ระบบอุปถัมภ์ในวงราชการไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/561411

โดย ซี.12 13 ม.ค. 2559 05:01

 

จดหมายเปิดผนึกของนายธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี ที่เขียนถึงประชาชนชาวไทยโดยทั่วไปในโอกาสปีใหม่นั้น ได้รับการเผยแพร่ทั่วไปในวงกว้างพอสมควร

มีประเด็นเกี่ยวกับความคิดเห็นในการปฏิรูปประเทศและปัญหาต่างๆหลายประเด็นด้วยกัน เช่น เรื่องวิกฤตการณ์ในด้านการบินพลเรือนของประเทศไทย การพาณิชย์นาวีที่รวมถึงข้อเสนอในการขุดคอคอดกระ การปฏิรูประบบราชการตำรวจ

ประเด็นสุดท้ายที่ องคมนตรีธานินทร์ แสดงความคิดเห็นก็คือ ปัญหาระบบอุปถัมภ์ในวงราชการไทย เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับวงราชการของพวกเราโดยตรง จึงนำมาบันทึกไว้ที่ตรงนี้เป็นพิเศษดังต่อไปนี้

“ปัญหาที่สำคัญที่สุดอันก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ของประเทศไทยคือ ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นผลมาจากระบบอุปถัมภ์ที่เกิดขึ้นในทุกวงราชการ ระบบอุปถัมภ์เป็นระบบที่มีคน 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือผู้ให้ความอุปถัมภ์ และอีกฝ่ายคือผู้รับความอุปถัมภ์ โดยอาจช่วยเหลือเพื่อความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ เกิดเป็นหนี้บุญคุณที่ต้องตอบแทน ซึ่งหากพิจารณาแล้ว การช่วยเหลือดูแลกันด้วยอัธยาศัยไมตรีและการตอบแทนบุญคุณด้วยความกตัญญูย่อมถือเป็นเรื่องที่น่ายกย่องสรรเสริญ แต่จะต้องตอบแทนโดยใช้ทรัพย์สินของส่วนตัว ไม่ใช่การนำผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติไปตอบแทน เพราะทันทีที่นำของส่วนรวมมาต่อรองกัน ย่อมเกิดเป็นการทุจริตคอร์รัปชันขึ้นแล้ว และประเทศชาติต้องเสียหายเพราะการตอบแทนหนี้บุญคุณนี้มากเหลือเกิน

นอกจากนั้น เมื่อถือกันว่าเป็นหนี้บุญคุณกันแล้ว แม้ตอบแทนชดใช้เท่าใดก็ไม่หมด เหมือนกับความเป็นเจ้านายลูกน้อง แม้เป็นเพียงวันเดียวก็เป็นตลอดไป จึงเกิดระบบที่เรียกว่าเจ้านายเก่าลูกน้องเก่า ต่างอุปถัมภ์ค้ำชูช่วยเหลือตอบแทนกัน เมื่อเจ้านายเก่ามีปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลืออย่างใดอันเกี่ยวพันกับประโยชน์ของประเทศชาติ ลูกน้องผู้มีความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่โดยการช่วยเหลือจากเจ้านายเก่าก็จะต้องให้ความช่วยเหลือด้วยมีบุญคุณค้ำกันอยู่ แม้ว่าจะมีหน้าที่ต้องทำอยู่แล้ว ก็ต้องรับเอาปัญหาของเจ้านายเก่ามาเป็นปัญหาของตนด้วย ทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ และกลับต้องมาทำงานอันนอกเหนือหน้าที่ ทั้งอาจเป็นการนอกกฎหมายด้วย เพราะลูกน้องเก่าเกรงว่าจะทำผิดเรื่องความกตัญญู กลัวถูกตราหน้าว่าเป็นผู้เนรคุณมากกว่าถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ และถ้าพิจารณาขึ้นไปอีกชั้นหนึ่งแล้ว เจ้านายเก่านั้นก็ย่อมต้องมีเจ้านายเก่าของตนอีกทอดหนึ่งที่จะต้องช่วยเหลือตอบแทน ทำให้เกิดพัวพันไปหมดทั้งระบบราชการ และเมื่อแนวความคิดระบบอุปถัมภ์นี้เป็นที่แพร่หลายอยู่ในทุกวงราชการ จึงไม่น่าสงสัยเลยว่าเหตุใดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในสังคมไทยจึงยังมีมากเหลือเกินและไม่อาจแก้ไขให้หมดไปได้

ทางเดียวที่ผมเห็นว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหานี้ได้คือ การฝึกอบรมประชาชนทั้งประเทศเพื่อสร้างจิตสำนึกในการแยกประโยชน์ส่วนตนออกจากประโยชน์ของชาติบ้านเมือง โดยรัฐบาลต้องรับผิดชอบในการวางแนวนโยบาย และเพื่อให้การดำเนินการมีความต่อเนื่อง รัฐบาลจะต้องริเริ่มสร้างเครือข่ายการฝึกอบรมในสถาบันการศึกษา โดยจัดทำเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนภายใต้การควบคุมดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นวิชาหนึ่งในวิชาบังคับเรียนของการศึกษาทั้ง 3 ระดับ คือ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา และระดับอุดมศึกษา โดยให้มีเนื้อหาที่สอดคล้องรับกันทั้งสามระดับจากคุณธรรมขั้นพื้นฐานไปจนถึงคุณธรรมเฉพาะในแต่ละวิชาชีพ และขยายเครือข่ายการฝึกอบรมออกไปให้สถาบันต่างๆ ในสังคมเข้ามามีส่วนร่วมรณรงค์ในเรื่องนี้ด้วย เพราะการสร้างจิตสำนึกนี้ไม่อาจเกิดขึ้นเองได้ ต้องอาศัยการปลูกฝังอบรมสั่งสอน ซึ่งต้องใช้เวลานานและไม่อาจทำให้สำเร็จได้ในเร็ววัน แต่ก็จำเป็นต้องทำเพราะไม่มีทางออกอื่นใดที่ดีกว่านี้”

ข้อเสนอเหล่านี้มีคุณค่าที่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ก.พ. ก.พ.ร. ป.ป.ช. ป.ป.ท. ส.ต.ง. รวมทั้งกระทรวงศึกษาธิการที่ควรจะพิจารณาขยายผลต่อยอดความคิดนี้ต่อไป.

“ซี.12”

Leave a comment