คำสั่ง คสช.ตาม ม.44

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/560600

โดย ซี.12 11 ม.ค. 2559 05:01

 

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 1/2559 ที่ออกมาประเดิมการเริ่มต้นการทำงานหลังช่วงหยุดยาวปีใหม่นั้นมีผู้เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบมากมายหลายกลุ่มทีเดียว

แยกแยะตามคำสั่งแล้วมีทั้ง 1. ผู้บริหารสถานศึกษา 2 ราย 2.ข้าราชการพลเรือน 2 ราย 3.ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 44 ราย 4.ข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4 ราย และ 5.กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 7 ราย

ที่จริงหนึ่งในจำนวน 4 รายของกลุ่มที่ 4 คือนายยุทธเดช พลอยสังวาลย์ ท้องถิ่นจังหวัดนครพนม นั้นเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญธรรมดาควรจะจับมาไว้ในกลุ่มที่ 2 แต่เข้าใจว่าผู้ร่างคำสั่งเห็นตำแหน่งมีคำว่า ท้องถิ่น อยู่ด้วย ก็เลยเอาไปรวมไว้ตรงนั้น

หรืออย่างลำดับที่ 2 ของกลุ่มที่ 2 นายสมคิด มะธิปะโน ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนแก่งนาจารย์พิทยาคม จังหวัดกาฬสินธุ์ นั้น ครูสมคิด เป็นพลเรือนก็จริงแต่ไม่ใช่ข้าราชการพลเรือน…เอ๊ะยังไง ก็คือว่าสถานะเขาเป็น ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา อยู่ใต้กฎหมายคนละฉบับกัน แต่มีจุดยึดโยงอยู่แล้วในมาตรา 5 ที่ระบุว่าบรรดาคำว่า “ข้าราชการพลเรือน” ที่มีอยู่ในกฎหมาย ประกาศ ระเบียบ และข้อบังคับอื่นใด ให้หมายความรวมถึงข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาด้วย ดังนั้นเอามารวมไว้ตรงนี้ได้ไม่เป็นไร

อีกชื่อหนึ่งในกลุ่มที่ 5 ที่ถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ที่ระบุในลำดับที่ 6 ว่า รองศาสตราจารย์ประภัทร นิยม นั้นเข้าใจว่าน่าจะเป็นรองศาสตราจารย์ ประภาภัทรนิยม คนเดียวกับที่เคยเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการสมัย พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย เป็นรัฐมนตรีว่าการ และตอนนี้ พลเรือเอกณรงค์ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้มาเป็นประธาน สสส. เลยไม่มีโอกาสได้ร่วมงานกับที่ปรึกษาเก่า

ที่หยิบยกมานี้ไม่ใช่จะจับผิดจับถูกอะไร เพียงแต่อยากจะเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ผู้ยกร่างคำสั่งต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะคำสั่งที่อ้างอิงมาตรา 44 นั้นออกมาแล้วเป็นเสมือนกฎหมาย วันหน้าวันหลังเกิดจะใช้ ม.44 สั่งจำคุกใครเข้าต้องตรวจสอบชื่อเสียงเรียงนามให้ดีเพราะสมัยนี้มีคนที่ชื่อและนามสกุลซ้ำกันเยอะ จะระบุชื่อใครควรใส่เลขประจำตัวประชาชน 13 หลักเอาไว้ด้วยจะได้ไม่ผิดตัว

แล้วสังเกตกันบ้างไหมว่าหลังจากมีคำสั่งมาออกแล้วผู้ที่ต้องคำสั่งต่างก้มหน้ารับสภาพด้วยดีแทบทุกกลุ่ม เว้นแต่กลุ่มสุดท้ายเท่านั้นที่ออกมาโวยวายปานโลกจะแตกสลายไปในบัดดล

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นพ.วิชัย โชควิวัฒน ที่ถูกปลดออกจากทั้งตำแหน่ง รองประธานคนที่ 2 ของกองทุน สสส. และกรรมการกองทุน นั้นดูเหมือนจะอาการหนักกว่าคนอื่นมีการออกมาโวยวายตอบโต้ต่างๆนานาโดยไม่ดูคำสั่งที่ระบุออกมาเลยว่า จำเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่ของรัฐบางตำแหน่งพ้นจากตำแหน่งเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของงานอันเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปราชการแผ่นดิน…นี่ยังไม่รู้ตัวอีกว่าแปลว่าอะไร

ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือในการปลดครั้งนี้มิใช่ว่า กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ของ กองทุน สสส. จะถูกปลดออกทุกคนแบบล้างบางก็หาไม่

ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สสส. มีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น 9 คนแต่ถูกปลดไป 7 คน ยังเหลืออีก 2 คน คือ นายชำนาญ พิเชษฐพันธ์ กับ นางทิชา ณ นคร ยังสามารถทำงานต่อไปได้กับกรรมการใหม่ที่จะตั้งเข้ามาเร็วๆนี้

นี่ชี้ให้เห็นว่าคนที่เขาทำหน้าที่โดยไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนนั้นมีตัวตนให้เห็นอยู่จริงๆไม่เหมือนกับคนดีที่ชอบโวยวายกระมัง.

“ซี.12”

Leave a comment