ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/587501
โดย ทีมข่าวการเมือง 8 มี.ค. 2559 05:01

เข้าสู่ห้วงดาวมฤตยูเคลื่อนทับดวงเมืองไทย
ยิ่งในเงื่อนสถานการณ์ล้ออิทธิพลของดวงดาว ตามบรรยากาศกรุ่นๆสภาพการณ์ทางการเมืองการปกครองภายใต้การกุมสภาพโดยรัฐบาลทหาร คสช.ส่อลดความขลังลงตามเงื่อนเวลา
หัวเชื้อไฟความขัดแย้งที่ถูกกลบไว้ด้วยอำนาจพิเศษเริ่มระอุกลับมาใหม่
ตามฉากล่าสุด ตำรวจ ทหาร บุกเข้าคุมตัวพระและฆราวาสที่เป็นแกนนำเครือข่ายองค์กรพุทธในห้องประชุมวัดดังย่านฝั่งธนฯ ระหว่างการแถลงข่าวตอบโต้ผู้ตรวจการแผ่นดินว่าไม่มีอำนาจในการพิจารณาเรื่องของคณะสงฆ์
เร้าดีกรีศึกชิงบัลลังก์ “สังฆราช” องค์ใหม่ให้ยิ่งตึงเครียดไปกันใหญ่
และไฟอีกกองที่ควันโขมงลุกพรึบขึ้นมา ตามจังหวะที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ลงมติกันอย่างลับๆในการฟ้องเรียกค่าเสียหายในกรณีล้มการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 กับอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และม็อบ กปปส.เป็นจำนวนเงินหลักพันล้าน
ตามฟอร์ม งานนี้ไม่มีใครยอม “เคลียร์บิล”
อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ก็ออกอาการงง ยันทุกอย่างทำตามพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งแต่กลับถูกกล่าวหาเป็นฝ่ายผิด ในอารมณ์ที่แกนนำม็อบ กปปส.ก็เสียงแข็งเลยว่า
ม็อบ กปปส.ไม่ผิด ฐานขัดขวางล้มการเลือกตั้ง โยนให้รัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” ที่ดันทุรังเอง
แต่ที่โดนจับไต๋ ทำเป็นเนียนเลยก็คือ กกต.เอง กลับลืมใส่ตัวเองเป็นคนร่วมรับผิดชอบปมเลือกตั้งล้มด้วย ทั้งๆที่เป็นหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง
ที่แน่ๆโดยผลของการฟื้นฝอยปมล้มเลือกตั้ง มันก็เหมือนย้อนสถานการณ์ป่วนกลับไปก่อน คสช.ยึดอำนาจวันที่ 22 พฤษภาคม 2557
ประกอบกับห้วงสถานการณ์พอดีที่ศาลตัดสินจำคุก “มือปืนป๊อปคอร์น” ที่กราดยิงใส่กลุ่มผู้ชุมนุมย่านหลักสี่ ในห้วงเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 จนมีประชาชนเสียชีวิตและบาดเจ็บ ตามภาพถ่ายที่ปรากฏตามสื่อมวลชน พยาน หลักฐาน ชัดเจน
แต่ในมุมของแกนนำและแนวร่วมม็อบ กปปส.บางส่วนก็เคลื่อนไหวในเชิงสนับสนุนจำเลย ด้วยเหตุถ้าไม่มี “มือปืนป๊อปคอร์น” คุ้มกันในวันนั้น อาจเป็นผู้ชุมนุม กปปส.ที่ตายและเจ็บแทน
“ตรรกวิบัติ” สะท้อนดีกรีความขัดแย้งสุดโต่ง
ถึงจุดที่ไม่คำนึงถึงหลักการผิดถูก แม้กระทั่งตามกระบวนการยุติธรรม
แต่อะไรก็ไม่น่าลุ้นเท่าภาวะ “แตกขั้ว” ที่แทรกเพิ่มเข้ามาในสถานการณ์ระหว่างขั้วขัดแย้ง
ตามปรากฏการณ์ภาพเชิงซ้อนในขั้วอำนาจเดียวกัน เริ่มแตกตัว แบบที่ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) พร้อมด้วยนายนิติธร ล้ำเหลือทนายความ เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน
ย้อนศรที่โดนตำรวจออกหมายเรียกโดยต้องหาว่าหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลอัน
เป็นเท็จฯ ว่าเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จากกรณีการส่งไลน์แฉ “พลเอก” อยู่เบื้องหลังการซื้อขายเก้าอี้ตำรวจ
โดยจังหวะลากเรื่องเข้าไปตั้งแท่นไว้ในองค์กรอิสระ
ตามยุทธศาสตร์ที่จับทางกันได้ ความเชี่ยวของฝ่าย “อำมาตย์” อยู่ที่การคุมเกมความได้เปรียบในกระบวนการยุติธรรม เป็นจุดที่ค้ำยันกับท็อปบูตซึ่งคุมกำลังกองทัพ
เรื่องของเรื่อง ทหารจะเผลอประมาท “เสือกระดาษ” ไม่ได้
อย่าลืมว่า “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ก็พูดออกอากาศเอง โดยปฏิเสธเสียงแข็ง
ในยุคตนเองไม่มีการซื้อขายตำแหน่งตำรวจแน่
แต่ใครจะไป “ตกเบ็ด” ไม่รู้เรื่องด้วย
แสดงว่าเจ้าตัวก็รู้ระแคะระคาย มีขบวนการ “ตกเบ็ด”อ้างชื่อไปหาประโยชน์
ซึ่งจุดนี้ พล.อ.ประวิตรก็ต้องปิด “ปลายคาง” ให้ดี อย่า
เผอเรอ อย่างที่แว่วๆมาจากทีมคนใกล้ชิดพี่ใหญ่ ยอมรับขบวนการ “ตกเบ็ด” ที่แฝงตัวอยู่ในเครือข่าย “บิ๊กบราเธอร์”
ไม่ใช่แค่วงการโยกย้ายตำรวจเท่านั้น ยังมีไปอาละวาดในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ รับเป็นนายหน้าโยกย้ายอธิบดี ตอนนี้ก็ยังไปป้วนเปี้ยนอยู่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ
พฤติกรรมน่าหวาดเสียว จะลาก “พี่ใหญ่” ติดบ่วงจนได้.
ทีมข่าวการเมือง