แฝงศึกอ๋องกฎหมาย?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/595846

โดย ทีมข่าวการเมือง 25 มี.ค. 2559 05:01

 

ดูเหมือนจะจบ หลังจากศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ที่มี “บิ๊กต๊อก” พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธาน ศอตช. นำทีมผู้ว่าการ สตง. เลขาธิการ ป.ป.ท. และรองเลขาธิการ ป.ป.ช.

ตั้งโต๊ะแถลงการตรวจสอบการก่อสร้างโครงการอุทยานราชภักดิ์

ประสานเสียง สอบไม่พบพิรุธการทุจริตในทุกประเด็น

แต่ที่ทำให้มหากาพย์ราชภักดิ์ที่เป็นปมร้อนมากว่าครึ่งค่อนปี ทำท่าจะมีตะกอนค้างคาต่อไป ก็เพราะในการแถลงของ ศอตช. “บิ๊กต๊อก” ดันตอบคำถามของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ที่มาสังเกตการณ์

และยิงข้อสงสัย ปม “หัวคิว” หรือ “ค่าที่ปรึกษา”

โดยพาดพิงถึง “บิ๊กโด่ง” พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม อดีต ผบ.ทบ. ในฐานะประธานมูลนิธิราชภักดิ์เคยเอ่ยถึงปมนี้

ตามที่ “บิ๊กต๊อก” ออกมาตอบคำถาม โดยระบุ ได้สอบถาม พล.อ.อุดมเดชยอมรับว่าพลาดพูดออกไปเพราะไม่เข้าใจ จึงใช้คำว่าหัวคิว

แต่ทั้งนี้เมื่อผลสอบไม่พบการทุจริต ได้ตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่แล้ว

“ต่อไปจะส่งเรื่องดังกล่าวให้ทาง ป.ป.ช. ดำเนินการตรวจสอบต่อไป”

ทิ้งทุ่นไว้แบบนี้เหมือนโยนเรื่องต่อส่อไม่จบ

ชนิดที่ “บิ๊กโด่ง” ต้องออกมาอธิบายซ้ำ โดยเฉพาะย้ำชัดๆ ไม่เคยยอมรับปม “หัวคิว” และได้อธิบายแล้ว รังเกียจคำว่าหักหัวคิว แต่ก็ยังงมงายอยู่ในคำเดิม ไม่ยอมฟังอะไรกัน

“ในเมื่อตรวจสอบแล้วไม่พบความผิด ยังจะเอาอะไรอีก”

เสียงเข้มๆของ “บิ๊กโด่ง” แม้จะออกตัวไม่มีปัญหากับ พล.อ.ไพบูลย์ เพราะต่างคน ต่างทำงาน ไม่เกิดปัญหาช่องว่างในรัฐบาล แต่ก็เห็นอาการ “คาใจ” ของ รมต.สายท็อปบูตในรัฐบาล

คู่ที่ถูกจับตา “เกาเหลา” ขบเหลี่ยมตั้งแต่เป็นแคนดิเดตชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ.กันมาแล้ว

คิวนี้เลยจบแบบมีตะกอนตกค้างใจ

แต่ที่กำลังร้อนเลย คือโปรแกรมใหญ่คิวร่างรัฐธรรมนูญโค้งสุดท้าย เมื่อตัวละครเอก “ซือแป๋มีชัย ฤชุพันธุ์” ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ตอบกลับ แปรรูป 3 ข้อเสนอของ คสช.

โดยล่าสุดยอมแก้ไขอีกรอบ ปม ส.ว.สรรหาจากที่ คสช.เสนอ 250 คน ถูกหั่นเหลือ 200 คน แต่ให้คง 6 โควตาบิ๊กเหล่าทัพเป็นโดยตำแหน่ง ส่วนอีก 50 ที่นั่งให้มาจากการเลือกตั้งอ้อมตามกลุ่มอาชีพ และยึดดาบซักฟอกรัฐบาล

แน่นอนต้องจับตาไปที่แม่น้ำ 4 สาย โดยเฉพาะ คสช.–รัฐบาล เอาอย่างไร

และ ณ จุดนี้ ก็น่าจะออกไปในแนวหยวนๆ บรรดาห้องเครื่องพิเศษส่งสัญญาณมาแล้ว แค่แจ้งเหตุผลและความจำเป็นในสถานการณ์ ต่อ กรธ. เมื่อออกมารูปแบบนี้ ก็น่าจะ “พอรับได้”

โดยเฉพาะที่ต้องฟังสุ้มเสียง “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ระบุคิวนี้ต้องเป็นไปตามความเห็นของ กรธ. เพราะเป็นคนร่าง มีอำนาจหน้าที่ตรง

“ป.พี่รอง” อีกแก่นแกนสำคัญอำนาจพิเศษ เปิด “ไฟเขียว”

ก็ต้องรอดูท่าที “ป.คนสำคัญ” อย่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ที่เดินทางกลับจากภารกิจในต่างประเทศอีกรายก็น่าจะชัด

จะมีก็แต่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ที่เห็นว่า

กรธ.ไม่ตอบโจทย์ข้อเสนอ คสช. ดังนั้น กรธ.ต้องทบทวน และอาจต้องหารือกันในแม่น้ำ 4 สายอีกครั้ง

และท่าทีแข็งกร้าวของนายพรเพชรก็ต้องจับตา เพราะรายนี้นอกจากเป็นอีก 1 ในหัวขบวน สนช. แม่น้ำอีกสาย ยังถือเป็นกุนซือที่สายสัมพันธ์แน่นปึ้กกับบิ๊กๆ คสช.

และถูกมองอาจเป็นอ๋องกฎหมาย เบื้องหลัง 3 ข้อเสนอ คสช.

เรียกว่าถึงห้วงสำคัญปมร่างรัฐธรรมนูญผ่านโค้งสุดท้ายเข้าสู่ทางตรง ก่อนเสนอร่างรัฐธรรมนูญต่อรัฐบาลในวันที่ 29 มี.ค.นี้ ก็ต้องติดตามร่างสุดท้ายที่ออกมาจะพิสูจน์ทราบ

คิวเห็นต่าง จะเป็นแค่การสลับหน้ากันเล่นคนละบท การไว้เชิงเพื่อรักษาทรงของ “ซือแป๋” หรือการเปิดศึกชิงการถือดุลช่วงเปลี่ยนผ่าน ระหว่าง “ท็อปบูต” กับ “ขั้วอำนาจเก่าแก่”

แต่ที่เห็นชัด ธงหลักวางหมาก “คุมยาว” อยู่เช่นเดิม.

ทีมข่าวการเมือง

Leave a comment