ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/613337
โดย ทีมข่าวการเมือง 30 เม.ย. 2559 05:01

“Startup Thailand 2016” โปรเจกต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนในมิติใหม่ตามยุทธศาสตร์ชาติ
โชว์ศักยภาพประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสร้างผู้ประกอบการ นักคิด นักสร้างสรรค์รายใหญ่ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายในระดับนานาชาติ
โดยนำระบบเทคโนโลยีและเทคโนโลยีดิจิตอลเข้ามามีบทบาทควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ตามการโหมโรงของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ที่เพิ่งเปิดตัวนิทรรศการที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
หมายมั่นปั้นมือสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ทั้งในและต่างประเทศ มาช่วยกอบกู้เชิดหัวเศรษฐกิจไทย ในสถานการณ์ที่หลายปัจจัยยังไม่เป็นใจเอื้อต่อรัฐบาลเรือแป๊ะ
ในสภาวะที่ “บิ๊กตู่” ต้องเร่งไขลานภาพรวมเศรษฐกิจไทย ปลุกความเชื่อมั่น กวักมือทวงความน่าเชื่อถือจากนักลงทุนกลับมาโดยเร็ว
เข็นนโยบายด้านเศรษฐกิจมาตีปี๊บเสริมภูมิต้านทานรัฐบาลไม่ให้บกพร่อง ถูกลดทอนความน่าเชื่อถือ ในภาวะที่บรรยากาศการเมืองกำลังไต่เพดานระอุ
สร้างความหงุดหงิดให้เบอร์หนึ่ง คสช.ต้องออกมาร่ายยาวปลุกความสามัคคี ระหว่างเป็นประธานพิธีเปิด บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี (ประเทศไทย) จำกัด ที่ทำเนียบรัฐบาล
ระบายความในใจ ชี้แจงเหตุผลที่ออกอาการหงุดหงิดทุกวัน เพราะเกลียดคนที่เปิดประตูให้ข้าศึกเข้ามาทำลายประเทศ
เจตนากระทบชิ่งไปถึงปัญหาคุกรุ่นเรื่องร่างรัฐธรรมนูญที่เคลื่อนเข้าสู่โหมดประชามติอย่างเป็นทางการ ภายหลังจาก พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้เรียบร้อยแล้ว
กลายเป็นหัวเชื้อเรียกแขกจากฝ่ายเห็นต่างให้ออกมาท้าทายกฎหมายประชามติ และอำนาจท็อปบูตอย่างต่อเนื่อง
ภายใต้ปรากฏการณ์ที่ฝ่ายท็อปบูตเล่นบทเฮี้ยบจับกุม 8 นักรบไซเบอร์ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี เล่นงานข้อหาหนัก ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ปี 2550 พ่วงมาตรา 116 ประมวลกฎหมายอาญา
ฐานสร้างเพจ “เรารัก พล.อ.ประยุทธ์” โดยใช้ถ้อยคำที่มีผลทางจิตวิทยายุยง ปลุกปั่นให้ประชาชนไม่เชื่อถือ กระด้างกระเดื่องต่อ คสช. ขัดต่อแนวทางบริหารราชการและรักษาความสงบของสังคม
โชว์แผนผังแฉขบวนการโค่น คสช. เชื่อมโยงไปถึง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. และ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ บก.ลายจุด
ฝ่ายอำนาจพิเศษออกแรงบล็อกเต็มที่ เคลียร์แนวรบโซเชียลมีเดีย กำราบนักเลงคีย์บอร์ด ไม่ยอมให้ใช้โลกไซเบอร์เป็นพื้นที่ปลุกระดม สร้างแรงกระเพื่อมในสังคม
เล่นบทโหดเชือดไก่ให้ลิงดู ตัดไฟแต่ต้นลม ไม่ให้ฝ่ายตรงข้าม
จูนกันได้ติด
ต่อเนื่องกับช็อตแยกเขี้ยว โชว์เพาเวอร์กองทัพ ไล่จับกลุ่มพลเมืองโต้กลับ การจับกุมผู้มีอิทธิพล แกนนำมวลชนในพื้นที่ การไล่ยึดขันแดง แบบเก็บทุกรายละเอียด
ไม่เว้นกระทั่งเหตุการณ์หยุมหยิม การล็อกตัวนักศึกษาที่รวมกลุ่มนัดแสดงกิจกรรมยืนเฉยๆ ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เรียกร้องให้ปล่อยผู้ถูกควบคุมตัวจากการโพสต์เฟซบุ๊ก
ฉายภาพแรงกดดันและอารมณ์ตึงเครียดของรัฐบาลและ คสช.ที่ออกอาการระแวงไปหมดทุกอย่างกับการแสดงออกของฝ่ายเห็นต่าง ในห้วงที่แรงต้านประชามติชักไหลแรงขึ้นเรื่อยๆ
ผลัก คสช.อยู่ในวงล้อม ถูกเพ่งเล็งใช้อำนาจตามอำเภอใจ จนไม่สามารถกระดิกตัวทำอะไรได้
จากซีนขาประจำของนักการเมืองอาชีพ มาสู่คิวนักศึกษากลุ่มพลเมืองโต้กลับที่ออกแอ็กชั่นเป็นปฏิปักษ์กับฝ่ายทหาร
ล่าสุดขยับมาสู่วงนักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย ที่จัดอยู่ในกลุ่มไม่มีผลประโยชน์การเมืองแอบแฝง ยังไม่รวมถึงกลุ่มแฟนคลับ
สีเสื้อต่างๆที่มีธงปักไว้ในใจแล้ว
ต่างพร้อมใจประกาศจุดยืน ส่ายหน้าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่ลิดรอนสิทธิประชาชน
แรงต้านชักเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ขยายผลไปยังทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ และทุกสีเสื้อ
แม้จะงัดยาแรงมาขู่ มาทุบสารพัดแบบ แต่ไม่สามารถสะกด
แรงต้านให้ลดลง ดูตามรูปการณ์แล้ว กลับมีแนวโน้มขยายวงท้าทาย คสช.มากยิ่งขึ้น
ถูกบีบให้จนตรอก สั่งสมแรงกดดันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ.
ทีมข่าวการเมือง