “เดอะวอลล์สตรีท เจอร์นัล” ส่งสารถึงฝ่ายคุมเกมอำนาจประเทศไทย
“ขอเสนอให้มีการเจรจา ผมพร้อมแล้ว”
แบะท่ากันชัดเจนแบบที่ประกาศเลยว่า ไม่ได้มีเงื่อนไขใดๆเพื่อช่วยตัวเอง
“อย่ากังวลว่าผมจะคิดแค้น ผมไม่ได้ต้องการเงื่อนไขใดๆเพื่อช่วยตัวผม แต่ถ้าท่านมีความตั้งใจที่จะให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ถ้าท่านตั้งใจที่จะคืนศักดิ์ศรีให้กับประชาชนชาวไทย ท่านต้องมาพูดคุยกัน ผมเงียบมานานเกินไป นักวิจารณ์หลายคนมองผมในแง่ลบ
ผมไม่ได้ใส่ใจกับสถานภาพของผม แต่ผมอยากให้ประเทศเดินไปข้างหน้า และไม่อยากให้ร่างรัฐธรรมนูญมาเปลืองเวลา และเปลืองทรัพยากรบุคคล ร่างรัฐธรรมนูญนี้ไม่สามารถเป็นที่ยอมรับได้สำหรับคนทั่วไป ถ้าร่างรัฐธรรมนูญนี้ผ่านประเทศไทยจะเดินถอยหลัง”
จริงอยู่ ท่าทีการขอเจรจาไม่ใช่ครั้งแรกจาก “ทักษิณ”
แต่รอบนี้มันมีระดับความจริงจังมากกว่าทุกครั้ง ตามข่าววงในหลังจากนี้สัญญาณการขอเจรจาจาก “ทักษิณ” จะถูกส่งมาอย่างต่อเนื่อง โดยการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อต่างประเทศสำนักใหญ่
เพื่อแสดงความตั้งใจจริง ไม่ใช่แค่เกมเลี้ยงกระแสแบบที่ผ่านมา
ซึ่งนั่นก็หมายถึงการยอมเสี่ยงกับการขัดใจแนวร่วมคนเสื้อแดง ฝ่ายสนับสนุนที่ต้องมองว่า “นายใหญ่” ออกอาการรอไม่ไหว จนต้องยอมเกี้ยเซียะกับอำมาตย์และทหาร
แหกตาพวกที่ร่วมต่อสู้ให้บาดเจ็บล้มตายฟรี
แต่ขณะเดียวกัน มันก็เป็นเหมือนการช่วยเปิดทางให้ฝ่ายคุมเกมอำนาจในประเทศไทยได้เคลียร์ฝ่ายต่อต้านว่าไม่ใช่สถานการณ์ที่ คสช.เปิดช่องให้ หรือแอบเจรจากันลับหลัง
เป็นฝ่าย “ทักษิณ” ที่ยื่นมือมาขอเจรจาเอง
แน่นอน โดยอารมณ์จากคนเสื้อแดงฝ่ายหนุน และปฏิกิริยาจากฝ่ายต่อต้านระบอบ “ทักษิณ” ต่อข้อเสนอการเจรจาของ “นายใหญ่” นั้นมีแน่ ตามกระแสขั้วขัดแย้งที่ไม่ได้จางลงไป
แต่มาถึงจังหวะนี้ มันก็ไม่มีใครที่กุมสิทธิเด็ดขาดในเกมอำนาจประเทศไทย
ที่สำคัญ “เทียบเจรจา” ของ “ทักษิณ” ก็ส่งมาถูกที่ถูกเวลา
กับภาวะที่ผู้นำรัฐบาลทหารกำลังเผชิญ “ทางตัน” เป้าหมายปฏิรูปไม่คืบไปไหน ในสถานการณ์ที่ฝ่ายคุมเกมอำนาจเริ่มแกว่ง
ทีมงาน คสช.แบ่งออกเป็น 2 ฟากชัดเจนระหว่าง “อำมาตย์” กับ “ทหาร”
แกะรอยสถานการณ์ล่าสุดของร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ตามข้อเสนอ “แนวซิกแซ็ก” จากคณะรัฐมนตรีส่งถึงนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ
โฟกัสข้อ 16 ขอให้แบ่งการบังคับใช้รัฐธรรมนูญออกเป็น 2 ช่วง
“ช่วงเฉพาะกิจ” หรือ “เฉพาะกาล” ในระยะแรก เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงเปลี่ยนผ่าน กับอีกช่วงคือการใช้รัฐธรรมนูญในระยะปกติต่อไปตามระบอบประชาธิปไตย
ซึ่งก็หนีไม่พ้นโดนจับไต๋ เป็นเหลี่ยมลากยาวเกมอำนาจ
ประกอบกับจังหวะที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ออกมาพูดถึงเหตุที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 36 อรหันต์ถูกคว่ำ เพราะเขาอยากอยู่ยาว
และก็ยอมรับด้วยว่า มีใบสั่งจาก คสช.ให้แก้ปัญหาวิกฤติช่วงเปลี่ยนผ่าน ก่อนนำมาซึ่งแนวคิดคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.)
โดยปรากฏการณ์ตอกย้ำ ทหารไม่ยอมปล่อยอำนาจหลุดมือง่ายๆ
แต่ในขณะเดียวกันมันก็พอเห็นอะไรรางๆ จากการที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยได้ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญอย่างมากจนถึงขั้นว่า “อำนาจล้นฟ้า”
ปฏิเสธไม่ได้ สถานะของนายมีชัยจัดอยู่ในซีกของอำมาตย์มากกว่าทหาร
อีกนัยหนึ่งก็คือ “อำมาตย์” ไว้ใจ เลือกถ่ายอำนาจไปที่ตุลาการในการคุมเกมประเทศไทย
ปัดพิมพ์เขียว ไม่เดินตามธงที่ทหารปักไว้.
ทีมข่าวการเมือง