ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/595305
โดย ทีมข่าวการเมือง 24 มี.ค. 2559 05:01

“พบกันครึ่งทาง” ตามฟอร์มกับสูตรที่ “ซือแป๋” นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และทีมงาน “21 อรหันต์ทองคำ” ปรับแก้โจทย์ตามใบสั่งของ คสช.และแม่น้ำ 4 สาย
จัดให้ “ส.ว.ลากตั้ง” ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 250 คน
แต่แบ่งเป็น คสช.สรรหาแค่ 200 คน ส่วนอีก 50 คน เป็นการสรรหาจากผู้ได้รับเลือกตามสาขาวิชาชีพตามแบบที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญออกแบบไว้
และตัดอำนาจ ส.ว.ในการร่วมเปิดอภิปรายลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลออกไป
แต่ที่เพิ่มเข้ามาให้เป็นพิเศษก็คือสิทธิในการลงมติให้งดเว้นการเลือกนายกรัฐมนตรีนอกบัญชี 3 คนที่พรรคการเมืองเสนอ ในกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถลงมติเลือกนายกฯได้ โดยให้มีการประชุมร่วมกันของ 2 สภา โดยใช้เสียง 2 ใน 3 ของรัฐสภา เพื่อให้สภาฯเลือกนายกฯนอกบัญชีได้
ถึงจุดนั้น ส.ว.จึงจะมีอำนาจในการร่วมผ่าทางตัน
สรุปว่า จัดให้ “ตามใบสั่ง” แต่ไม่ครบทั้งหมด
แน่นอน เมื่อผลออกมามุกนี้ ประเมินจากท่าทีที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ยืนยันชัดเจน พูดกันชัดถ้อยชัดคำถึงความจำเป็นต้องใช้ “250 ส.ว.สรรหา” ในการคุมเกมการเมืองช่วงเปลี่ยนผ่าน
หรือแม้กระทั่งการทิ้งทุ่นไว้ในนาทีก่อนหน้าจะรู้มติของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ พูดกันชัดๆแบบที่ว่า ถ้ารัฐธรรมนูญใหม่ทำออกมาแบบที่ คสช.ส่งข้อเสนอด้วยความหวังดีต่อประเทศชาติบ้านเมืองไม่ได้ ก็ต้องร่วมกันรับผิดชอบด้วยกันทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่ประชาชนด้วย
ออกแนว “ล็อกคอขู่” กันเป็นนัย
จับอาการของหัวหน้า คสช. นั่นหมายถึงไฟต์บังคับต้องได้แบบที่ขอไปทั้งหมด
เมื่อผลออกมาตามสูตร “พบกันครึ่งทาง” แบบนี้
ท็อปบูตไม่แฮปปี้แน่
นั่นก็เพราะความพยายามในการเดินยุทธศาสตร์ใช้ 250 ส.ว.สรรหา เป็นเครื่องมือหลักในการคุมเกมการเมืองช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี
มันทำได้ไม่เต็มไม้เต็มมืออย่างที่ตั้งใจ
โดยเฉพาะการปรับแก้อำนาจหน้าที่ของ ส.ว.ในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่รู้กันอยู่ว่ามันเป็นเหลี่ยมเขี้ยวของคสช.ในการกำกับรัฐบาลหลังการเลือกตั้งให้อยู่ในเส้นทาง
ถ้าออกนอกลู่ก็ “เจาะยาง” ได้
ตามตัวเลขของ 250 ส.ว.ที่ทีมงานท็อปบูต คสช.ถือดุลไว้คุมเกม
แต่จากผลของการรื้อใบสั่ง ทีม “21 อรหันต์ทองคำ” ของ “ซือแป๋มีชัย” แก้โจทย์ตามสูตรพบกันครึ่งทาง มันทำให้สถานการณ์พลิก
คสช.ไม่สามารถคุมเกมการเมืองในสภาหลังการเลือกตั้งได้เต็มมือ
การประคองอำนาจบนหลังเสือไม่มีหลักประกันความชัวร์
ตรงกันข้าม อำนาจจะตกไปอยู่กับองค์กรอิสระอย่างศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) องค์กรตามรัฐธรรมนูญ
สูตรเดิมที่นายมีชัยวางเหลี่ยมไว้ตามแนวของฝ่ายอำนาจเก่าแก่
ทหารเป็นเพียงแค่ “ม้าใช้” อีกตามเคย
ซึ่งนั่นก็ไม่แปลกที่จะมีเสียงขานรับจากนักเลือกตั้งอาชีพ ทีมงานพรรคประชาธิปัตย์อย่างนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ตีปี๊บเชียร์ทันทีเลยว่า ภาพรวมออกมาดูดีขึ้น เพราะคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้รับใบสั่งจาก คสช.ทั้งหมด
โดยเฉพาะการตัดอำนาจของ ส.ว.ในการซักฟอกรัฐบาล
อาการเดียวกับนายนิกร จำนง ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา สมาชิก สปท. ก็แสดงท่าทีรับได้กับการตัดอำนาจ ส.ว. ไม่ให้โหวตเลือกนายกฯและอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
ตามสถานการณ์ที่นักการเมือง “ตีปีก” ไม่ต้องอยู่ใต้อุ้งท็อปบูต
แต่เรื่องของเรื่อง สูตรนี้ยังเปลี่ยนได้จนถึงเส้นตาย 29 มีนาคม.
ทีมข่าวการเมือง