ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/618409
โดย ทีมข่าวการเมือง 11 พ.ค. 2559 05:01

ตั้งใจมาตั้งแต่บ้านเลย
ว่ากันตามแอ็กชั่นที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.อาศัยฉากการเยี่ยมชมงานอีเวนต์ของหน่วยงานต่างๆก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี
ได้ทีโยงความตามท้องเรื่อง โซ้ยกลับพวกโจมตีรัฐบาล
ไล่ตั้งแต่การใช้กิจกรรมรณรงค์สัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาฉะพวกคนชั่ว แช่งพวกบิดเบือนโจมตีรัฐบาลให้ตกนรก
ต่อเนื่องกับการฉวยป้ายข้อความสไตล์เด็กแนว “โกรธฝุดๆแว้ว” มาถือโชว์ แล้วก็บอกเลยว่า โมโหสื่อที่เขียนวิจารณ์ว่ารัฐบาลไม่ได้ทำอะไร
ทั้งๆที่วันนี้รัฐบาลพยายามทำให้ทุกอย่าง
หรือการแกล้งพูดกับหนูน้อยที่ใส่ชุดรำโชว์มโนราห์เป็นเชิงว่า ถ้าอนาคตหนูไม่ดีให้โทษพวกผู้ใหญ่ในวันนี้ เพราะลุงตู่พยายามทำดีที่สุดแล้ว
ว่าแล้วก็พาลไปถึงคนผมน้อยๆ พวกเซียนเศรษฐกิจที่เก่งนักหนาชอบพูด เขียนวิจารณ์รัฐบาล แต่ตอนตัวเองเป็นรัฐบาลไม่รู้จักทำ
ซึ่งจับใจความ แกะรอยตามรูปพรรณสัณฐานก็คงไม่ใช่ใครที่ไหน
คนที่เข้าข่ายโดน “บิ๊กตู่” พาดพิง น่าจะเป็นรายของ “เสี่ยแดง” นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีมือเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ที่โดนเรียกปรับทัศนคติในค่ายทหารมาแล้วหลายรอบจากการชอบวิจารณ์ปมเศรษฐกิจของรัฐบาล คสช.
เจ้าเก่าขาประจำที่มีพฤติกรรมล่อเป้า ยั่วตบะท่านผู้นำมาเป็นระยะ
รอบนี้ “เสี่ยพิชัย” ผลงานเตะตา “บิ๊กตู่” อีกแล้ว
แต่จุดที่น่าสังเกตจริงๆ มันอยู่ตรงอาการโดนจี้ปมเศรษฐกิจแล้วต่อมฉุนกำเริบ
โดยเฉพาะกับการที่ “บิ๊กตู่” ก็ยอมรับสภาพกันในทีเลยว่า ไม่เข้าใจพวกที่วิจารณ์ให้รัฐบาลต้องจริงจังมากกว่านี้ แต่เงินก็ไม่ค่อยมี เอาเงินที่ไหน รายได้ไม่มีสักบาท แล้วทำลายความมีเสถียรภาพของรัฐบาล ความเชื่อมั่นของรัฐบาลทุกวัน แล้วเงินจะมาได้ยังไง
มันก็เป็นอะไรที่สะท้อนสภาวการณ์แท้จริงทางเศรษฐกิจ
สถานการณ์ ณ ห้วงปัจจุบันไม่ได้เกินเลยไปกว่าสิ่งที่หลายฝ่ายเฝ้าดูด้วยความห่วงใย ในเมื่อนายกรัฐมนตรีหลุดปากออกมาเลยว่า เงินไม่ค่อยมี จะเอาเงินที่ไหนรายได้ไม่มีสักบาท
โดยสภาพรัฐบาลกำลัง “ถังแตก”
ตามรูปการณ์อย่างที่เห็นกัน เศรษฐกิจไร้สัญญาณด้านบวก
ปัจจัยภายในประเทศไม่เอื้อซ้ำด้วยภาวะภัยแล้งขั้นสาหัส ในขณะที่แรงเสียดทานจากภายนอกประเทศก็ส่อเค้าไม่สู้ดี
ตามสถานการณ์ที่รัฐบาล คสช.ต้องส่งตัวแทนเข้ารายงานและชี้แจงในการประชุมทบทวนสิทธิมนุษยชนของประเทศตามกลไก Universal Periodic Review (ยูพีอาร์) รอบที่ 2 ในการประชุมคณะทำงานยูพีอาร์ แห่งคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 25 ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้
โดยแนวโน้มที่พอจะคาดเดาได้ ตามเงื่อนไขการเมืองภายในที่ย้อนแย้งกับหลักสากล
ไม่ว่าจะอธิบายกันอย่างไร แรงกดดันจากต่างชาติยากจะปลดล็อกได้ ตราบใดที่ประเทศไทยยังอยู่ภายใต้บรรยากาศรัฐบาลทหารใช้อำนาจพิเศษ
ซึ่งนั่นก็โยงเป็นเงื่อนไขในการเคลียร์ “ธงแดง” การกู้สถานการณ์ด้านมาตรฐานการบินพลเรือนที่โดนพี่เบิ้มสหรัฐอเมริกาสั่งแบนสายการบินตรงจากเมืองไทย ที่ยังไม่คืบไปไหน
ในขณะที่สถานการณ์ส่อ “ใบแดง” ชาติตะวันตกจ่อแบนสินค้าประมงจากประเทศไทยก็กำลังเคลียร์กันเครียดในกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู)
นี่เป็นเงื่อนสถานการณ์ที่ “บิ๊กตู่” เองก็ปฏิเสธไม่ออก
แถมโต้กลับได้ไม่ถนัดปากเหมือนอาการที่สวนหมัดกลับพวกที่วิจารณ์ในเมืองไทย
“โกรธฝุดๆ” ยังไง ก็ทำได้แค่ “กัดฟัน” ขอความเห็นใจจากฝรั่งเท่านั้น.
ทีมข่าวการเมือง