ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/590078
โดย ทีมข่าวการเมือง 14 มี.ค. 2559 05:01

“ต้องแต่งตั้งโยกย้ายทุกระดับใน สตช.ให้เป็นธรรม ไม่ใช่เฉพาะตำแหน่ง ผบ.ตร.”
นายวิรัช ชินวินิจกุล ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม (กมธ.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงขั้นตอน
ต่อไปในการปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ผ่านการให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง
หลังจาก กมธ.กำหนดแผนการปฏิรูป สตช. เพราะสภาพปัญหาการบริหารงานของ สตช. มีเหตุและปัจจัยสำคัญก่อให้เกิดปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและสังคมในวงกว้าง
ทั้งด้านการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ การดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การอำนวยความยุติธรรมในทางอาญา
สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งเกิดจากการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)
เห็นได้จากส่วนใหญ่เมื่อเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือเปลี่ยนแปลงทางการเมือง มักจะมีการเปลี่ยน ผบ.ตร. เพื่อที่รัฐบาลจะสามารถควบคุม สั่งการให้ปฏิบัติงานตอบสนองฝ่ายบริหาร หรือใช้ตำรวจเป็นเครื่องมือ
ตำรวจจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงที่จะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับนักการเมือง ยิ่งโครงสร้างของสังคมในช่วงหลังได้ยกระดับสถานะของนักการเมืองให้เป็นผู้ควบคุมกลไกการทำงานของข้าราชการ
ทำให้ฝ่ายการเมืองจะมีอำนาจเหนือกว่าในลักษณะของการควบคุม กำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ เท่ากับตำแหน่งสำคัญๆต้องได้รับการเสนอชื่อหรือความเห็นชอบจากฝ่ายการเมืองเสียก่อน
แผนการปฏิรูปตำรวจทั้งหมด นอกจากระบบงานบริการประชาชนในการรับแจ้งความและสอบสวน ซึ่งสามารถดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายได้โดยเร็วแล้ว
ยังมีปัญหาใน สตช.มาโดยตลอด นั้นก็คือความเป็นอิสระของการบริหารงานบุคคลของสตช. ซึ่งถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง ที่เป็นปัญหารากฐานที่ต่อยอดนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ฉะนั้นจำเป็นต้องปฏิรูปและขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างเร่งด่วน
ปัญหาความเป็นอิสระในการบริหารงานบุคคลขององค์กรในกระบวนการยุติธรรม ถือเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก
โดยกำหนดมาตรการไม่ให้มีการแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในองค์กรกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายได้อย่างอิสระ ปราศจากการครอบงำใดๆ
และ กรธ.ยังเล็งเห็นผลถึงสภาพปัญหาภายใน สตช.ที่ส่งผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะปัญหาที่ฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงการบริหารงานบุคคล
จนทำให้ประชาชนเกิดข้อครหาว่าตำรวจสองมาตรฐาน ตำรวจไม่เป็นกลาง ตำรวจรับใช้นักการเมือง
และส่งผลไปถึงปัญหาการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งอีกด้วย กรธ.จึงกำหนดต้องปฏิรูปตำรวจ
ไว้ในบทเฉพาะกาลให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีนับตั้งแต่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ
เมื่อ กมธ.พิจารณาถึงสภาพของปัญหาของ สตช. ประกอบกับเจตนารมณ์ของร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว จึงเดินหน้าเรื่องความเป็นอิสระในการบริหารงานบุคคลของตำรวจจากการแทรกแซงทางการเมือง
เพื่อขจัดข้อครหาตำรวจสองมาตรฐาน ตำรวจไม่เป็นกลาง ตำรวจรับใช้นักการเมือง หรือทัศนคติที่ไม่ดีของประชาชนต่อตำรวจให้หมดไป
ตามปกติการบริหารงานราชการของ สตช.เป็นไปตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ซึ่งกำหนดให้นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ใช้อำนาจผ่านคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) เพื่อแต่งตั้ง ผบ.ตร. และคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เพื่อตั้งตำรวจระดับยศพลตำรวจตรีขึ้นไป ข้อมูลนี้เป็นรายงานบางส่วนของ กรธ.
และมีประเด็นร้อนๆเกิดขึ้นตามมา เมื่อ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป รองประธาน กมธ.วิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านป้องกันและปราบปรามการทุจริตและพฤติมิชอบ สปท.
ถูกพนักงานสอบสวนออกหมายเรียก ทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีโพสต์ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์เกี่ยวกับการซื้อขายตำแหน่งใน สตช. แม้ พล.ร.อ.พะจุณณ์ เข้ารับทราบข้อกล่าวหาไปแล้ว แต่เรื่องก็ยังไม่จบลงง่ายๆ
บังเอิญประเด็นนี้มาตรงกับจังหวะที่ สปท.พิจารณาเรื่องการแต่งตั้ง ผบ.ตร.ไม่ให้ถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองพอดี
นายวิรัชบอกว่า ประเด็น พล.ร.อ.พะจุณณ์ยิ่งทำให้เกิดการปฏิรูป สตช.เร็วขึ้น เมื่อ ก.ต.ช.เลือก ผบ.ตร.ดี การแต่งตั้งโยกย้ายในระดับต่างๆก็จะดีตาม ตำรวจที่มีฝีมือ มีความรู้ ความสามารถจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอยู่ในที่ที่เหมาะสม จะทำงานดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ สุดท้ายเมื่อหัวคือ ผบ.ตร.ไม่ส่าย หางก็ไม่กระดิก
ฉะนั้นการปฏิรูป สตช.ควรเริ่มจากระดับ ผบ.ตร. ซึ่งจะทำอย่างไรให้การแต่งตั้งปราศจากถูกการเมืองแทรกแซง
เพราะในเมื่อนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร ก็ต้องให้เกียรติฝ่ายบริหาร ถ้าคุมตำรวจไม่ได้ย่อมบริหารประเทศไม่ได้ เนื่องตำรวจมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ
ฉะนั้น จึงเป็นอำนาจของนายกฯที่จะสรรหาคนเป็น ผบ.ตร. แต่ต้องกำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจน โปร่งใส มีคุณสมบัติทั้งความรู้ ความสามารถ ความซื่อสัตย์สุจริตและวิสัยทัศน์
การชี้ขาดแต่งตั้ง ผบ.ตร.ไม่ควรอยู่ที่นายกฯ นายกฯควรเป็นคนเสนอชื่อ ผบ.ตร.ให้ ก.ต.ช.พิจารณา ซึ่งองค์ประกอบของ ก.ต.ช.ควรตัดนายกฯออกไป และนำตำรวจมาเป็นประธาน ก.ต.ช.แทนนายกฯ
แต่ในที่ประชุม กมธ.มีข้อโตแย้งว่าน่าจะให้นายกฯเป็นประธานก.ต.ช. เพราะเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร
ทำให้มีข้อเสนอรูปแบบแรก คือ นายกฯไม่เป็นประธาน ก.ต.ช. แต่ให้นายกฯเสนอชื่อ ผบ.ตร. หาก ก.ต.ช.ไม่เอาก็ให้นายกฯวีโต้ได้ และ ก.ต.ช.พิจารณาใหม่โดยต้องได้คะแนน 3 ใน 4 ถึงผ่านได้เป็น ผบ.ตร. รูปแบบที่สองนายกฯยังเป็นประธาน ก.ต.ช.
จะต้องเลือกรูปแบบไหนภายใต้หลักมีการถ่วงดุลและคานซึ่งกันและกัน
ร่างสุดท้ายได้เลือกรูปแบบแรก และเสนอแก้องค์ประกอบของ ก.ต.ช.ให้มาจากตำรวจที่เกษียณ มีอายุ 65-70 ปี ซึ่งเปิดช่องให้ตำรวจได้เลือกกันเอง ถ้ายังไปเลือกตำรวจที่เป็นเด็กของนักการเมืองก็ช่วยไม่ได้
ตำรวจด้วยกันย่อมรู้กันดีว่าใครเป็นอย่างไร จะได้ไม่ขึ้นอยู่กับฝ่ายการเมือง มีความเป็นอิสระ ไม่กลัวใคร
มีคำถามว่าทำไมต้องเอาอายุ 65-70 ปี บอกได้เลยว่าหากตำรวจที่เพิ่งเกษียณใหม่ 60-64 ปี จะยังมีกลิ่นอายของนักการเมืองติดอยู่ ทาง กมธ.ถึงต้องการให้ปลอดจากการเมืองจริงๆ
ทีมข่าวการเมือง ถามว่าโครงสร้างใหม่จะป้องกันการซื้อขายตำแหน่งได้อย่างไร นายวิรัช บอกว่า ปฏิรูปแค่นี้ไม่พอ ยังต้องปฏิรูปการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจในทุกระดับด้วย ซึ่งกำลังจะทำตามมา
และกำลังวางระบบงานบริการประชาชนในการรับแจ้งความและสอบสวน พูดง่ายเป็นการปฏิวัติโรงพักใหม่ทั่วประเทศ ผู้เสียหายจะไปพบพนักงานสอบสวนวันเวลาไหนได้หมด สามารถตอบได้ทุกเรื่องว่าคืบหน้าไปถึงไหน
และยังจะจัดรถโมบายแบบเดลิเวอรี่ไปรับแจ้งความในที่เกิดเหตุทำแบบนี้ประชาชนได้ประโยชน์ไปเต็มๆ ทั้งหมดจะเชื่อมด้วยระบบ
คลาวด์ (Cloud)
ขณะเดียวกันเมื่องานของตำรวจเพิ่มขึ้น จะต้องหันกลับไปดูงบประมาณของ สตช. และเงินเดือนของตำรวจควรจัดให้พอสมควร ซึ่งถ้าเทียบกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้เงินมากกว่าตำรวจเยอะ ทั้งที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ต่างกัน แต่ตำรวจทำงานหนักกว่า
ทั้งหมดเป็นเรื่องที่รัฐบาลควรให้น้ำหนัก เพราะเกี่ยวข้องกับประชาชน ถ้าประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็อย่าไปคิดว่ากระบวนการยุติธรรมต่อไปจะเป็นธรรม
เพราะกระบวนการยุติธรรมเปรียบเสมือนสายน้ำ ตำรวจเป็นต้นน้ำ อัยการ ทนายความเป็นกลางน้ำ ศาลเป็นปลายของแม่น้ำ
ถ้าต้นน้ำใสไหลมา คนที่อยู่ปลายน้ำก็ไม่ต้องกรองมาก ดื่มได้เลย แต่ถ้าต้นน้ำดำหรือเทาไหลมา คนอยู่ปลายน้ำก็ต้องกรองอย่างดี คดีความก็ล่าช้า
ฉะนั้นรัฐบาลควรปฏิรูปต้นน้ำให้ได้ เพื่อประชาชน.
ทีมการเมือง