เลาะรั้วเกษตร : กล้าจริงหรือเปล่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/214559

281225166

วันศุกร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

การเดินเกมเชิงรุกของเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) “สรรเสริญ อัจจุตมานัส” กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ที่จัดทำแผนแม่บทการใช้พื้นที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ในเขตพื้นที่วังน้ำเขียวเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยการจัดเวทีให้ผู้มีส่วนได้เสียได้แสดงความคิดความเห็น เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาต้องบอกว่า กล้าไม่น้อย กับการเปิดเวทีเพื่อแสดงความคิดเห็น ทั้งหมด ก่อนเสนอต่อรัฐบาล นำร่องการแก้ปัญหาพื้นที่ ส.ป.ก. ทั้งระบบ

โดยข้อสรุปคร่าวๆ หลายคนเห็นด้วยกับการสางปมปัญหาที่มีมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะเรื่องของการปลดล็อก ในเรื่องของอาชีพการเกษตร ที่ผู้ได้รับที่ ส.ป.ก. จริงๆ เดิมจะต้องทำการเกษตรเท่านั้น ในขณะที่สถานการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนไป แต่กลับไม่สามารถเปลี่ยนอาชีพได้ เพราะขัดกับกฎหมาย ส.ป.ก.จึงจำเป็นต้องเร่งสางปมปัญหาว่า จะปรับเปลี่ยนให้เกษตรกรสามารถปรับเปลี่ยนอาชีพตามความเหมาะสม นั่นหมายถึงอาจต้องใช้มาตรา 44 แก้กฎหมายทันที เพื่อให้เกิดความทันสมัย ทันยุค ทันเหตุการณ์

ส่วนอีกแง่ที่เป็นประเด็นปัญหา ถึงเวลาสางปม คือ การใช้มาตรา44 ฟันกลุ่มนายทุนที่แห่ซื้อที่ ส.ป.ก. ไปทำรีสอร์ท ทั้งที่รู้ว่าผิดกฎหมายเพราะที่ ส.ป.ก. ไม่สมารถจำหน่ายจ่ายโอนได้ ตั้งแต่ต้น ซึ่งเรื่องนี้ ถือเป็นการวัดใจรัฐบาล “ประยุทธ์” ว่ากล้าจริงหรือไม่กับการสางปมปัญหาที่คาราคาซังมาหลายปี งานนี้ต้องติดตามว่าจะเอาจริงกับการสางปมปัญหาแค่ไหน  เพราะเท่าที่เห็นกันจะจะ มีคนแทบทุกสีที่ไม่ใช่เกษตรกร เข้าไปครอบครองที่ ส.ป.ก. ว่ากันว่า เบื้องต้น เกินกว่า 500 ไร่ต่อราย มีมากกว่า 500 คน คร่าวๆ พวกนี้งาบที่หลวง อย่างหน้าด้านไปกว่า 5 แสนไร่ ว่ากันว่า หยิกเล็บเจ็บเนื้อต้องถามกันดังๆว่า กล้าจริงหรือเปล่า

มาอีกเรื่องคือการรับมือภัยแล้ง ที่แล้งจัดมานานหลายเดือน อีกไม่กี่วันก็จะเข้าฤดูการผลิตสินค้าเกษตรเต็มตัว แต่วันนี้ที่ตั้งต้นรับมือกับภัยแล้ง มาตั้งแต่ช่วงปลายปี และปรับเปลี่ยนต่อเนื่องแบบรายวัน บอกตรงว่ายังไม่เห็นความชัดเจนซักอย่าง ทั้งการช่วยเหลือประชาชน คนที่เป็นเกษตรกร ไปจนถึงการวางแนวทางการแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างเป็นระบบ

วันนี้ต้องบอกว่าหากกล้าจริงต้องกล้าที่จะวางระบบ การแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำอย่างจริงจังเพราะว่ากันว่า ก่อนหน้านี้ ในพื้นที่ทุ่งเจ้าพระยามีการสำรวจแหล่งน้ำที่เป็นของเอกชน ที่เป็นอ่างเก็บน้ำของเอกชน ที่มีขบวนการขุดหน้าดินขาย กันมหาศาล ว่ากันว่า แต่ละบ่อที่ขุดดินขาย มีขนาดใหญ่ไม่ต่ำกว่า บ่อละ 130 ไร่ และลึกไม่ต่ำกว่า 50-60 เมตร และไม่ใช่ที่เดียว มีเป็น 10 บ่อ ซึ่งน่าแปลกใจว่าขุดกันได้อย่างไร แค่ ชาวบ้านขุดเกิน 3 เมตร ต้องขออนุญาตแทบตาย กว่าจะอนุมัติ แต่กลับมีการปล่อยปละละเลยจากบางหน่วยงาน ปล่อยให้ขุดดินลักน้ำจากชาวบ้าน

หลังคาเขียว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s