‘ไล่ต้อน’ เหนื่อยขึ้นอีก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577932

โดย ทีมข่าวการเมือง 16 ก.พ. 2559 05:01

 

ได้จังหวะพักอารมณ์เครียดๆเลี่ยงปม “ยั่วตบะ” ได้หลายวัน

ล่าสุด “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.บินลัดฟ้าถึงแดนลุงแซมเรียบร้อย เพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน–สหรัฐอเมริกา ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่วันที่ 14–18 กุมภาพันธ์ ตามโปรแกรมยาว 5 วัน 5 คืน

ส่วนทางนี้ก็ปล่อยมือให้พี่ใหญ่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานประชุม ครม. คุมเกมอำนาจในเมืองไทยแทนชั่วคราว

ภายใต้บรรยากาศทางการเมืองที่ร้อนอบอ้าวขึ้นทุกขณะ

ตามฉากร้อนๆล่าสุด “พระสงฆ์ปะทะทหาร” ที่มีการขัดขวางไม่ยอมให้เข้าพุทธมณฑล ตามเงื่อนสถานการณ์ที่เครือข่ายคณะสงฆ์และองค์กรภาคีพุทธบริษัท 4 ทั่วประเทศ (คสพ.)

ได้จัดประชุมสกัดแผนล้มล้างการปกครองคณะสงฆ์ไทย อ้างเหตุเนื่องจากรัฐบาลปล่อยให้กลุ่มคนบางกลุ่มออกมาย่ำยีคณะสงฆ์ ที่สำคัญเป็นการแสดงจุดยืนการเสนอตั้งสมเด็จพระสังฆราช

เร้าเงื่อนไขเข้าจุดเสี่ยง “ราดน้ำมันเข้ากองเพลิง”

ส่วนที่กำลังอุ่นเตาให้กลับมาร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ ตามเงื่อนสถานการณ์เดิมพันในปมทุจริตโครงการรับจำนำข้าว โฟกัสความเคลื่อนไหวของอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่นัดสื่อมวลชนต่างประเทศ เจาะจงเลือกเชิญเฉพาะนักข่าวต่างชาติเข้าชมแปลงผักที่ปลูกอยู่บริเวณด้านหลังบ้าน

ในอารมณ์โชว์ไลฟ์สไตล์หลังโดนรัฐประหาร

แต่ยุทธศาสตร์ที่ตั้งใจจริงๆก็อย่างที่หนังสือพิมพ์สเตรทไทมส์ ของประเทศสิงคโปร์ ตีพิมพ์รายงานพร้อมคำให้สัมภาษณ์อดีตนายกฯหญิงของไทย กำลังเรียกร้องความเป็นธรรมในการดำเนินการทางกฎหมายต่อกรณีโครงการรับจำนำข้าว

และในคิวเดียวกัน อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ก็ยังให้สัมภาษณ์นักข่าวไทย ถึงปมความคืบหน้าที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงความรับผิดชอบทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าว ออกมาชี้แจงโครงการรับจำนำข้าวเป็นทำนองว่า ตัวนโยบายไม่ผิดแต่พฤติการณ์ผิด

ตรงนี้ก็ยังค่อนข้างจะงงอยู่นิดนึง เพราะในเมื่อตัวนโยบายไม่ผิด แล้วข้าวก็ไม่ได้หาย ผู้ปฏิบัติก็ไม่ได้ผิด ดังนั้นในระดับนโยบายผู้ที่กำหนดนโยบายจะผิดได้อย่างไร

อ่านไต๋ชัดเจน “ยิ่งลักษณ์” ได้จังหวะกระพือปมเดิมพันคดีทุจริตโครงการจำนำข้าว

ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดหรือคาดการณ์ยากแต่อย่างใด ในเมื่อเป็นการฉวยสถานการณ์ที่ฝ่ายรุกไล่ “เขี่ยลูก” มาเข้าทางให้เองเต็มๆ

จากปรากฏการณ์ที่นายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงความรับผิดชอบทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าว “ใบ้หวยล่วงหน้า” โครงการรับจำนำข้าวไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหาย เพราะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน

แต่การจำนำข้าวของรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” ผิดแน่นอน

ต่อเนื่องกับคิวที่ น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ก็ยอมรับตามตรง การปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวในรอบปีบัญชี 2558 ที่ก่อนหน้ากระทรวงการคลังระบุว่า มีข้าวหายไปจากสต๊อกเกือบ 4 แสนตันนั้น โดยแท้จริงอาจเป็นการลงบัญชีผิดพลาด

ซึ่งนั่นก็ทำให้ น.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ฟันธงเลยว่า

ผลจากการยอมรับเรื่องการลงบัญชีข้าวผิดพลาดดังกล่าว ส่อทำให้อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์พ้นจากที่โดนกล่าวหาตามความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ทำให้เกิดความเสียหาย

เนื่องจากองค์ประกอบความผิดทางอาญา ผู้ที่เป็นจำเลยต้องกระทำความผิดตามองค์ประกอบทุกข้อถึงจะมีความผิด ถ้ามันขาดองค์ประกอบไปข้อใดข้อหนึ่ง มันก็จะไม่มีความผิดตามมาตรา 157

และแน่นอน พวกที่นั่งไม่ติดก็คือทีมงานประชาธิปัตย์

ตามอาการแบบที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ รีบแถลงตีกัน แดกดันแกมสอนมวย น.ส.สมลักษณ์ เป็นผู้ใหญ่ เป็นถึงอดีตกรรมการ ป.ป.ช. แต่รีบให้ความเห็นทั้งๆที่ข้อมูลเชิงข้อเท็จจริงทางคดีน้อยเกินไป

จะเป็นเหยื่อทางการเมืองของพวกบิดเบือนเอาไปโฆษณาชวนเชื่อได้

เรื่องของเรื่องว่ากันตามรูปการณ์ที่เห็นกันเบื้องหน้า สถานการณ์ปมจำนำข้าวไหลไปเข้าทางฝ่าย “ยิ่งลักษณ์” ได้เหลี่ยมกระพือข่าวให้นานาชาติร่วมเป็นสักขีพยาน

ประจานแง่มุมกฎหมายภายใต้ระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่เข้าใจยากในมุมสากล

ที่แน่ๆงานนี้น่าจะทำให้ฝ่าย “ไล่ต้อน” เหนื่อยเพิ่มอีกเยอะ.
ทีมข่าวการเมือง

Leave a comment