ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/588535
โดย ทีมข่าวการเมือง 10 มี.ค. 2559 05:01

ยอมถอยก้าวสำคัญก่อนเลย
ล่าสุดคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้ยอมปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญ ในประเด็นการวินิจฉัยกรณีไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญบังคับแก่กรณีใดๆหรือที่เข้าใจกันในมุมของ “มาตรา 7” จากเดิมที่ให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัย
อันเป็นชนวนที่มาของคำว่า “อำนาจล้นฟ้า”
เปลี่ยนมาเป็นการให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญจัดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา นายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานองค์กรอิสระ เพื่อวินิจฉัยชี้ขาดกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ
ต้องคายล็อก ถอนอำนาจออกจากตุลาการ
ไม่เสี่ยงท้ากระแสต้าน ที่ไม่ใช่แค่พรรคเพื่อไทย ไม่ใช่เฉพาะลูกข่ายยี่ห้อ “ทักษิณ” เท่านั้น แต่อย่างที่รู้กัน ไม่ว่าจะเป็นคนยี่ห้อประชาธิปัตย์ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญการเมือง ทุกฝ่ายก็ทักท้วงถึง “อันตราย” ในการรวบอำนาจตัดสินใจนาทีเป็นนาทีตายของประเทศไปไว้กับศาลรัฐธรรมนูญ
ทั้งๆที่เป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดวิกฤติมาเหมือนกัน
แน่นอน ว่ากันตามอาการ “ไอ้เสือถอย” จุดนี้น่าจะเป็นปมสำคัญที่กระตุกแรงต้านหนักหน่วงที่สุด ทำให้ทีมงานของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ต้องตัดใจปรับพิมพ์เขียว ลดแรงเสียดทาน
ไม่เสี่ยงดื้อไปแล้วพานให้ล่มทั้งฉบับ
และก็น่าจะชัวร์แล้วเหมือนกัน อย่างที่นายมีชัยกั๊กเหลี่ยมไม่ยอมเข้าร่วมประชุมแม่น้ำ 5 สายนัดล่าสุด เพราะไม่อยากถูกผูกมัด
พร้อมยักท่าเป็นเชิงดักคอไว้ ถ้าหาก คสช.จะสั่งอะไรก็สั่งมา
ว่ากันตามจังหวะที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้าคสช.ออกมาการันตีแนวคิดให้ ส.ว.มาจากการสรรหาในช่วงเปลี่ยนผ่านประเทศ
ในระยะเวลา 5 ปี
แสดงท่าทีชัดเจนในการเอาด้วยตามแนวคิด “พี่ใหญ่” อย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ที่โยนโจทย์ลอยลมออกมา
มันก็เป็นอันชัดเจนเลยว่า ทีมงาน คสช.สั่งออกอากาศให้ทีมงานของนายมีชัยจัดการออกแบบให้ ส.ว.มาจากการสรรหาทั้งหมดในช่วงเปลี่ยนผ่าน
ตามสูตรทหารประคองเกมลากยาวอำนาจบนหลังเสือ
ทั้งนี้ทั้งนั้น โดยจังหวะถอยของทีมงานยี่ห้อ “มีชัย” ที่เป็นเหมือนตัวแทนของ “อำมาตย์” ยอมคายล็อกอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ และการรุกยื่นโจทย์ของฝ่ายท็อปบูตในเรื่อง “ส.ว.ลากตั้ง” ช่วงเปลี่ยนผ่านสถานการณ์ ก่อนลงหลังเสืออย่างปลอดภัย
“ท็อปบูต” กับ “อำมาตย์” จะปรุงรัฐธรรมนูญร่างสุดท้ายออกมาอย่างไร ต้องรอจับตาวันที่ 29 มีนาคม
โดยแนวโน้มสถานการณ์โรดแม็ปยังเดินหน้าไปได้เรื่อยๆ
ตามสถานการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลทหาร คสช.ในการเข็นร่างรัฐธรรมนูญให้ผ่านด่านประชามติให้ได้
ไล่กันตั้งแต่การมอบหมายให้กองทัพเป็นหน่วยหลัก ใช้นักศึกษาวิชาทหาร หรือ ร.ด.ในการออกรณรงค์ให้ความรู้ความเข้าใจในการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่
มาถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับปี 2550 เพื่อเปิดช่องทำประชามติ โดยกำหนดเงื่อนโดยให้ยึดเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ จากเดิมที่ใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ
ทำให้โอกาสผ่านประชามติง่ายกว่าเดิม
หรือกับปฏิบัติการล่าสุดในการเดินหน้าลุยกวาดล้างผู้มีอิทธิพลตามนโยบายของ พล.อ.ประวิตร ก็มีการมองไปถึงผลพลอยได้ในการบล็อกนักการเมือง ที่มีอิทธิพลเหนือฐานเสียงและมวลชนในพื้นที่ทั่วประเทศ
ไม่ให้ก่อแรงกระเพื่อม เพิ่มแรงต้านประชามติ
ทหารออกแรงเต็มที่ ถ้าหวังผลจริง งานนี้ไม่น่าพลาด.
ทีมข่าวการเมือง