มันก็โจทย์เดียวกัน?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/594216

โดย ทีมข่าวการเมือง 22 มี.ค. 2559 05:01

 

เข้าสู่ห้วงสัปดาห์แห่งการ “วัดใจ”

ตามปฏิทิน 21 มีนาคม ที่ “ซือแป๋” นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ นำทีม “21 อรหันต์ทองคำ” เริ่มประชุมพิจารณาประเด็นโครงสร้างทางการเมืองและระบบเลือกตั้ง รวมทั้งข้อเสนอแนะของ คสช.ต่อการปรับปรุงบทบัญญัติในบทเฉพาะกาล

ถึงจังหวะต้องออกแบบ แก้งานตาม “ใบสั่ง”

ในอารมณ์แบบที่ส่ออาการ “อึดอัด” แสดงความรู้สึกลำบากใจกันตามลีลา

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าว่ากันตามสูตร “ดีลอำนาจ” ประเทศไทย ที่ฝ่ายเสนอมักจะลากเงื่อนไขสุดโต่งไปจนสุดกระดาน

เพื่อดึงจังหวะเผื่อต่อรองมาพบกันตรงจุดกึ่งกลางที่วางเป้าหมายจริงไว้

เรื่องของเรื่องเลย มาถึงตรงนี้มันก็ยังคลุมเครือๆ ยุทธศาสตร์ของ “ทหาร” กับเงื่อนไขบังคับของทีม “ซือแป๋มีชัย” จะขัดเหลี่ยมกันตรงไหน

จนถึงขั้นจะต้อง “หักดิบ” ล้มโต๊ะกันหรือไม่

เผลอๆจะเป็นอย่างที่บางฝ่ายอ่านทะลุเกมลึก คิว “ดึงเช็ง” อาจเป็นแค่การ “สับขาหลอก” ระหว่าง คสช.กับทีมงานของ “ซือแป๋มีชัย” แยกบทกันเล่นเพื่อจุดหมายปลายทางเดียวกัน

นั่นคือการประคอง “อำนาจพิเศษ” อยู่เหนืออำนาจรัฐบาลหลังเลือกตั้ง

เอาเป็นว่าแปะข้างฝาไว้ได้ ยังไงก็ต้อง “ไฟเขียวผ่านตลอด”

ตามเงื่อนไขที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ยืนกรานด้วยตัวเองอีกครั้งถึงความจำเป็นที่ต้องใช้ “250 ส.ว.ลากตั้ง” ในการคุมเกมการเมืองช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี

ล็อก “โจทย์บังคับ” ของทีมงานท็อปบูต

และล่าสุดยังสำทับด้วยเสียงของนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) การันตีข้อเสนอของ คสช. ถือว่าเป็นข้อเสนอแนะของเครือข่ายแม่น้ำ 4 สาย คือ คสช. คณะรัฐมนตรี สนช. และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)

ไม่ใช่ใบสั่งเฉพาะของ คสช.เท่านั้น

จึงเชื่อว่าคณะกรรมการร่างฯจะนำเนื้อหามาพิจารณา เพราะสิ่งที่เครือข่ายได้นำเสนอคำนึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์ วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ที่พบว่า ส.ว.ที่ปฏิบัติหน้าที่ช่วงดังกล่าวไม่สามารถทำหน้าที่ของตนเองได้ และพบว่า ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งและ ส.ว.ที่มาจากการสรรหานั้นมีความขัดแย้งกัน

ดังนั้น สิ่งที่เป็นข้อเสนอเพื่อต้องการไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนในอดีตและวางบทบาทให้ ส.ว.สรรหาเป็นสภาที่ทำหน้าที่ห้ามล้อ หรือเบรกรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร

สะท้อนภาพให้เห็นกันชัดเจนขึ้นเป็นลำดับ

“250 ส.ว.ลากตั้ง” นี่แหละ เครื่องมือของฝ่ายคุมเกม “อำนาจพิเศษ”

ยุทธการบล็อกนักการเมืองในแบบฉบับของ “เสธ.ทหาร”

ตามท้องเรื่องที่ ส.ว.ชุดพิเศษช่วงเปลี่ยนผ่าน จะมีอำนาจในการขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ และลงมติซักฟอกรัฐบาลได้
พูดง่ายๆมีพลังเหวี่ยงให้การเมืองพลิกคว่ำพลิกหงาย

นั่นหมายถึงตัวเลข ส.ว.สรรหา “250” ที่ล็อกไว้ในกำมือ คสช. ตามเงื่อนไขที่ไปรวมกับ ส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎรอีก 500 คน รวมเป็น 750 เสียง

รัฐบาลหลังเลือกตั้งต้องมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งคือ 375 เสียงขึ้นไปถึงจะปลอดภัย

เมื่อเทียบประเมินจากเสียงของอดีตรัฐบาลพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย ที่ชนะการเลือกตั้งครองเสียงข้างมากในสภา

ยี่ห้อ “ทักษิณ” ที่ว่าเป็นต่อในสนามเลือกตั้งยังต้องปั่นแต้มกันเหนื่อย

ไม่ต้องพูดถึงพรรคประชาธิปัตย์หรือใครที่ตั้งรัฐบาลได้ ก็เสี่ยงถูกเจาะยางได้ตลอดเวลา

นี่คือยุทธศาสตร์คุมเกมรัฐบาลเลือกตั้งไม่ให้ออกนอกเส้นทาง

ยิ่งผู้บัญชาการเหล่าทัพเป็น ส.ว.สรรหาโดยตำแหน่งก็ยิ่งลงล็อก ถึงเวลาจะจัดการรัฐบาลก็ไม่ต้องออกแรงขับรถถังออกมา

ปฏิวัติให้เสียภาพพจน์เผด็จการทหาร

แค่ “จี้เงียบ” โหวตคว่ำกันในสภาแบบนิ่มๆตามกติกาประชาธิปไตย.

ทีมข่าวการเมือง

Leave a comment