ปชป.เมินข้อเสนอ คสช.หวั่นวิกฤติ : ปฏิรูปล้มเหลว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/596931

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 มี.ค. 2559 05:01

 

ถ้าหยิบยื่นสิ่งที่ดีให้ประชาชน แล้วประชาชนเชียร์ขึ้นมา ผมว่าประเทศเดินหน้า แต่ยังไม่สัมผัสถึงอารมณ์นั้นเลยว่าเราจะมีรัฐธรรมนูญที่ดี ทำให้หลุดพ้นจากปัญหา”

มุมมองของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นการสะท้อนความคิดเห็นระหว่างการให้สัมภาษณ์กับ ทีมข่าวการเมือง ซึ่งเป็นมุมมองที่ผ่านการจับสังเกตอารมณ์สังคมที่มีต่อกฎหมายสูงสุดของประเทศ ที่กำลังจะคลอดออกมาให้ยลโฉมในอีกไม่กี่อึดใจ

นายอภิสิทธิ์มองถึงปัญหาในอนาคตถ้ามีการยกมือให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2559 ผ่านประชามติที่จะมีขึ้นว่าจะส่งผลต่อบ้านเมืองอย่างไร โดยระบุว่า ปัญหาของประเทศเวลานี้คือเราตกอยู่ในภาวะทางเลือกจำกัดมาก ถ้าจะผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็ผ่านโดยไม่ได้เห็นดีเห็นงามเท่าไรนัก

ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ไม่ยอมบอกว่า

อะไรจะเกิดขึ้น ความเสี่ยงที่เห็นอยู่คือได้ฉบับหนักกว่านี้ เสี่ยงสูงว่าจะได้รัฐธรรมนูญไม่ดี และจะเกิดความขัดแย้งต่อไปในอนาคตอย่างรุนแรง

การทำประชามติ ไม่ควรจะเป็นทางเลือกแบบนี้ ควรเป็นทางเลือกที่ชัดเจนว่าจะเอาฉบับใหม่ หรือฉบับที่ใช้อยู่ เพราะฉบับที่ใช้อยู่เคยผ่านประชามติมาแล้ว มันก็มีเหตุผลของมัน

แต่พอเป็นอย่างนี้กระบวนการประชามติประชาชนตัดสินใจบนความยากลำบากมาก มีปัจจัยอื่นเข้ามาอีก ประชาชนบางส่วนบอกว่าอยากเลือกตั้ง คิดแต่ว่าให้มันจบๆไปจะได้เลือกตั้ง

ถ้าเป็นอารมณ์แบบนี้สิ่งที่ คสช.กลัวมันจะเกิด ก็คือระบบการเมืองยังไม่ได้รับการปฏิรูปแก้ไขลงตัว สุดท้ายคือไปตายเอาดาบหน้า ก็ไม่รู้ว่าจะรับหรือไม่รับในแง่ของประชาชน เราเดาใจไม่ได้ แต่อารมณ์ที่เราจับได้ในขณะนี้คือไม่มีใครออกมาเชียร์ว่าฉบับนี้คือสิ่งที่แก้ปัญหา

ในทัศนะผม ถ้ามันดีแล้วผ่าน มันดีที่สุดสำหรับประเทศ ถ้าเราต้องเลือกระหว่างไม่ดีแล้วผ่าน กับไม่ผ่านเลย มองยากว่าอะไรจะดีกว่ากันสำหรับประเทศไทย รัฐธรรมนูญไม่ได้ชี้ขาด

ทุกเรื่อง แต่ถ้าดีมันก็ดีกว่ารัฐธรรมนูญที่มีปัญหาในตัวของมันเอง

จุดเดียวที่คนชอบ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้คือวันที่ขนานนามว่าเป็นฉบับปราบโกง ไม่ใช่ร่างรัฐธรรมนูญที่บอกว่าเดี๋ยวมีบทเฉพาะกาล 5 ปีแล้วจะดีเอง อะไรที่จะทำให้การแก้ไขปัญหาประเทศ หรือหลักการประชาธิปไตยมันเสื่อมไป เราก็เป็นห่วงว่าจะสร้างปัญหาในวันข้างหน้า

สิ่งที่ทำให้คนไม่สบายใจคือเราจะเห็นว่าตั้งแต่ครั้งนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มาจนถึงครั้งนี้แทนที่ คสช.หรือแม่น้ำจะกี่สายก็แล้วแต่ จะพูดถึงโจทย์ปัญหาของประเทศ สิ่งที่ต้องการแก้ไขและความห่วงใยให้ครบตั้งแต่ต้น

แต่ปล่อยให้ตัว กมธ.ยกร่างฯต่อมาเป็นคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เขาไปคิดหรือทำอะไรจนจบ เสร็จแล้วตอนท้ายจะโยนข้อเสนอออกมา แต่ละครั้งเป็นเรื่องใหญ่มาก ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกครั้งพยายามแสวงหากลไกที่จะมาครอบงำตัวรัฐบาลหลังจากประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

อย่างข้อเสนอเรื่อง ส.ว.200 คนมาจากการแต่งตั้ง อีก 50 คน มาจากการเลือกไขว้ ให้ 6 ที่นั่งกับผู้บัญชาการเหล่าทัพ ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการให้ข้าราชการประจำมาเป็นนักการเมือง 6 คนนี้คือฝ่ายความมั่นคงทั้งหมด ถามว่าสิทธิเสียงเขาเท่าคนอื่นหรือไม่

ถ้าสิทธิเสียงเท่า 250 คน ถามว่า 6 คนจะมาทำอะไรได้ ถ้าสิทธิเสียงบอกว่าไม่เท่า ผมก็เรียกว่าเป็นวิป ถ้ามาเป็นวิปเป็นเรื่องแปลกไปเลย เท่ากับฝ่ายความมั่นคงมาเป็นสภาสูงของประเทศ

อยากจะเตือนว่าที่คิดว่าจะแก้ปัญหา ผมว่าจะซ้ำเติมปัญหา วันนี้ทุกคนคิดถึง ส.ว. 5-6 คน แล้วไปหลับตานึกว่าคือ คสช. ตามจริงมันไม่ใช่ ปีแรกอาจเป็นคนที่ คสช.คัดเข้าไปเข้าใจว่าโดยตำแหน่ง

พอปีที่ 2 นายกฯจะเกี่ยวข้องกับการโยกย้ายแต่งตั้ง ผบ.ก็ต้องมองว่าคนเหล่านี้นอกจากมาเป็น ผบ.แล้ว ยังมายุ่งการเมืองด้วย การโยกย้ายแต่งตั้งจะหนักขึ้นไปอีก ต้องถามตรงๆว่า คสช.ตอนท่านเป็นข้าราชการประจำ จำไม่ได้หรือว่าต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา

วันที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น ผบ.ทบ.ท่านก็ให้สัมภาษณ์ว่านายกฯเป็นผู้บังคับบัญชาจะให้ขัดก็ไม่ได้ บางเรื่องท่านอาจไม่เห็นด้วย แต่ขยับไม่ได้ ทำไมถึงคิดว่า

ในอนาคต ผบ.และหลายๆคนที่อยู่ในระบบราชการถูกแต่งตั้งจะสามารถมาทำหน้าที่ตรงนั้นได้

มีคนพูดง่ายๆมากว่าถ้าเอาตามข้อเสนอ คสช.แล้วจะไม่มีปฏิวัติ เพราะ ส.ว.ไปล้มรัฐบาล ผมถามว่าถ้ารัฐบาลที่ถูกล้ม มีผู้สนับสนุนครึ่งประเทศ ถ้า ส.ว.ล้มเขา เขาจะอยู่เฉยหรือไม่

สุดท้ายก็เกิดปฏิกิริยาแล้วป้องกันการปฏิวัติหรือไม่ ก็ไม่แน่อีก เข้าใจว่าตรงนี้มาจากความกังวล แต่ไม่ได้คิดในเชิงระบบ จึงเป็นจุดที่หาคำตอบไม่ได้และกลายเป็นจุดนำไปสู่ความขัดแย้งมาก

สิ่งนี้ทำให้เกิดความหวาดระแวงเกี่ยวกับการสืบทอดอำนาจ เมื่อมีสิ่งที่กระทบกับอำนาจรัฐบาลจากการเลือกตั้งก็จะเกิดความตึงเครียดขึ้นมาทันที

ผมเข้าใจความห่วงใยของ คสช.ว่าไม่อยากเห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำมาย้อนกลับไปที่เดิมหรือสูญเปล่า

สำหรับการทำงาน 2 ปีที่ผ่านมาของ คสช.คนพอใจคือทำให้เกิดความสงบ บังคับใช้กฎหมายตรงไปตรงมา ทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์

แต่ทิศทางหลักของประเทศ เราไม่เห็นจริงๆ เอาง่ายๆคนที่เรียกร้องเรื่องการปฏิรูปก่อนเลือกตั้งในการชุมนุมก่อนหน้านี้ เอาข้อเสนอมาดู เช่น เลือกตั้งผู้ว่าฯ ทุจริตไม่มีอายุความ ปฏิรูปตำรวจ ปฏิรูปสื่อมวลชน ยังไม่มีสักเรื่องหนึ่งเลยที่ได้คำตอบ

พวกเราสนับสนุนการปฏิรูป ไม่เคยเร่งรัดเรื่องเลือกตั้ง ให้เวลา 2 ปีเพื่อเดินเรื่องปฏิรูป เหลือปีกว่าๆทำให้ชัดได้หรือไม่ ทำให้สังคมมองเห็น ถ้ายังไม่ชัดเจนและพยายามมาขอว่าจะดูแลอะไรต่อไปมันไม่มีคำตอบให้สังคม

สำหรับระยะเวลาน้อยไปหรือไม่สำหรับการปฏิรูป ผมท้วงตั้งแต่ต้นว่าการปฏิรูปต้องประกอบด้วย วิสัยทัศน์ หลักการ แรงสนับสนุนจากประชาชนและเอานักเทคนิคมาทำ แต่ไม่ได้เริ่มจากตรงนี้ตั้งแต่ต้น

การปล่อยให้ปฏิรูปไปอยู่ในมือของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งไม่มีอำนาจ และต่อมาคือสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ซึ่งไม่มีอำนาจเช่นกัน เท่ากับเวลา 2 ปี สูญไปโดยไม่ได้ขยับอะไร เวลาก็เกือบจะหมดแล้ว ที่ผ่านมาไม่มีการกำหนดหลักการใหญ่ก่อนว่าปฏิรูปคืออะไร

เคยเสนอว่าการปฏิรูปคือเพิ่มอำนาจประชาชน ลดอำนาจรัฐ เวลามีใครเสนอขึ้นมาจะเทียบดูได้ว่าเป็นไปตามหลักการนี้หรือไม่ ไม่ใช่ใครอยากเปลี่ยนแปลงอะไรก็อ้างปฏิรูปหมด

วันนี้อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้า คสช.หัวหน้ารัฐบาล ประชาชนยังให้ความเชื่อถือ ให้ตัดสินใจเรื่องหนักๆตรงนี้ กำหนดทิศทางในเวลาที่เหลือให้เดินไป แม้ไม่มีทางทำเสร็จภายใน 2-3 ปี

หากกำหนดทิศทางที่ชัด กระแสสังคมมาหนุน มันเดินได้เอง เช่น ถ้าประกาศเรื่องทุจริตคอร์รัปชันแล้วประชาชนขานรับถึงเวลาเลือกตั้งสังคมกดดันเองว่าจะทำต่อหรือไม่ ถ้าทุกพรรคถูกกดดันปฏิรูปก็สำเร็จ

ถ้าไปทำอะไรมาประชาชนไม่รู้ว่าไปทางไหน ไม่เข้าใจว่าดีหรือไม่ดี ถึงเวลาเลือกตั้งปรากฏว่าทุกคนไปแข่งขันกันเรื่องอื่นหมด รัฐบาลใหม่เข้ามาก็เป็นเรื่องที่สูญหาย ฉะนั้นหัวใจอยู่ตรงนี้ ไม่ได้อยู่ที่กฎหมาย ยุทธศาสตร์ 20 ปี ไม่ได้อยู่ที่คณะกรรมการอะไรที่จะตามมา

คสช.วางไว้ว่า ส.ว. 250 คนจะมาเดินงานปฏิรูป แต่คำถามคือเดินปฏิรูปอะไร หลักคิดมาจากไหน การปฏิรูปที่สำเร็จทั่วโลก ก็ต่อเมื่อสังคมหนุน แต่ ส.ว.ไม่ได้มาจากสังคมในวงกว้าง การปฏิรูปเดินยาก

โจทย์ของประเทศไม่ใช่เปลี่ยนผ่าน 5 ปี 6 ปี แต่คือการเมืองดีขึ้นหรือไม่ ถ้าวางกติกา ป้องกันการโกง ป้องกันการใช้อำนาจมิชอบ ถ้ามีกลไกเหล่านี้ปัญหาสังคม ปัญหาทางการเมืองก็แก้ได้ ถ้า 5 ปีไปฝากความหวังไว้กับคนกลุ่มหนึ่ง คนกลุ่มนั้นจะกลายเป็นคู่ขัดแย้ง

ฉะนั้นข้อเสนอเรื่องการปราบการทุจริต การจำกัดไม่ใช้อำนาจเกินขอบเขต อย่าให้ไปแทรกแซงองค์กรอิสระ เราอยากเรียกร้องให้เขียนให้ชัดเรื่องการปฏิรูปสื่อ ปฏิรูปฝ่ายความมั่นคงทั้งหมด ตำรวจ ทหาร ถ้าเขียนรัฐธรรมนูญอย่างนี้ผมและพรรคประชาธิปัตย์ไม่คัดค้านเลย

อยากจะย้ำฝากไปยัง คสช.ว่าต่อไปวันข้างหน้าหากเกิดอะไรขึ้น จะตกหนักที่ท่าน ถึงอยากให้จัดลำดับความสำคัญ ผมรู้ว่าท่านอยากทำอะไรเยอะ

สุดท้ายทุกอย่างไม่ดีขึ้น คนจะจำว่าเป็นความล้มเหลวของ คสช.

ทีมการเมือง

Leave a comment